Search
  

เนื้อหาทั้งหมด | Archives | ค้นหา

Tuesday, September 20, 2016
ธรรมะอมยิ้ม : ชีวิตลิขิตเอง ธรรมะอมยิ้ม : ชีวิตลิขิตเอง
By all Magazine @ 9:48 AM :: 721 Views :: 0 Comments :: Article Rating :: พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
 
 
 

ธรรมะอมยิ้ม : พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
ภาพ : ขวัญญาณี สมบัติ
All magazine กันยายน 2559


 ชีวิตลิขิตเอง

    ธรรมะสวัสดีทุก ๆ ท่าน ได้เวลาพบกันอีกแล้วกับธรรมะอมยิ้ม ที่จะส่งตรงธรรมะดี ๆ ให้กับทุก ๆ ท่าน เวลาที่เราไม่สบายใจ เวลาที่เรามีทุกข์ เราต้องหาความจริงจากธรรมะ เมื่อเราเข้าใจธรรมะ เราก็จะเข้าใจชีวิต เข้าใจว่าชีวิตมันเป็นเช่นนี้เอง มีสุข มีทุกข์เป็นธรรมดา และที่สำคัญมากคือ เวลาที่เรามีความสุข ยิ่งเป็นเวลาที่เราต้องศึกษาธรรมะให้มากขึ้นด้วย เราจะได้ไม่หลงมัวเมาในความสุข เวลาที่คนเรามีความสุขส่วนมากไม่สนใจธรรมะ เมื่อเจอความทุกข์แบบเฉียบพลันก็รับมือไม่ได้ ทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะยังมีความสุขอยู่ดี ๆ ความทุกข์กลับถาโถมเข้ามาซะเต็มเปาเลย บางคนทำใจไม่ได้ถึงกับตัดสินใจดับชีวิตตนเองและครอบครัว ดังนั้นเวลาที่เรามีสุขเรายิ่งต้องสนใจธรรมะ
   เราเกริ่นมาพอสมควร เข้าประเด็นฉบับนี้เลยแล้วกัน อาตมาขอพูดถึงความสำเร็จในชีวิต หรือความฉลาดในการดำเนินชีวิต ถ้าเป็นภาษาทางวิชาการ ความฉลาดเราจะแบ่งดังนี้คือ
   ไอคิว หมายถึง ความฉลาดทางเชาว์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ สามารถวัดออกมาเป็นค่าสัดส่วนตัวเลขที่แน่นอนได้ ไอคิว เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก
    อีคิว หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์เป็นความสามารถในการรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ทั้งของตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสามารถปรับหรือควบคุมได้อย่างเหมาะสมกับสภาวการณ์ มีความสามารถทางอารมณ์ ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข
    และอาตมาขอเพิ่มคือ เอ็มคิว (M - คิว) ความฉลาดในการนำธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิต สิ่งนี้สำคัญยิ่งในการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ในทุกสถานการณ์
    โยมทั้งหลาย ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน... เกิดเป็นคนต้องพยายามให้ถึงที่สุด โยมคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เหนือฟ้า ยังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน เหนือภูเขายังมียอดหญ้า เหนือคนที่รวยล้นฟ้า ยังมีคนที่รวยกว่า เหนือคนที่โชคดี ยังมีคนที่โชคดีกว่า ขนาดเหนือปลาร้า ยังมีหนอน เหนือหมอนยังมีหัว เหนือผัว ยังมีเมีย (เรื่องนี้ต้องถามคนกลัวเมีย) บางคนบอกว่า ชีวิตยังมีค่า อย่าได้ซ่ากับเมียสุดที่รัก
    โยมทั้งหลาย สิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ไม่เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย หรือพระเจ้าอวยพร แต่มันเกิดขึ้นจากความเพียรพยายามของคนมากกว่า และสิ่งที่สำคัญมากคือ การเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา และเมื่อโอกาสมาถึงก็คว้าเอาไว้ สิ่งที่เราต้องเตรียมคือ เตรียมความพร้อมด้านความคิด บางคนปลูกฝังตนเองให้คิดลบอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบนี้ชีวิตก็แย่ตามไปด้วย
อาตมาพูดเสมอว่า มนุษย์จะพัฒนาการไปตามอย่างที่ตนเองคิด หากว่าเราคิดว่าเราทำได้ แล้วเราลงมือทำอย่างเต็มกำลัง เราก็ทำได้ แต่ถ้าหากเราคิดว่าเราทำไม่ได้หรอก มันยากสำหรับเรา ความคิดแบบนี้มันก็จะบั่นทอนกำลังใจของเราไปเยอะ คนเราจะประสบความสำเร็จต้องมีพร้อมทั้งสามอย่างคือ...
    1.    กำลังกาย มีร่างกายที่แข็งแรง ออกกำลังอยู่เสมอ ไม่ทำให้ร่างกายเป็นที่เพาะเชื้อโรค พุทธศาสนาก็สอนไว้ชัดเจนว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ จะมีเงินแสน เงินล้านก็ไม่มีความหมาย หากร่างกายไม่แข็งแรง
    2.    กำลังความคิด กำลังความคิดมันหนุนกำลังกาย หากกำลังกายดี แต่ไม่มีกำลังความคิด อันนี้ก็อันตรายความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญ พระพุทธเจ้าก็ทรงตรัสว่า แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี แสงแห่งปัญญานี้จะสามารถส่องสว่างได้ทั้งในที่มืดและที่แจ้ง
    โยมทั้งหลาย ปรับความคิดให้ถูกทิศ การดำเนินชีวิตก็ถูกทางตามไปด้วย ความคิดของเรามันอัศจรรย์มากนะโยม ทำให้เราคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่มากมาย และทำให้ชีวิตของตนย่ำแย่ก็ถมไป
    ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันเหมือนเหรียญสองด้านเสมอ หากว่าเรามีทัศนคติที่ดี ไม่ว่าเหรียญนั้นจะออกมาด้านไหน มันก็ดีทั้งนั้น เมื่อเราล้มได้ เราก็ต้องลุกได้เช่นเดียว หากว่าเราไม่เลยล้ม เราจะรู้วิธีการลุกหรือ
    3.    กำลังใจ เมื่อเราขาดกำลังกาย กำลังความคิดอ่อนแอลง หากมีกำลังใจที่ดี มีคนที่คอยแนะนำในทางที่ดีช่วยประคับประคอง เราก็พร้อมที่จะก้าวข้ามปัญหาไปได้ จะดียิ่งขึ้นหากเรามีทั้งสามอย่าง คือกำลังกายดี กำลังความคิดดี และมีกำลังใจที่ดี สิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตพบความโชคดีของทุก ๆ วัน
    ทุกท่าน อาตมาอยากให้โยมเข้าใจว่า ชีวิตของเราไม่ได้อยู่ที่พระพรหมสร้าง พระเจ้าประทานให้ ไม่ได้อยู่ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่มันมาจากความเพียรที่แรงกล้าของคนที่ปรารถนาความสำเร็จในชีวิต ที่เราเกิดมาแย่ เกิดมาจนไม่ใช่เพราะเจ้า แต่ที่เป็นแบบนั้นเพราะความคิดของเรา และการดำเนินชีวิตของเราที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง มีแต่ความคิดที่ตอกย้ำตนเองว่า เรามันคนไม่มีวาสนา เป็นคนอาภัพอับโชค
    หากเราเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า คนอื่นแย่กว่าเรา เขายังสู้และผ่านปัญหานั้นไปได้ เราก็ต้องทำได้เช่นกัน เรียกว่าเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตของคนอื่น วิธีเรียนแบบนี้เป็นวิธีเรียนลัดที่จะก้าวข้ามปัญหานั้นไปได้แบบไม่เจ็บตัว
เมื่อพูดเรื่องพระเจ้า อาตมาขอเล่าเรื่องให้โยมฟังแล้วกัน ว่าท่านมีเมตตาจิต มอบพรให้สมปรารถนาแก่ทุกคนแน่นอน หนุ่มคนหนึ่งประกาศตัวเองว่า เป็นคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เขาไม่นับถือศาสนาอะไร แม้แต่ศาสนาที่ไม่มีพระเจ้าเขาก็ไม่นับถือ อันที่จริงเขาเชื่อถือแต่ตัวเอง
    วันหนึ่งหนุ่มคนนั้นไปเที่ยวป่า เที่ยวชมธรรมชาติ ท้องฟ้า น้ำตก ลำธาร ภูเขา ผีเสื้อ นก เขาหลับตาเพื่อจะฟังเสียงแห่งป่าเขา แต่ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงร้องก้องคำรามอยู่ไม่ไกลจากตัวเองนัก
    หนุ่มคนนั้น... ลืมตาก็เห็นเสือโคร่งตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้า แลบลิ้นเลียไปมา น้ำลายสอ และกำลังเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ หนุ่มคนนั้น... รีบวิ่งหนี และเสือโคร่งก็วิ่งตาม จนถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง ไม่มีทางหนีไปต่อได้
    เขาทรุดตัวลง จิตใจสับสนเป็นที่สุด เมื่อไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไร จึงร้องตะโกนว่า “พระผู้เป็นเจ้าช่วยข้าด้วย” สิ้นเสียงร้อง... ดูเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง ลมหยุดพัด น้ำในลำธารหยุดไหล นกหยุดบิน ลอยตัวค้างอยู่ในท้องฟ้า รวมถึงเจ้าเสือโคร่งนั้นด้วย
    เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เห็นแสงเรืองรอง มองไม่ชัดว่าเป็นอะไร แต่มีเสียงดังออกมาจากแสงนั้นว่า “ข้าคือพระเจ้า แม้เจ้าจะไม่เชื่อถือในพระเจ้า แต่ข้าก็เฝ้าดูเจ้าตลอดมา เห็นเจ้าเรียกร้องให้ข้าช่วย ข้าจึงปรากฏให้เห็น”
    หนุ่มคนนั้น... รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ตอบพระเจ้าไปว่า “ขอบคุณพระเจ้า ขอให้ท่านช่วยข้าพเจ้าให้ไปจากที่นี่ด้วยเถิด แต่ข้าพเจ้าไม่อยากเปลี่ยนศาสนา ข้าพเจ้ายังนับถือตัวเองเป็นที่สุดอยู่”
    พระเจ้าคิดเล็กน้อย แล้วตอบไปว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้พรเจ้า 1 ข้อเท่านั้น ขอให้อธิษฐานอย่างชัดเจน แล้วคำขอที่เจ้าว่ามา จะเป็นจริงตามนั้น” เขาคิดในใจ 'ศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มีเมตตา แต่เราไม่ต้องการเปลี่ยนศาสนา แล้วก็ไม่อยากขอพรให้เป็นบุญคุณกันด้วย เอาแบบนี้ละกัน win - win... แล้วอธิษฐานว่า
    “ขอให้เจ้าเสือโคร่งตัวนี้นับถือศาสนา และเชื่อในพระเจ้าด้วย”
    สิ้นคำอธิษฐาน เวลาที่หยุดนิ่งก็กลับเดินใหม่ ลมเริ่มพัด น้ำในลำธารไหล นกบินในท้องฟ้า และเสือโคร่งก็เริ่มขยับ เจ้าเสือโคร่งหมอบลงกับพื้น ก้มหัวลงแล้วคิดในใจว่า “ขอบคุณพระเจ้า สำหรับอาหารมื้อนี้”
    สิ่งที่สำคัญของชีวิต ไม่มีเพียงไอคิว เราต้องมีอีคิว และเอ็มคิวเป็นเครื่องประคองชีวิตของเราให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เมื่อเรามีแผนที่ชีวิตที่ดี ชีวิตก็มีความสุข เจริญพร
 

 
Rating
Comments

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต


จำนวนเรื่อง : 26

 พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  

ดีเจอ้อย


จำนวนเรื่อง : 26

  ดีเจอ้อย

 

อ.จตุพล ชมพูนิช


จำนวนเรื่อง : 26


อ.จตุพล ชมภูนิช 

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);