เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : หอมกลิ่นหมอกที่ดอยสอยมาลัย - หลังคาเมืองตาก
    Search
  
06
เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : หอมกลิ่นหมอกที่ดอยสอยมาลัย - หลังคาเมืองตาก
 
 

เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : เปรียบตะวัน จันทรวาริณ
ภาพ : โจ๊ก เป้ลม
All magazine มกราคม 2560


หอมกลิ่นหมอกที่ดอยสอยมาลัย - หลังคาเมืองตาก

หอมกลิ่นหมอกที่ดอยสอยมาลัย - หลังคาเมืองตาก

     อากาศบนดอยยามเช้าช่างสดชื่นเย็นฉ่ำ เน้นคำว่าฉ่ำเพื่อให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ถูกฉาบไว้ด้วยทะเลหมอก ยามที่ลมเย็นปะทะผิวกายนั้นช่างยะเยือก ผมกำมือเธอไว้แน่น แสงอาทิตย์แรกของวันใหม่ฉายมาเบื้องหน้า สุขใดจะเสมอเหมือนเวลานี้ นี่คือภาพความทรงจำส่งท้ายปี 2016 ที่เราคงประทับใจไปอีกนาน
     เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว เมื่อเข้าหน้าหนาว สาว ๆ ขาแตก เอ๊ย ! ไม่ใช่ครับ เมื่อเข้าหน้าหนาวเราก็ต้องเตรียมของใส่กระเป๋าจัดสัมภาระ พาตะลุยภูเขาสูงหรือพิชิตยอดดอยกันไงครับ
     ไม่ว่าจะภาคเหนือหรือภาคอีสาน เราก็พาไปกันหลายดอยแล้ว ครั้งนี้ขอพาไปชมดอยที่ได้ชื่อว่าเป็นหลังคาของจังหวัดตาก ซึ่งอยู่ในภาคเหนือตอนล่าง ก้ำกึ่งระหว่างภาคตะวันตกกับภาคเหนือนี่แหละครับ
     แน่นอนเมื่อบอกว่าเป็นหลังคา ย่อมต้องอยู่ในที่สูงที่สุดของตากแน่ ๆ เพราะดอยสอยมาลัย เป็นยอดเขาสูงที่สุดของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ยอดดอยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600 เมตร จากยอดดอยสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลได้
     ช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มกราคม พูดง่าย ๆ ว่าช่วงที่เราไปนี่แหละ เป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด ลักษณะภูมิอากาศช่วงฤดูหนาว อากาศจะหนาวมาก แต่ดีต่อใจยามได้กอดคนที่เรารัก แถมการเดินทางยังไม่ค่อยลำบากเท่ากับหน้าฝนเพราะหนทางไม่เฉอะแฉะ และเสี่ยงกับดินโคลนที่ทำให้ต้องรู้สึกหนึบหนับ
     เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง และความชื้นต่างระดับกันทำให้มีสภาพป่าที่แตกต่างกันหลายประเภท ทรัพยากรสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ยังมีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าที่อพยพมายังพื้นที่ที่กักเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีสัตว์ป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะนกชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์อีกด้วย
     สำหรับทางขึ้นดอยสอยมาลัยนั้นจะอยู่ติดกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยเส้นทางระยะแรกเป็นดินโคลนแดง มีน้ำซึมจากผิวดินตลอด สลับกับทางเริ่มชันขึ้นพอประมาณ บางช่วงเป็นดินแดงปนหินมีร่อง มีหญ้ารก ด้านข้างซ้ายเป็นหุบเขาฝั่งเขตอำเภอแม่ระมาด ด้านหลังมองเห็นทิวเขาสลับเป็นแนวทอดยาวไกลออกไปสุดสายตา

หอมกลิ่นหมอกที่ดอยสอยมาลัย - หลังคาเมืองตาก

     จุดสูงสุดเป็นจุดเฝ้าระวังไฟป่าที่ 4 ที่มองเห็นหมู่บ้านม้งอยู่ด้านล่าง ข้างหน้ามองเห็นฐานสื่อสารดอยสอยมาลัย อย่างไรก็ตาม เส้นทางลงเขานั้นเป็นทางชันมากเมื่อขึ้นไปถึงยอดดอยสอยมาลัย ก็ได้หนาวกันสมใจครับ อากาศเรียกว่าไม่แพ้ดอยสูงทางเหนือเลยทีเดียว
      มีทะเลหมอกในช่วงเช้า เป็นทะเลหมอกของน้ำจากหน้าเขื่อนภูมิพลกว้างสุดลูกตาสวยงามยิ่งนัก ส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูงชัน สลับซับซ้อน เป็นป่าเขาที่ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยใหญ่น้อยสายต่าง ๆ จำนวนมากไหลลงสู่น้ำแม่ตื่น แล้วไหลออกบรรจบแม่น้ำปิง ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลตามลำดับ ภาพโดยรวมมีลักษณะเป็นแนวเขาคล้ายรูปตัวยูตะแคง สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าสนเมืองหนาว
      เมื่ออิ่มเอมภาพทิวทัศน์บนยอดดอยแล้ว กิจกรรมอีกอย่างที่แนะนำให้ต้องลองคือ การล่องแพชมธรรมชาติสองฝั่งน้ำแม่ตื่น นั่งเรือชมหน้าผาหินบริเวณสองฝั่งแม่น้ำปิงจนถึงเขื่อนภูมิพล และบนดอยสอยมาลัย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุด สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าดิบเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล
     การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่นโดยรถยนต์ แยกจากถนนพหลโยธินที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ไปตามทางหลวงหมายเลข 1175 สายบ้านตาก - แม่ระมาด ประมาณ 52 กิโลเมตร ก่อนจะถึงหน่วยพิทักษ์ป่ากองจะมีทางแยกขวาไปตามถนนลูกรัง ประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการเขตฯ
     การกางเต็นท์พักแรม สามารถทำได้ 3 จุดด้วยกัน ได้แก่ หน่วยต้นน้ำเขื่อนภูมิพล ห่างจากยอดดอยประมาณ 5 กิโลเมตร, บริเวณยอดดอย (จุดสูงสุด) และหน่วยจัดการต้นน้ำที่อยู่เลยยอดดอยไปประมาณ 5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้บริเวณที่ทำการฯ โดยจะต้องขออนุญาตที่หน่วยพิทักษ์ป่ากิ่วสามล้อก่อนขึ้นดอยสอยมาลัยทุกครั้ง
     ยามนี้แสงอาทิตย์จำจร แสงเดือนเริ่มส่องสว่าง เสียงหรีดหริ่งเรไรเริ่มแว่วราวกับวงดนตรีซิมโฟนี ยามดึกดาวเดือนเคลื่อนคล้อย ผมจำต้องขอลาเข้าเต็นท์กุมมือสาวสวยกล่อมเธอนอนท่ามกลางแสงดาว... ฝันดีนะครับ
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);