สุขภาพ : กะทิ
ถึงคราวป่วย กล้วยช่วยได้

‘กล้วย’ มักถูกเปรียบเปรยให้นึกถึงอะไรที่ทำได้ง่ายดาย สำนวนที่ว่า ‘ปอกกล้วยเข้าปาก’ หรือ ‘เรื่องกล้วย ๆ’
จึงคุ้นหูเรา ๆ ท่าน ๆ เมื่อพูดถึงการทำอะไรง่าย ๆ แต่ในแง่ของสุขภาพนั้น ‘กล้วย’ จัดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่า
ด้านโภชนาการที่หลายคนมักมองข้ามกันไป
ทั่วทุกพื้นที่ของโลกกล้วยมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมประชากรในเขตอื่น ๆ
ของโลก จึงนิยมบริโภคกล้วยด้วยเช่นกัน แต่กล้วยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ‘กล้วยหอม’ ในเมืองไทยของเราก็มี
กล้วยนานาพันธุ์ให้เลือกรับประทาน ทั้งกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง และอื่น ๆ อีกมากมาย
‘กล้วยสุก’ มีคาร์โบไฮเดรตถึง 22% เพราะฉะนั้น การรับประทานกล้วยแทนอาหารเย็น จึงเป็นความเชื่อที่ ‘ผิด’
เพราะคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่ อยู่ในรูปของน้ำตาลซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของ ‘ความอ้วน’ นอกจากจะเป็นแหล่งของ
คาร์โบไฮเดรตแล้ว กล้วยยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ คือเป็นแหล่งวิตามินเอ บี และซี
‘กล้วย’ เป็นผลไม้ที่คนทั่วไปนิยมรับประทาน แต่กลับไม่ค่อยมีใครศึกษาถึงประโยชน์ทางยาของกล้วยมากนัก
อย่างไรก็ตาม พบว่าชาวอินเดียใช้แป้งจากกล้วยบางชนิดทำ ‘จาปาตี’ ซึ่งเป็นโรตีจืด ทั้งนี้มีสรรพคุณคือ ลดอาการ
ท้องอืด หรือธาตุพิการ และยังใช้แป้งจากกล้วยผสมนมสด ใช้เป็นอาหารที่ย่อยง่ายในผู้ป่วยกระเพาะอักเสบ
ได้เป็นอย่างดี
ในปี พ.ศ. 2473 นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า ‘เนื้อกล้วย’ สามารถทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เหลือ
กรดไม่มากพอที่จะทำให้เกิดอาการปวด แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ กลับพบสารสำคัญในกล้วยที่สามารถยับยั้ง
การหลั่งของกรดในกระเพาะได้ จึงช่วยลดการกำเริบของแผลในกระเพาะ และพบอีกว่าหลังจากให้หนูทดลองกินกล้วย
ไประยะหนึ่ง ผนังกระเพาะของหนูหนาขึ้นถึง 20% และให้กินยาแอสไพรินซึ่งมีฤทธิ์กัดกระเพาะของหนูทดลองก็ไม่
สามารถกัดกระเพาะได้
นอกจากนี้ ใน ‘กล้วยดิบ’ มีสารแทนนิน ที่สามารถรักษาอาการท้องเดินชนิดไม่รุนแรงได้ วิธีใช้คือใช้กล้วย
น้ำว้าห่ามรับประทานดิบ ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล หรือใช้กล้วยน้ำว้าดิบฝานเป็นแว่นบาง ๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงใช้ชง
น้ำร้อนดื่ม ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งผล ควรงดอาหารทุกชนิด ประมาณ 2 มื้อ เพื่อให้ท้องได้พักตัว นอกจากใช้กล้วยดิบระงับ
อาการท้องเดินแล้ว ก็ยังใช้กล้วยสุกเป็นยาระบายได้ด้วย เนื่องจากกล้วยสุกมีเพคตินสูง ช่วยให้ถ่ายคล่อง
ฉะนั้นหันมารับประทาน ‘กล้วย’ กันเถิด เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยส่งเสริมผลไม้ไทยแล้ว ยังดีต่อสุขภาพ
ด้วยนะจ๊ะ
ขอขอบคุณ : ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข