Search
  

เนื้อหาทั้งหมด | Archives | ค้นหา

Tuesday, April 05, 2016
คลื่นหัวใจ : คนดีก็มีวันเจ็บปวด คลื่นหัวใจ : คนดีก็มีวันเจ็บปวด
By all Magazine @ 4:16 PM :: 768 Views :: 0 Comments :: Article Rating :: ดีเจอ้อย
 
 
 

คลื่นหัวใจ : ดีเจอ้อย  ภาพ :จอย
All magazine เมษายน 2559


 คนดีก็มีวันเจ็บปวด

คนดีก็มีวันเจ็บปวด

     ไม่ได้ออกหนังสือมาเป็นปี ปีนี้เลยขอมีสักเล่ม ‘เรื่องหัวใจอย่าใช้สูตร’ เพราะไม่มีสูตรไหนใช้ได้กับทุกความรักจริง ๆ บางคู่ดูดวงเป็นว่าเล่น พอเห็นว่าดวงไม่ใช่คู่ ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันยังไง ไม่รู้อะไรซะแล้ว หลายคู่ดวงไม่พาวาสนาไม่ส่ง ต้องประคองความรักด้วยมือของเรา 2 คน อดทน เข้าใจ ใส่ใจ ก็รักกันได้แบบไม่ต้องใช้ดวง... เช่นกัน หลายคนใช้สูตรว่า ทำดีเข้าไป เพราะยังไงคนดีไม่มีวันโดยทิ้ง ก็ไม่จริงเสมอไปนะคะ ทำดีได้ดี เพราะรู้สึกดีที่ได้ทำ และที่สำคัญ ต้องทำดีกับคนดีที่คู่ควรด้วย ถ้าใครคนนั้นจะทิ้ง อาจเป็นสิ่งที่น่าดีใจ คนบางคนการเสียเขาไป น่าดีใจกว่าได้เขามา ถ้าอยู่แต่ไม่เคยดูแลหัวใจกัน ทำให้เสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า เรายอมทนร้องไห้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ กับเรื่องเดิม ๆ ที่เพิ่มเติมคือเริ่มรู้สึกไร้ค่า ทุกชีวิตมีสิทธิ์เลือกความสุขของตัวเองค่ะ อย่าตั้งหน้าตั้งตาทำดี กับคนบางคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าความดีของเรา
     หลาย ๆ เรื่องบนโลกใบนี้ที่คนดีมีเรื่องให้ต้องเสียใจ ต้องอดทน ต่อสู้ จะได้รู้คุณค่าความเป็นคน ไม่ได้เกี่ยวว่า เป็นคนดี แล้วทุกอย่างต้องสวยงามตามท้องเรื่อง บทเรียนหลายเล่มในโลก ไม่ได้อ่านง่ายสบายตาเสมอไป
      พูดถึงเรื่องนี้ เพราะช่วงนี้หดหู่ใจค่ะ เห็นข่าวแนวนี้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ประชดภรรยา ก็ฆ่าลูก รักเธอ เธอไม่รัก ก็ฆ่าเธอทิ้ง ระแวงกลัวคนรักไปมีกิ๊ก ก็เลยยิงซะ เราตัดสินทุกอย่างง่าย ๆ แค่นี้ มันไม่ใช่วิธียุติปัญหา แต่มันคือการหนีหน้า ไม่ยอมรับความจริง แล้วทิ้งทุกสิ่งให้เป็นปัญหากับคนข้างหลัง หลายคนอ้างอารมณ์ชั่ววูบ วูบแค่ไหนก็ไม่ควรทำร้ายคนอื่นค่ะ พอทำร้ายคนอื่นได้ แล้วต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เราก็จะใช้ประโยคข้ออ้างง่าย ๆ ว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งที่วางแผนซะแยบยล คนดีหลาย ๆ คนเลยต้องจบชีวิต เพียงเพราะมีคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากไปในสังคม
      เคยอ่านสิ่งที่ท่าน ว. วชิรเมธี เล่าเอาไว้
      “เมื่อปีก่อนอาตมภาพเสียลูกศิษย์คนหนึ่งไป ลูกศิษย์คนนี้เป็นคนดีมาก เขาเป็นชาวคริสต์ แต่มีใจกว้าง นิมนต์อาตมาไปเทศน์ไปสอนยังต่างประเทศเสมอ ต่อมาเขาไม่สบาย หมอบอกว่าป่วยด้วยโรคร้ายแรง เขาเข้ารับการบำบัดรักษาระยะหนึ่ง และบอกใครต่อใครว่าหายแล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่ถึงขั้นหายขาด โรคแค่ชะลอตัวเท่านั้น ปีต่อมาขณะที่เขากำลังเก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวบินกลับเมืองไทย เขารู้สึกไม่สบายเหมือนเป็นหวัด รู้สึกตะครั่นตะครอเหมือนจะเป็นไข้ ก็เลยตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาล ก่อนจะไปเขาเอารองเท้าแช่ไว้ในกะละมัง คาดว่าไปโรงพยาบาลเสร็จแล้วจะรีบกลับมาซักรองเท้า
      เขาขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง พอไปถึง หมอตรวจนั่นตรวจนี่แล้วก็สั่งว่า “คุณต้องนอนโรงพยาบาล เพราะหมอเกรงว่าถ้าคุณกลับบ้านอาการจะทรุดหนักกว่านี้”
      เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าโรคร้ายแอบลอบกลับมาอีกครั้งอย่างเงียบกริบ มันกัดกินอวัยวะของเขาอย่างร้ายแรงจนเกินจะเยียวยา เขานอนอยู่ในโรงพยาบาลไม่ถึงอาทิตย์ นาทีสุดท้ายของชีวิตก็เดินทางมาถึง พอญาติพี่น้องรู้ว่าเขาจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ช่วยกันเก็บข้าวของ จะนำศพกลับเมืองไทย แต่พอเปิดประตูคอนโดฯ เข้าไปเห็นรองเท้าคู่โปรดของน้องชายแช่อยู่ในกะละมัง พี่รำพึงออกมาว่า
      “น้องคงไม่คิดว่าตัวเองจะไปเร็วขนาดนี้จึงแช่รองเท้าไว้ คิดว่าไปโรงพยาบาลแค่ชั่วโมงเดียว เดี๋ยวค่อยกลับมาซักรองเท้าตากแป๊บเดียวพอแห้ง คืนนี้เที่ยงคืนก็จะบินกลับเมืองไทย ที่ไหนได้ น้องไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับมาซักรองเท้าด้วยซ้ำ” นี่คือสัจธรรมสุดท้ายของชีวิตจริง ๆ ค่ะ ไม่มีใครรู้ว่า พรุ่งนี้กับชาติหน้าอะไรจะมาถึงก่อน ท่าน ว. ยังฝากข้อคิดปิดท้ายให้เราต้องจำ และบอกตัวเองซ้ำ ๆ เพื่อเรียกสติ
      เมื่อความตายมาพราก จะได้ไม่ต้องลำบากให้คนอื่นมาตามซักรองเท้าให้กับเรา
     ไม่มีใครในโลกนี้ไม่มีปัญหาค่ะ ทุกคนมีมรดกทุกข์เป็นของตัวเอง ไม่เจ็บเรื่องนั้นก็เจ็บเรื่องนี้ ต่อให้เป็นคนดี ก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องเจ็บ บางทีช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็เกิดตอนที่เรารอดพ้นจากช่วงเวลาที่แย่ที่สุดมาได้ ปัญหามากมายผ่านเราไปทุกวัน แต่ความแข็งแกร่งของแต่ละคนไม่เท่ากัน ที่สำคัญ อย่าไปเอาทุกข์ของเมื่อวานมารวม ไม่อย่างนั้นเราจะมองเห็นแต่มุมทุกข์ระทมของตัวเอง แก้ปัญหาเป็นวัน ๆ รักษาตามอาการก็ไม่ได้แย่ แค่ใช้เวลา ตอบไม่ได้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะรับมือได้ บางทีเวลาผ่านไป ปัญหาใหญ่มันก็ใหญ่เท่าเดิม ไม่ได้แก้ เพราะแก้ไม่ไหว แต่เรากลับอยู่กับมันได้ อย่างไม่ทุกข์ทรมานเท่าเดิม
      ชีวิตและหัวใจอย่าใช้สูตร คนดีก็มีวันเสียใจ แต่ต้องทำความดีต่อไป แบบใช้สติมากำกับหัวใจให้ทัน หายใจเข้า แล้วยังหายใจออกได้ แปลว่าเรายังมีเวลาเหลือไว้ใช้แก้ปัญหา จะรีบหยุดลมหายใจทำไม ในเมื่อวันสุดท้ายเรามีสิทธิ์ได้ใช้ทุกคนไม่ต้องห่วง
      และถ้าลมหายใจยังมี ใช้เวลานี้ซักรองเท้าให้ทัน อย่าทิ้งรองเท้าไว้เป็นภาระให้ใคร อย่าทิ้งปัญหาไว้ ให้คนอื่นแก้ แค่นั้นพอ
 

 
Rating
Comments

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต


จำนวนเรื่อง : 26

 พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  

ดีเจอ้อย


จำนวนเรื่อง : 26

  ดีเจอ้อย

 

อ.จตุพล ชมพูนิช


จำนวนเรื่อง : 26


อ.จตุพล ชมภูนิช 

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);