ถนนคนเพลง : BONE IN DA HOUSE ลงมือทำ นำสู่ความสำเร็จ
    Search
  
01
ถนนคนเพลง : BONE IN DA HOUSE ลงมือทำ นำสู่ความสำเร็จ
 
 

all Magazine :  ปีที่ 7  ฉบับที่  11  เดือนเมษา 2556
ถนนคนเพลง : พรเลิศ เลิศหิรัญรัตน์ 

                          BONE IN DA HOUSE         
          ‘T-Bone’ วงดนตรี Reggae & Ska วงแรกของเมืองไทย พร้อมแล้วกับอัลบั้มใหม่ของพวกเขา ‘BONE IN DA HOUSE’ กับแนวทางและความตั้งใจที่ยาวนาน ทำให้งานที่ออกมาให้มีสไตล์เพลงที่ชัดเจนและมีความเป็นตัวของตัวเองผสมผสา¬นกันอย่างลงตัว ทำให้อัลบั้มนี้สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่พวกเขาอยู่ในวงการดนต¬รีในเมืองไทยมากว่า 20 ปี
       โดยในอัลบั้มชุดนี้ พวกเขาได้ร่วมงานกับสุดยอดศิลปินในตำนานจากจาไมก้า เช่น Dennis, Alcapone, Horseman, Bubble และสุดยอดโปรดิวเซอร์ Mike Pelanconi หรือ ‘Prince Fatty’ เจ้าของเพลงฮิตมากมายจากอังกฤษ โดยในอัลบั้มชุดนี้ผ่านการบันทึกเสียงและ¬มิกซ์ทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษ เรามาคุยกับมือกีต้าร์ ‘พี่กอล์ฟ - นครินทร์ ธีระภินันท์’ กันว่า ลงมือทำอย่างไรถึงนำไปสู่ความสำเร็จ

T-Bone ก่อตั้งวงมากี่ปีแล้ว
          เริ่มตั้งวงกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 แต่ได้ออกเทปชุดแรกตอนปี 2536 อัลบั้มแรกทำกับค่ายมูเซอร์ ของคุณประภาส ชลศรานนท์ ลองคำนวณดูแล้วกันครับ

สมาชิกในวงหลัก ๆ ตั้งแต่ยุคแรกมีใครบ้าง
           มีผมเล่นกีต้าร์มาตลอด แก๊ป ก็เป็นนักร้อง หนุ่ม เพอร์คัสชั่น สามคนนี้จะอยู่กันมาตั้งแต่เริ่มต้น ในยุคแรกมี เปิ้ล ที่ร้องเพลง
‘เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม’ แต่เสียชีวิตไปแล้ว แล้วก็ โอแลนโด้ ที่เป็นเด็กร้องเพลง เราทำทั้งหมด ซึ่งกลับไปอยู่อเมริกานานแล้ว ยุคต่อมาก็จะมี พี่เล็ก เข้ามาตีกลอง นอกนั้นก็เป็นตำแหน่งที่เข้า - ออก เปลี่ยนกันหลายคน แต่มาลงตัวเป็นไลน์อัพนี้มา 7 ปีแล้ว มี ซันนี่ เล่นเบส แล้วก็คีย์บอร์ดกับทีมเครื่องเป่า รวมแล้วตอนนี้มีสมาชิก 9 คน

 ภาคดนตรี ในอัลบั้มนี้ได้เพิ่มสัดส่วนอะไรบ้าง
         ชุดนี้ถือว่าดีที่สุดหรือเกือบดีที่สุดที่เราทำกันมา คือเราได้ทำงานกันเองเต็ม ๆ ตั้งแต่ในชุดที่ 3 ‘เล็ก ชิ้น สด’ ก่อนหน้านั้นจะมีโปรดิวเซอร์ วิวัฒนาการจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทีโบนจะมีเพลงฮิตประมาณชุดละเพลงสองเพลงอยู่แล้ว สำหรับชุด Bone In Da House นี่เราบันทึกเสียงกันที่อังกฤษด้วย ที่เมืองไทยด้วย และมิกซ์ทำมาสเตอร์กันที่อังกฤษ ซึ่งได้โปรดิวเซอร์คนดังในสายเร็กเก้และดั๊บ (Dub) Mike Pelanconi มามิกซ์ให้ ถ้าเราทำเองก็จะได้ในระดับนึง คนมิกซ์หรือโปรดิวซ์เนี่ยก็เปรียบเหมือนพ่อครัว เมื่อเราเตรียมวัตถุดิบมาให้ อยู่ที่เขาแล้วว่าจะปรุงออกมาเป็นอย่างไร อร่อยหรือเปล่า ซึ่งเราก็พอใจกันมาก

นอกจากทำวงทีโบนแล้วพี่กอล์ฟทำอาชีพอะไรอีก
       ที่ทำควบคู่กับทีโบนมาหลายปีแล้วก็คือ เป็นอาจารย์ประจำในคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนอีกวงหนึ่งทำเป็นไซด์โปรเจ็คต์ก็คือวงแจ๊สชื่อ ‘สโตนเฮด’ อันนี้ก็มีเล่นกันอยู่เป็นประจำ

ทำไมพี่ถึงชอบดนตรีแจ๊ส
           ข้อดีของมันคือจะทำให้เราฉลาด ผมว่ามันทำให้ได้คิดเยอะ ต้องฝึกเยอะ สามารถเอาไปผสมใช้กับดนตรีได้ทุกแนว ไม่ว่าจะเล่นเครื่องดนตรีอะไร ในการเล่นจะมั่วไม่ได้ เพราะต้องเล่นอยู่ในคีย์หลาย ๆ คีย์ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ถามว่าชอบอะไร ผมโตมาในยุคดนตรีที่ยังเป็นดนตรี มันยังไม่เป็นแบบนี้ ข้อดีคือผมได้ดูอะไรที่มันยังดีอยู่ ได้ฟังทุกอย่างที่ดี นักดนตรีเล่นกันเอง อัดเอง ตัวช่วยน้อย สมัยนี้เรารับรู้ทุกอย่างที่มาจากของเดิมหมด แต่มาทำแบบในรูปลักษณ์ที่ง่ายขึ้น ใช้คอมพิวเตอร์ทำหมด เดี๋ยวนี้ถ้าถามผมว่าผมชอบเล่นอะไร ข้อดีของผมคือ ได้ฟังมาเยอะ ผมสามารถไปตั้งดนตรีอยู่บนอะไรก็ได้  คือต้องการให้มันเป็นแจ๊สมากก็ได้  ให้มันไม่เป็นมากก็ได้ แต่ถ้าถามหลัก ๆ เลยก็น่าจะเป็นแจ๊สที่ทำได้ดีที่สุด อย่างอื่นก็ดีคละ ๆ กันไป

มาชอบดนตรีเร็กเก้ - สกาตอนไหน
         ทีโบนนี่ชอบตั้งแต่เริ่มเลย ช่วงแรกก็เล่นเพลงบลูส์กันมาก่อน พอแก๊ปเข้ามาเป็นนักร้องนำ ตอนปี 34 ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเร็กเก้ ส่วนสกาก็มาเล่นกันจริงจังตอนชุด ‘กอด’ ที่ออกกับโซนี่มิวสิค ประมาณปี 39 - 40 ที่นำสกามาเล่นเพราะคนไทยรับได้ง่ายกว่า
เต้นได้สนุกกว่า
อย่างเร็กเก้ต้องคนที่ชอบจริง ๆ ถึงจะชอบ เพราะมันช้า ฟังยากกว่า

ในชุดใหม่นี้มีทั้งซาวน์แบบ Dub บางเพลงก็มีแร๊พแบบ DANCEHALL ผสมด้วย?
         คนที่ร้องแร๊พคือ Horseman เป็นศิลปินรุ่นเดียวกับ Bob Marley เลย แล้วอีกคนคือ Dennis คนนี้ก็เป็นตำนานของจาไมก้าเหมือนกัน เป็นคนที่ทำเสียง “ชิกก้าชิก” คนแรก ตอนออกผลงานในนามวง THE SKATALITES คือในชุดนี้เราได้แขกรับเชิญที่ตรงสายมาก แต่ก็ไม่ได้ดังถึงขนาดทุกคนรู้จัก แต่เรารู้ว่าจะได้อะไรที่ต้องการอย่างเต็มที่

ทำไมชุดนี้ถึงมีซาวน์แบบ Dub ผสมมากขึ้น
          แก๊ปเขาเล่น Dub มาตลอด (ในนาม GA-PI) เราก็เลยเอาความชอบของแต่ละคนมาผสมกัน แต่เราก็ยังใส่ความเป็นไทยเข้าไปเยอะ อย่างในเพลง ‘หน้าบาน’ แต่ก็ไม่ถึงกับไทยจ๋า พวกเราไปเล่นต่างประเทศกันบ่อยมาก ยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น สิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าคนอยากดูก็คือความเป็นไทยนี่แหละ แต่ก็ต้องมีความเป็นสากลด้วย แล้วเราก็ไม่ร้องเพลงฝรั่งด้วย ร้องเพลงไทยหมดเลย เขาไม่เข้าใจเนื้อหาเพลงหรอก แต่ก็สนุกด้วยกันได้

ทำไมทีโบนถึงประสบความสำเร็จในการโกอินเตอร์
         คิดว่าทีโบนตีโจทย์แตกมากกว่า เราไม่พยายามที่จะเป็นฝรั่งไง เราเสนอความเป็นไทย ไม่ได้พยายามเป็นจาไมก้า ผมว่าฝรั่งไม่เคารพหรอกที่เราจะเป็นเหมือนเขาเป๊ะ ๆ เผ่าพันธุ์เราไม่ใช่ ผมสังเกตหลาย ๆ วงที่ไปเล่นเมืองนอกพยายามที่จะเป็นฝรั่งไง เราต้องยอมรับความเป็นตัวเองให้ได้ก่อน

ทีโบนสร้างเอกลัษณ์ของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่
         ตั้งแต่แรกเลย เราเป็นวงเร็กเก้ - สกาวงแรกของไทย ตอนนั้นยังไม่มีใครทำผมเดร๊ดร็อคแบบแก๊ป คนก็จะจำภาพได้ แถมเพลงแรกที่คนจำได้ก็ยังไม่ใช่เร็กเก้ด้วย แต่เป็นเพลง ‘เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม’ จนเราเริ่มโตขึ้น เราก็เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อ 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ดนตรีสกาเกิดเป็นกระแส ก็มีวงสกาเกิดขึ้นเยอะมาก แล้วตอนนี้วงพวกนั้นก็หายไปเหลือไม่กี่วงแล้ว แต่ทีโบนก็ยังอยู่เหมือนเดิม เพราะเรารักที่จะเล่นดนตรีแนวนี้กันจริง ๆ ไม่ใช่ตามแฟชั่น เราก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยเปลี่ยน พวกผมไม่ได้แคร์เรื่องชื่อเสียงเลย เรามุ่งเน้นที่ตัวเพลง สนแค่การสร้างงานออกมาให้ดีก็พอ อย่างเพลงทีโบนชุดนึงก็ขายได้ประมาณ 4 - 5 ปี เราเล่นคอนเสิร์ตกันค่อนข้างเยอะ

จัดคอนเสิร์ตช่วงไหนมากที่สุด แล้วช่วงว่าง ๆ ทำอะไร
        ช่วงหน้าหนาวนี่จะเยอะ มีเทศกาลคอนเสิร์ตเยอะ อาทิตย์ละ 2 - 3 งาน เดือนละประมาณสิบกว่างาน คือเราทุกคนก็มีงานอย่างอื่นกันด้วย ก็เลยไม่รับเยอะจนเกินไป อย่างผมก็เล่นแจ๊ส พี่เล็กก็เล่นแจ๊ส ซันนี่มือเบสก็เล่นแจ๊ส มือคีย์บอร์ดกับทีมเครื่องเป่าก็เล่นแจ๊สด้วยเช่นกัน จะจัดทีโบนเป็นวงที่เล่นแจ๊สก็ได้เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยกันหมด ยกเว้นแก๊ป คือเขาลอยตัวอยู่แล้ว เขาก็มีงานมิกซ์ให้น้อง ๆ วงอื่นบ้าง

ทีโบนลงมือทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ
          ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะ อย่างทีโบนนี่ผมถือว่าพวกเราประสบความสำเร็จแล้ว แต่ไม่ใช่ในแง่การตลาดหรือยอดขายนะ ถ้าในแง่เรื่องการทำเพลงหรือเล่นดนตรีเราถือว่าเราสำเร็จแล้ว คือต้องรู้แน่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร แล้วมุ่งไปให้สุดในทางนั้นเลย อย่ายอมแพ้หรือท้อแท้ก่อน อุปสรรคนั้นทุกคนต้องเจอแน่นอน ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรื่องอยู่เรื่องกิน บางทีเรื่องเหล่านี้ก็อาจทำให้เราล้มเลิกก่อนก็เป็นได้ ประเด็นก็คือว่า ต้องอดทนกับมัน หาจุดขายให้ได้ ถ้าเราอยากทำสิ่งที่รักเป็นอาชีพที่เลี้ยงเราได้ ฉะนั้นต้องแน่วแน่ อย่ายอมแพ้ครับ ความสำเร็จของทีโบนก็ไม่ได้อยู่ที่ความโด่งดัง แต่มันเป็นผลพลอยได้มากกว่า พวกเราค่อนข้างเก็บตัวกันด้วยซ้ำ ถือเป็นความโชคดีด้วยที่เราทำวงทีโบนในยุคที่ไม่มีใครทำแบบนี้มาก่อน

ฝากผลงานและคอนเสิร์ต
          สำหรับคอนเสิร์ต ‘T-Bone เหนือเมฆ’ ในวันที่ 6 เมษายน ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นี่ก็เป็นคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ที่เราอยากทำให้คนในกรุงเทพฯ ได้ดู ส่วนใหญ่เราจะเล่นเฟสติวัลต่างจังหวัดกันบ่อย และอยากได้ความใกล้ชิด อยากได้อารมณ์สนุก ๆ คนดูไม่ต้องเยอะมาก คือถ้าจะจัดเป็นคอนเสิร์ตใหญ่เท่าตอนเล่นกับปาล์มมี่ก็คิดว่าเป็นงานที่ใหญ่ไป คงจัดไม่ไหว เอาเท่านี้ดีกว่า คิดว่าคนดูก็คือคนที่อยากมาดูกันจริง ๆ นอกจากเป็นคอนเสิร์ตที่เล่นเพลงในชุดใหม่แล้วเรายังเอาเพลงเก่า ๆ มาเล่นในสไตล์อะคูสติคด้วย ใครคิดถึงเพลงอย่าง ‘แรงดึงดูด’ หรือ ‘เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม’ คงได้ฟังกันสมใจในงานนี้
           ส่วนอัลบั้มใหม่ก็ฝากอุดหนุนด้วยครับ เราตั้งใจทำกันเต็มที่ทั้งตอนบันทึกเสียงและตอนมิกซ์ ไม่ต้องห่วงเรื่องระบบเสียงเลย ชุดนี้ถือว่าดีที่สุด พอใจที่สุดที่ทำมาก็ว่าได้...ขอบคุณครับ

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);