ออล แม็กกาซีน

‘นิยายบอยเลิฟ’ ไยจึง จิ้น - ฟิน - ฮอต


   ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป การเปิดใจและยอมรับกับเพศที่ 3 หรือบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ก็มีมากขึ้น หลายประเทศคู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีวัน Gay Pride Day ซึ่งมีการเฉลิมฉลองพร้อมประดับธงสีรุ้ง เพื่อแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคลกลุ่มนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่ได้ให้สิทธิ์สมรสอันชอบด้วยกฎหมายแก่เพศเดียวกัน แต่นับได้ว่าให้การยอมรับและเปิดเสรีกับความหลากหลายทางเพศที่เกิดขึ้น กระทั่งแวดวงวรรณกรรมเองก็เช่นกัน จะพบว่านิยายที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตหรือความรักระหว่างเพศเดียวกันมีให้เห็นมากขึ้นบนแผงหนังสือ โดยเฉพาะความรักของเพศชายกับเพศชาย หรือที่เรียกว่า ‘นิยายบอยเลิฟ’ เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เด็กสาววัยรุ่น’ เป็นอย่างมาก ทำไมนิยายประเภทนี้ถึงฮอตฮิตเป็นที่นิยม มาร่วมหาคำตอบและทำความรู้จักไปพร้อมกัน
   นิยายบอยเลิฟ’ หรือมีชื่อเรียกในกลุ่มนักอ่านอีกอย่างว่า ‘นิยาย Y’ ซึ่งมาจากคำภาษาญี่ปุ่น คือ Yaoi ที่แปลว่า ชายรักชาย และ Yuri ที่ใช้เรียกหญิงรักหญิงด้วย ดังนั้นคำว่านิยาย Y จึงใช้เรียกได้ทั้งชายรักชายและหญิงรักหญิงนั่นเอง นอกเหนือจากนั้น ยังมีการเรียกกลุ่มเด็กสาวที่ชื่นชอบการอ่านนิยายประเภทนี้ว่า สาว Y อีกด้วย แต่เพื่อให้แยกประเภทอย่างชัดเจนในบางครั้งจึงนิยมเรียกว่านิยายบอยเลิฟ (Boy love) ซึ่งจะหมายถึงกลุ่มชายรักชายเท่านั้น
โดยทั่วไปสำนักพิมพ์จะจัดเรตนิยายประเภทนี้ที่ 18+ แม้จะมีฉากรักแค่ในระดับกุ๊กกิ๊กก็ตาม ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และกลุ่มคนอ่านที่ขยายวงกว้างมากขึ้น จึงเกิดสำนักพิมพ์ที่หันมาจับนิยายประเภทนี้ตีพิมพ์โดยเฉพาะ อาทิเช่น สำนักพิมพ์ everY สำนักพิมพ์นาบู และสำนักพิมพ์แฮปปี้บานาน่า เป็นต้น นอกเหนือจากนั้น ยังมีการนำบทประพันธ์ไปทำเป็นละครฉายทางช่องฟรีทีวีและเคเบิ้ลทีวีจนเป็นที่พูดถึงกันในโลกออนไลน์
    จากกระแสนิยมที่กำลังพุ่งแรงในขณะนี้ ออลฯ จึงไม่พลาดที่จะพูดคุยกับ ‘นักเขียน’ พ่วงสถานะ ‘นักอ่าน’ นิยายบอยเลิฟที่ถูกหยิบมาทำเป็นซีรีส์แล้วและกำลังจะเป็นซีรีส์ได้แก่ ‘พลอย - พลอยบุษรา ภัทราพรพิสิฐ’ เจ้าของนามปากกา BitterSweet ผู้แต่งนิยายเรื่อง ‘Sotus พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง’ ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นละครฉายทางช่อง ONE ‘กวาง - ลติกา ชุมภู’ เจ้าของนามปากกา INDRYTIMES ผู้แต่ง  ‘Love Sick ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน’ ที่ถูกดัดแปลงเป็นซีรีส์ฉายทางช่อง MCOT ด้วยชื่อเรื่อง Love Sick the series รักวุ่นวัยรุ่นแสบ และนักเขียนคนสุดท้ายที่ผลงานเพิ่งจะถูกหยิบมาสร้างเป็นละครและอยู่ระหว่างถ่ายทำ ‘นุ่น - รพีเพ็ญ พรมดี’ นามปากกา Chiffon_cake เจ้าของผลงาน ‘เดือนเกี้ยวเดือน’

เรื่องราวความรักที่เล่าผ่านเพศตรงข้าม
นิยายบอยเลิฟจะพูดถึงเรื่องราวความรักของตัวละครชายกับชาย แต่ทว่าเกือบทุกเรื่องกลับถ่ายทอดผ่านภาษาและมุมมองของผู้หญิง นักเขียนสาวเหล่านี้มีวิธีการอย่างไรในการบอกเล่าเรื่องราวความรักของเพศตรงข้ามได้อย่างสมจริง

      พลอย : จริง ๆ พลอยไม่รู้ว่านิยายที่เขียนมีความสมจริงหรือแสดงบุคลิกผู้ชายได้มากแค่ไหน เพราะพลอยเองก็เป็นผู้หญิง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้คืออ่านหนังสือเยอะ ๆ ทั้งบอยเลิฟและนิยายชายหญิง สังเกตบุคลิกคนที่เรารู้จัก แต่ทั้งนี้พลอยว่ามันไม่ได้ถูกกำหนดนะว่านิสัยเพศชายต้องแบบนี้ เพศหญิงต้องแบบนี้ มันชี้ชัดไม่ได้ บางคนเพศชายแต่นิสัยเหมือนผู้หญิงก็มี
     กวาง : กวางโดนพูดบ่อยมากว่าทำไมเข้าใจความรักของผู้ชายจัง มันสมจริงมาก เราตอบทุกครั้งว่าไม่ได้เข้าใจนะ เราไม่ได้เข้าใจชายกับชาย ไม่ได้เข้าใจเกย์ แต่เรารู้สึกว่าพื้นฐานทุกความสัมพันธ์คือความรัก คนรักกันเขาปฏิบัติต่อกันอย่างไร มีบุคลิกต่อกันแบบไหน สำหรับเรามันแค่ความรักธรรมดา อาจจะเป็นผู้หญิงห้าว ๆ คนหนึ่งกับผู้ชายห้าว ๆ ก็ได้ แต่บังเอิญเป็นผู้ชายทั้งคู่ เราก็แค่เขียนให้มันเป็นความรักเท่านั้นเอง


สิ่งที่แตกต่างในการเขียนบอยเลิฟ
แม้เนื้อหาจะเหมือนนิยายรักวัยรุ่นทั่วไป แต่ตัวละครพระนางคือผู้ชายกับผู้ชายจึงทำให้เกิดความยากง่ายในการเขียนที่แตกต่างกัน
     พลอย : ด้วยเนื้อเรื่องคงไม่ต่างเพราะเป็นนิยายรักเหมือนกัน แต่นิยายบอยเลิฟจะมีอะไรให้เราเล่นได้มากกว่า เช่น ตัวละครผู้หญิงกับผู้ชายสถานการณ์ให้ใกล้ชิดกันจะค่อนข้างจำกัด ส่วนผู้ชายกับผู้ชายจะนอนห้องเดียวกัน กินน้ำขวดเดียวกันได้ไม่เป็นไร
     นุ่น : นิยายบอยเลิฟส่วนมากจะเปิดกว้างเรื่องภาษา เราสามารถใส่ลูกเล่นได้เต็มที่ ส่วนนิยายปกติจะมีข้อจำกัดมากกว่า เช่น นิสัยตัวละครผู้หญิง นุ่นว่ามีรายละเอียดที่ยากและซับซ้อนกว่าตัวละครชายที่นิสัยค่อนข้างง่าย ๆ ไม่จุกจิก

ความโด่งดังในหมู่เด็กสาว

สำหรับแฟนนิยายของทั้งสามนักเขียนมีหลากหลายวัยด้วยกัน เช่น กวางเล่าว่า มีนักอ่านที่ใช้ชื่อว่าคุณแม่กางเกงน้ำเงินมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบเจอในโรงเรียนชายล้วนของลูก ส่วนทางด้านพลอยบอกว่า มีนักอ่านวัยทำงาน หรืออายุมากสุดก็ถึง 60 ปีมาเล่าถึงประสบการณ์ระบบโซตัสที่ตนเคยเจอ ผู้ใหญ่หลายคนยอมรับนิยายบอยเลิฟมากขึ้นเพราะสภาพสังคมที่เปิดกว้าง ไม่เพียงแค่นั้นยังมีนักอ่านจากต่างประเทศที่รู้จักผ่านละครและตามมาเป็นแฟนนิยายด้วย อย่างไรก็ดี กลุ่มเด็กสาววัยรุ่นถือว่าเป็นแฟนที่มีจำนวนมากที่สุด อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดนักอ่านกลุ่มนี้
    พลอย : คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องความแปลกใหม่ อย่างชายกับหญิงเราอาจจะเห็นกันมามาก แต่ชายกับชายนั้นถูกปกปิดไว้ในมุมเล็ก ๆ ช่วงสองสามปีหลังสังคมเปิดกว้างขึ้น เลยได้รับการเปิดเผยมากขึ้น และผู้หญิงเองอาจจะอยากอ่านอะไรที่นอกเหนือจากเพศสภาพตัวเอง ซึ่งมันค่อนข้างใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าโลกของผู้ชายเป็นอย่างไร ยิ่งผู้ชายอยู่ด้วยกันแล้วก็ยิ่งอยากรู้ น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ได้รับความนิยม

เช่นเดียวกับความเห็นของกวางที่บอกว่านิยายบอยเลิฟเป็นความน่าตื่นเต้นของเด็กผู้หญิง
     กวาง : มันคือโลกที่ผู้หญิงไม่รู้จัก ชายหญิง หรือแม้กระทั่งหญิงกับหญิง คือสิ่งที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่โลกของผู้ชายเราไม่รู้ มันท้าทายเด็กผู้หญิงที่จะเข้าไป แม้ที่จินตนาการจะจริงบ้างหรือไม่จริงบ้าง แต่สนุกและตื่นเต้นกว่า
     นุ่น : เด็กสาวมีความชอบในตัวผู้ชายอยู่แล้วละ แล้วนิยายประเภทนี้ผู้หญิงมีบทบาทน้อย มีตัวละครชายเยอะก็เหมือนเป็นกำไรของคนอ่านด้วย เด็กผู้หญิงน่าจะชอบกัน ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้



ความฟินในแบบฉบับบอยเลิฟ
เมื่อพูดถึงนิยายบอยเลิฟ คำที่มักได้ยินคู่กันคือคำว่า ‘ฟิน’ คืออารมณ์สุขสมหวัง เช่น เรื่องราวในนิยายดำเนินไปในทิศทางที่ชื่นชอบ จนทำให้บางคนถึงกับกล่าวว่านิยายบอยเลิฟอ่านแล้ว ‘ฟิน’ มากกว่านิยายปกติทั่วไป อะไรคือความ ‘ฟิน’ ในแบบฉบับนิยายบอยเลิฟที่ทำให้เด็กสาววัยรุ่นต่างพากันติดนิยายประเภทนี้ชนิดวางไม่ลง

     พลอย : พลอยว่าคือความรักระหว่างคู่พระนายที่มีต่อกัน
     กวาง : สำหรับเรามันมีเสน่ห์ตรงการเป็นโลกลับ ๆ ไม่มีใครรู้ ไม่สามารถแสดงออกได้ชัด ๆ ชอบแต่ทำเหมือนไม่รู้สึก ชอบแต่พุ่งเข้าไปไม่ได้ต้องเบรคเอาไว้ มันชะงักตลอดเวลา ตรงนี้ทำให้คนลุ้นนะ และชาย - ชายก็มีอุปสรรคเยอะซึ่งคนเขียนสามารถเล่นได้มากกว่านิยายปกติ เพราะว่ายากคนเลยฟินกว่า เหมือนบอลไทยแข่งกับญี่ปุ่น ยิ่งยากคนก็ยิ่งเชียร์ พอสำเร็จก็ยิ่งสะใจ (หัวเราะ)
     นุ่น : สำหรับนุ่นน่าจะมาจากผู้หญิงเราจินตนาการอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทว่าชีวิตจริงมีโอกาสเกิดได้น้อย แต่ในนิยายเราสามารถสร้างขึ้นได้อย่างใจ เช่น เดือนคณะสองคนมาชอบกันมันยากที่จะเกิดขึ้น

‘การจิ้น’ เสน่ห์ที่ขาดไม่ได้
หลายคนพยายามหาคำตอบว่า เหตุใดเหล่าเด็กสาวจึงชอบการจับคู่ชายกับชายจนเกิดกระแสการ ‘จิ้น’ คือการจับคู่ตัวละครหรือดารานักแสดงที่มีเคมีเข้ากันและดูเหมาะกับการเป็นคู่รักกัน บางคนตั้งข้อสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากความหวงของเด็กผู้หญิง ที่ไม่อยากให้ดารานักแสดงที่ตนชื่นชอบมีแฟนสาวตัวจริง จึงจับคู่ให้กับผู้ชายแทน
     พลอย : พลอยมองว่ามันอาจจะมีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด อาจจะมีสาเหตุอื่น เช่น เขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดีก็เลยจิ้น พลอยรู้สึกว่าไม่เห็นจะแปลกที่ผู้ชายกับผู้ชายเขารักกัน เพียงแต่ว่าการจิ้นนั้นไม่ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลก็พอ ไม่ใช่ว่าเขามีแฟนเป็นผู้หญิงแล้วไม่ได้ เขาต้องคู่กับผู้ชายคนนี้เท่านั้น อันนี้ก็เกินไป
     นุ่น : เองก็มองว่าความหวงเป็นแค่ปัจจัยเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น “การเขียนนิยายเป็นเพราะเราอยากควบคุมอยากกำหนดให้ตรงกับที่ใจเราต้องการ ซึ่งเกิดจากความหวงของเด็กสาวด้วยส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมด
     กวาง : เราเองสมัยเด็ก ๆ ชอบดารา เราก็จิ้น เราก็หวง ถ้าดาราที่เราชอบจะเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้น ให้เขาเป็นแฟนกับเพื่อนผู้ชายในวงดีกว่า อย่างน้อยเรารู้สึกว่าไม่แพ้ เสมอตัว แต่มันไม่ใช่เหตุผลนี้เหตุผลเดียว หลาย ๆ อย่างประกอบ บางคนชอบจิ้นเพราะเห็นผู้ชายสองคนน่ารักดี เลยจับมาแต่งนิยายก็มี เราชื่นชอบรูปแบบความรัก เหมือนที่เราชอบดูแมวเล่นกันน่ารักดี ดูเด็กเล่นกันน่ารักดี มันก็เหมือนกันเราแค่ชอบดูผู้ชายเล่นกันมันถูกจริต แต่ถามว่าอยากเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นไหม ก็เปล่า เราชอบที่จะสังเกตจากวงนอก แม้จะอายุ 40 เราก็ยังจิ้น เหมือนคนชอบอ่านการ์ตูน โตแล้วก็ยังอ่านอยู่เลยแต่อาจจะลดน้อยลง

ใต้ความเห็นของสาว Y
     ความกังวลที่ผู้ใหญ่มีต่อเด็กสาววัยรุ่นที่ชอบอ่านนิยายบอยเลิฟ คือ กลัวว่าจะหมกมุ่นกับโลกจินตนาการจนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในความเป็นจริง นักเขียนสาวทั้งสามซึ่งเป็นนักอ่านด้วยต่างตอบในทิศทางเดียวกันว่าแฟนนิยายบอยเลิฟหรือสาววายสามารถแยกแยะได้ พวกเธอแค่ชอบรูปแบบความรักเช่นนี้ และตระหนักดีว่าอะไรคือจินตนาการ อะไรคือชีวิตจริง นุ่นบอกว่าการพูดคุยจะช่วยให้ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่เข้าใจได้ว่า แม้ความสัมพันธ์เช่นนี้จะต่างจากที่เคยพบเห็น แต่นี่ก็คือความรักในรูปแบบหนึ่ง ส่วนพลอยให้ความเห็นว่า อย่าได้วิตกกังวลเกินไป รสนิยมการอ่านไม่ได้ส่งผลต่อบุคลิกภาพของคนอ่านทั้งหมด และอยากให้มองนิยายบอยเลิฟเป็นสื่อสังคมที่สะท้อนยุคสมัย ณ ช่วงเวลานั้นๆ “พลอยอยากให้มองว่าเป็นสื่อสังคมมากกว่า เหมือนสักสิบปีข้างหน้าคุณย้อนมาดูวรรณกรรมที่ออกมาในตอนนี้ จะพบว่าสังคมตอนนี้เปิดกว้างเรื่องชายรักชายแล้วนะ เหมือนที่เราอ่านนิยายสมัยก่อนแล้วเห็นว่าสังคมสมัยนั้นค่อนข้างกระมิดกระเมี้ยนในเรื่องชายรักชาย พลอยมองว่านี่คือหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่เราสามารถให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้เรียนรู้สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงผ่านหนังสือ” นักเขียนทั้งสามยังมองว่าการเติบโตของนิยายประเภทนี้น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกสักระยะ เหตุผลสำคัญมาจากสภาพสังคมที่เปิดรับความหลากหลายทางเพศที่เพิ่มขึ้น และน่าจะเห็นละครที่นำเสนอความรักของชายกับชายเพิ่มมากขึ้น สำหรับกวาง ที่เรียกได้ว่าเป็นนักเขียนนิยายบอยเลิฟคนแรกที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครมองความเปลี่ยนแปลงของวงการนิยายวายในปัจจุบันว่า มีการนำเรื่องใกล้ตัวมาเขียนมากขึ้น และเปิดเผยมากกว่าแต่ก่อน “สมัยเมื่อสิบปีก่อนนิยายบอยเลิฟจะไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวที่สัมผัสได้ในชีวิตประจำวันตัวละครจะโดดออกจากชีวิตธรรมดา เช่น จะนำดารามาเป็นตัวละคร นำเทพปกรณัมมาแต่ง หรือนักโทษชาย เป็นต้น เราพยายามจะผลักให้เป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ปัจจุบันจะเป็นเรื่องราวของเพื่อนหรือคนข้างบ้าน การตั้งชื่อเรื่องก็เห็นได้ชัดว่าต่างจากเมื่อก่อนที่ส่วนมากจะตั้งเป็นภาษาอังกฤษ หรือถ้าภาษาไทยก็จะแทบไม่รู้เลยว่าเป็นนิยายชายรักชาย แต่ปัจจุบันค่อนข้างเปิดเผยกันมากขึ้น เพราะสังคมเปิดรับมากขึ้นคนเลยกล้า ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ กัน”

เพราะฉันคือบอยเลิฟ
สามนักเขียนได้ทิ้งท้ายด้วยการบอกถึงคุณค่าและสิ่งที่ได้รับจากการเขียนนิยายบอยเลิฟ ที่มีมากกว่าความบันเทิง
     นุ่น : จากงานอดิเรกที่ให้ความสุขกับเรา นำให้เราได้พบความรักความอบอุ่นจากคนอ่าน ได้เจอกลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน และขยายวงกว้างกลายเป็นครอบครัวอบอุ่นที่ใหญ่มากขึ้น
     พลอย : พลอยมองว่านิยายประเภทนี้ได้กระตุ้นให้สังคมตระหนักว่าความรักคือเรื่องไม่มีขอบเขต ไม่จำกัดแค่ชายหญิง แม้จะเป็นหญิงกับหญิง หรือชายกับชาย ทุกคนมีสิทธิ์จะรักได้หมด
     กวาง : เมื่อก่อนเราอยู่กันแคบ ๆ ความรักที่นอกเหนือจากชายหญิงเป็นเรื่องแปลก แต่นิยายบอยเลิฟได้ทำให้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ทำให้เรามองโลกได้หลากหลายขึ้น

     ความต่างไม่ใช่สิ่งผิดและการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ขอเพียงทำความเข้าใจ หากอยากจะสัมผัสสีสันของนิยายบอยเลิฟดูบ้าง คงต้องลองเปิดหน้าหนังสือพร้อมเปิดใจท่องไปในโลกของพวกเขาสาว Y กันดูสักครั้ง