allColumDetail > ศิลปวัฒนธรรม > เรื่องเก่าเล่าสนุก
    Search
  

เรื่องเก่าเล่าสนุก

 

25
เรื่องเก่าเล่าสนุก : ‘วงเวียน ๒๒ กรกฎา’ อนุสรณ์ไทยสู่สงครามโลก

   ตรงที่ถนน ๓ สายตัดกันเป็น ๖ แยก คือถนนมิตรพันธ์ ซึ่งแยกจากถนนเจริญกรุงที่สามแยกตรงไปวัดเทพศิรินทร์กับถนนไมตรีจิตต์ จาก ๕ แยกพลับพลาชัยไปหัวลำโพง และถนนสันติภาพ ที่แยกจากถนนพลับพลาชัยไปบรรจบถนนกรุงเกษมจะเป็นวงเวียนกว้าง มีชื่อว่า ‘วงเวียน ๒๒ กรกฎา’

[อ่านต่อ...]

21
เรื่องเก่าเล่าสนุก : จารึกไว้ในแผ่นดิน ทรงเรือใบข้ามอ่าวไทยนำธงปักไว้เหนือหาดสัตหีบ

  เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๙ หรือเดือนนี้เมื่อ ๕๐ ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสร้างประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้อีก เรื่องหนึ่งซึ่งแสดงถึงพระวิริยะอุสาหะ ความกล้าหาญ และความอดทน ทรงเรือใบประเภท โอเค ขนาด ๑๓ ฟุต ที่ทรงต่อด้วยพระองค์เอง ชื่อ ‘เวคา’ซึ่ง เป็นชื่อของดาวที่สุกใสดวงหนึ่ง จากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ฝ่าคลื่นลมและพายุฝนข้ามอ่าวไทยไปยังสัตหีบ เป็นระยะทาง ๖๐ ไมล์ทะเล หรือราว ๑๑๐ กิโลเมตร โดยมีเพียงเข็มทิศนำทางเพราะก่อนที่จะมีการใช้ระบบ GPS ถึง ๑๗ ปีและมีแซนด์วิชเป็นพระกระยาหารกลางวัน นับเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ทรงเรือใบวิบากเช่นนี้

[อ่านต่อ...]

22
เรื่องเก่าเล่าสนุก : คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวัง

   ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แม้จะเป็นยุคล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก และไทยเราก็เกือบเอาตัวไม่รอดในเรื่องนี้ แต่ก็มีชาวตะวันตกอีกหลายคนที่เข้ามารับราชการไทย และทำด้วยใจรักประเทศนี้ ได้ฝากผลงานไว้มากมาย บางคนก็ยึดเอาเมืองไทยเป็นเรือนตาย บางรายก็ได้กลายเป็นต้นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย บางรายแม้จำต้องกลับไป แต่ก็ฝากแต่ผลงานและฝากใจไว้

[อ่านต่อ...]

25
เรื่องเก่าเล่าสนุก : เมื่อกรมหลวงชุมพรฯ สู่สมรภูมิ บรรทมกับศพ จับหอยทากเสวยแก้หิว

  ในบรรดาพระราชโอรสของสมเด็จพระปิยมหาราช กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์หรือพระนามเดิมพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ชีวิตไม่ได้ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ลูกเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ควรจะเป็น ทรงใช้ชีวิตผจญภัยอย่างลูกผู้ชายธรรมดาทั่วไป ทรงเผชิญวิบากกรรมถึงขั้นถูกปลดออกจากราชการในขณะปฏิบัติหน้าที่‘พระบิดาแห่งราชนาวีไทย’ และเมื่อทรงหันไปศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ ก็ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘หมอเทวดา’ ออกรักษาคนอาการหนักทั่วไป ถึงขั้นทำคลอดให้นางละครที่หลังเวที แต่ที่หนักหนาสาหัสยิ่งก็คือ ทรงเป็นพระราชโอรสรัชกาลที่ ๕ เพียงพระองค์เดียวที่ต้องออกรบในสมรภูมิต่างแดน เสี่ยงชีวิตและผจญกับความลำบากอย่างแสนเข็ญ

[อ่านต่อ...]

26
เรื่องเก่าเล่าสนุก : ‘โลหะปราสาท’ สร้าง ร.๓ เสร็จ ร.๙ วันนี้เป็นสีทอง

  วันนี้ ถ้าผ่านไปทางลานเจษฎาบดินทร์ที่ผ่านฟ้า จะเห็นโลหะปราสาทหลังลานเจษฎาบดินทร์ที่เคยเป็นสีดำมะเมื่อม กลายเป็นสีทองเหลืองอร่าม ซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรเผยว่า เดิมโลหะปราสาทที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ก็ มีพระราชดำริจะให้ยอดปราสาทซึ่งเป็นโลหะเป็นสีทองอยู่แล้ว แต่การสร้างไม่แล้วเสร็จในรัชกาล ต่อมาในปี ๒๕๓๙ จึงมีสร้างต่อเติมจนแล้วเสร็จ และมีการบูรณะอีกหลายครั้ง โดยรมดำยอดปราสาทไว้เพื่อกันสนิม ในปี ๒๕๕๘ นี้ กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะโลหะปราสาทครั้งใหญ่  โดยปิดทองที่ส่วนยอดโลหะปราสาทเป็นสีทอง ตามพระราชดำริเดิมเมื่อแรกสร้าง

[อ่านต่อ...]

21
เรื่องเก่าเล่าสนุก : เสด็จอเมริกา ๒๕๐๓

  เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอทั้ง ๔ พระองค์ ได้เสด็จไปสหรัฐอเมริกาและยุโรปอีก ๑๔ ประเทศ ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินที่ยาวนานถึง ๖ เดือนเต็ม ทรงมีกระแสพระราชดำรัสอำลาประชาชนทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเมื่อวัน ที่ ๑๓ มิถุนายน ตอนหนึ่งว่า........

[อ่านต่อ...]

23
เรื่องเก่าเล่าสนุก : นายกรัฐมนตรี ๑๗ วัน เพื่อเดินหมากครั้งสำคัญของชาติ

    ตอนนี้เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมาใช้ระบอบประชาธิปไตยกันกว่า ๘๓ ปีแล้ว และมีนายกรัฐมนตรีทั้งจากเลือกตั้ง รับเชิญ และยึดอำนาจโดยรัฐประหาร มาได้ ๒๙ คน แต่ละคนได้สร้างความประทับใจหรือขมขื่นไว้แค่ไหน ก็โปรดลงคะแนนกันเอาเองตามอัธยาศัย
    ที่จะเล่านี้ ก็คือนายกรัฐมนตรีที่อยู่บนเก้าอี้ในช่วงเวลาสั้นที่สุด ไม่ใช่เพราะหมดน้ำยาหรือถูกขับไล่ แต่ถูกกำหนดวันออกไว้ให้ตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่งแล้ว ซึ่งตอนนั้นประเทศชาติมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ นายกรัฐมนตรี ‘ขัดตาทัพ’ เพียง ๑๗ วันเท่านั้น เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้นและแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ นายทวี บุณยเกตุ นายกรัฐมนตรีคนที่ ๕

[อ่านต่อ...]

20
เรื่องเก่าเล่าสนุก : พระเจ้าอยู่หัวทรงผนวช

    พระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคสมัย แม้ตามราชประเพณีจะต้องทรงเป็นพุทธศาสนิกชน อันเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็ต้องเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภกของศาสนาทุกศาสนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันก็เช่นกัน ทรงปฏิบัติตามแบบอย่างของพระบรมราชบุรพการี มีพระราชประสงค์จะได้ทรงผนวชในบวรพุทธศาสนา
     ในปี ๒๔๙๙ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ พระสังฆราช ผู้ที่ทรงนิยมนับถือโดยวิสาสะอันสนิท และถือว่ามีคุณูปการส่วนพระองค์มามาก ได้ประชวรอย่างหนัก พระอาการเป็นที่น่าวิตกจนแทบไม่มีหวัง แต่เดชะบุญได้หายประชวรอย่างน่าอัศจรรย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชดำริว่า ถ้าได้ทรงผนวชโดยสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว จะเป็นที่สมพระราชประสงค์ ในอันที่จะได้แสดงพระราชคารวะและศรัทธาในพระองค์ท่านเป็นอย่างดี จึงได้ตกลงพระราชหฤทัยที่จะทรงผนวช เพื่อทรงพระราชอุทิศพระกุศลสนองพระเดชพระคุณภายในปีนั้น

[อ่านต่อ...]

Page 1 of 5First   Previous   [1]  2  3  4  5  Next   Last   
 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);