เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : หนองแซง ‘แดนเทวดา’
    Search
  
28
เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : หนองแซง ‘แดนเทวดา’
 
 

เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : เปรียบตะวัน จันทรวาริณ
All magazine พฤศจิกายน 2559


หนองแซง ‘แดนเทวดา’

หนองแซง ‘แดนเทวดา’

      สโลแกนของอำเภอหนองแซงนี้เก๋ไก๋มากครับ เพราะได้ชื่อคล้องจองแบบอิมแพคกับชื่ออำเภอเข้าอย่างจังว่า ‘หนองแซงแดนเทวดา’
     ที่นี่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แถมเป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นยอด เท่านั้นยังไม่พอ มะม่วงหนองแซงก็เป็นมะม่วงสายพันธุ์เยี่ยมที่หารับประทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น แถมยังเป็นจุดกำเนิดธุรกิจกาแฟบ้านไร่ ธุรกิจกาแฟโดยคนไทยแท้ ๆ
      โอ้โห... ยังไม่หมดนะครับ ยังมีพิพิธภัณฑ์หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน ที่ยังคงความงามแบบไทยวนดั้งเดิมเอาไว้ให้ชื่นชม ทั้งตัวเรือนและวัฒนธรรมดั้งเดิมให้ดูอีกด้วย
      ทริปนี้ผมต้องขอขอบคุณ HER Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ที่ได้จัดทริปชวนคนอ่านหนังสือ ผู้โชคดีจากการร่วมสนุก สื่อมวลชน รวมทั้งผม คอลัมนิสต์ใน all Magazine ออกเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดแสนพิเศษ โดยมีสองนักเขียนคู่รักนักเดินทางจากหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ เป็นแกนนำพาเที่ยวไปด้วยกันในกิจกรรม ‘A Long Way Home ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน’ กรุงเทพฯ - หนองแซง (สระบุรี)
     คณะเราออกจากสถานีหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางโดยขบวนรถไฟพิเศษนำเที่ยวหนองแซง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ที่มีคำขวัญประจำอำเภอว่า ‘มะม่วงต้นตำรับ เครื่องประดับโบราณ ชลประทานหลากหลาย ทางรถไฟสู่อีสาน ศูนย์ตำนานวัฒนธรรม’ พอไปถึงก็มีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการโดยมีคุณอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวเปิดงาน พร้อมร่วมปั่นไปตามเส้นทางกับจักรยานคู่ใจ ท่ามกลางอากาศดี๊ดี ฟ้าเปิด แต่ร้อนจัด (ฮา)
     ตามตำนานแล้ว ประชากรพวกแรกที่ได้มาตั้งถิ่นฐาน ณ อำเภอหนองแซงนั้น ได้อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ และได้เลือกตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้หนองน้ำ และมีต้นแซงขึ้นงอกงามเขียวชอุ่มปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยรอบ ชาวบ้านจึงขนานนามพื้นที่ที่ตนเองอยู่อาศัยนั้นว่า ‘บ้านหนองแซง’

            หนองแซง ‘แดนเทวดา’

     เราเริ่มปั่นจากสถานีรถไฟหนองแซงไปแวะจิบกาแฟบ้านไร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทย ที่ร้านบ้านไร่ใบกระเพรา หลบร้อนกันสักครู่ เมื่อหายเหนื่อยก็ปั่นกันต่อ จุดหมายที่สองเราแวะชมและชิมผักสด ๆ กับน้ำสลัดสูตรพิเศษที่คลีนฟาร์ม (ฟาร์มผักปลอดสารพิษ) ที่ตั้งใจผลิตผักปลอดสารพิษคุณภาพสูงด้วยกรรมวิธีที่ประณีต ภายใต้แนวคิด ‘ปลูกด้วยดิน บนแคร่ ในโรงเรือน’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่นอกจากจะได้ผลผลิตที่ปลอดภัยแล้ว ยังสด สะอาด และรสชาติดี จนได้รับรางวัล GAP ดีเด่น และ OTOP 5 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมแปลงเกษตรสาธิต หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผักออร์แกนิคหลากหลายชนิดกลับบ้านเป็นของฝากกัน
     เมื่อทานผักสดพร้อมน้ำสลัดหลากรสชาติกันพออยู่ท้อง เอ๊ย ! หอมปากหอมคอ เราก็ตั้งขบวนปั่นจักรยานไปไหว้พระขอพรที่วัดหนองสีดากันต่อครับ ที่นี่นอกจากความสวยงามของอุโบสถแล้ว ต้องตื่นตาตื่นใจชมค้างคาวแม่ไก่ในเวลากลางวันนับร้อย ๆ ตัว ซึ่งอาศัยเกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ในวัดแห่งนี้ โดยค้างคาวแม่ไก่นี้แปลกประหลาดตรงที่ไม่สามารถพบได้ทั่วไปในอำเภอหนองแซง แต่จะพบได้เฉพาะบริเวณต้นโพธิ์ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณวัดเท่านั้น
     ปั่นจักรยานรวมกว่า 22.5 กม. ก็ต้องพักเหนื่อยชมการแสดงพื้นบ้านพร้อมรับประทานอาหารกลางวันแบบขันโตกกับเมนูอาหารพื้นบ้านที่หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน ตัวเรือนนั้นคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ครบถ้วน ยิ่งดูการรำฟ้อนหรือตีกลองสะบัดชัยไปด้วยยิ่งเข้าถึงอรรถรส
     ก่อนกลับแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านไร่กาแฟ ที่นอกจากจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และแหล่งความรู้เกี่ยวกับธุรกิจกาแฟแล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชุมชนที่จะพานักท่องเที่ยวย้อนเวลากลับไปยังสมัยอดีต ผ่านข้าวของเครื่องใช้ รูปภาพมากมาย โดยเฉพาะกับวิถีชีวิตของชาวลาวเวียง กลุ่มคนแรก ๆ ที่ได้ลงหลักปักฐานที่หนองแซงแห่งนี้
     คุยกับทีมงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี ก็ได้เกร็ดความรู้ความอร่อยเพิ่มว่าอำเภอหนองแซงเป็นแหล่ง ปลูกมะม่วงดีที่สุดในประเทศไทย เพราะมะม่วงมันหนองแซงมีรสชาติที่ หวาน มัน อร่อย เมื่อผลเล็กเท่าเมล็ดพุทรา จะมีรสฝาดกินไม่อร่อย ผลโตขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งจะเริ่มมีรสชาติมัน รสชาติจะดีที่สุดตอนเข้าไคลแล้ว นิยมกินเมื่อแก่จัดและยังดิบอยู่ สังเกตจากผิวสีเทานวลหากปล่อยให้สุก จะเสียรส มีรสจืด แต่มะม่วงมันอื่น ๆ ส่วนมากจะรสชาติมัน เฉพาะตอนแก่จัด ถือเป็นของดีเมืองหนองแซงเลยครับ
     แดดร่มล่มตกแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง พวกเราก็อ่อนแรงตามเช่นกัน ทุกคนต้องรีบปั่นจักรยานยาวไปยังสถานีรถไฟหนองแซง (สระบุรี) เพื่อเตรียมตัวเดินทางขึ้นรถไฟกลับถึงกรุงเทพฯ ทริปนี้สนุกครบรสดีจริง ๆ ถึงบ้านหลับสบายเลยครับ
การเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เส้นทางพหลโยธิน แยกเข้าหนองแซง ทางหลวงหมายเลข 3014 ระยะทางจากถนนพหลโยธิน ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกหนองแซง เลี้ยวซ้าย เข้าเขตอำเภอหนองแซง แต่ถ้าอยากชิลล์ก็ต้องแนะนำให้ไปกับรถไฟเหมือนผม สถานีรถไฟหนองแซงนั้นเป็นประตูสู่ภาคอีสาน แถมยังโดดเด่นด้วยหลักกิโลที่สวยงามตระการตา ใช้เวลา One Day Trip ได้อย่างหนำใจเลยครับ
 
         หนองแซง ‘แดนเทวดา’

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);