ไอดินกลิ่นทุ่ง : วัฒน์ วรรลยางกูร
ภาพ : ภาภิชัช
ความรักไม่เคยทำให้ใครตาบอด

ใครก็ตามที่ค้นคิดสำนวนว่า ‘ความรักทำให้คนตาบอด’ ผมขอคารวะในมันสมองของท่าน
ใช่ ‘ความรักทำให้คนตาบอด’ เมื่อคน ๆ นั้นตกอยู่ในห้วงแห่งความรักหลงจนขาดสติ จึงเหมือนคนตาบอด มืดมน
ลองมาย้อนนึกดู แน่ละว่า ในชีวิตคนบางช่วงก็ขาดสติ ทำอะไรที่ไม่ได้สติ แล้วต้องเสียงสตางค์ อย่างในชีวิตผม
เคยขาดสติ คือขับรถเร็วบ้าง เมาหลับขับรถลงข้างทางบ้าง เหล่านี้คืออาการไม่ได้สติ ทำให้เสียสตางค์ในการซ่อมรถ
หรือเยียวยาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
นั่นในเรื่องขับรถ ส่วนในเรื่องรัก แน่ใจว่า เวลามี‘ความรัก’ ผมมีสติอยู่พอสมควร เฮ้อ...ไม่เล่าดีกว่า เราไม่ใช่ดารา
ที่ใครจะอยากมารู้เรื่องรัก
คือผมไม่เชื่อเรื่องความรักทำให้คนตาบอด
แต่เชื่อเรื่อง ความรักทำให้คน ‘ตาสว่าง’
แน่ใจว่า เวลามี ‘ความรัก’ โลกนี้ช่างสดใสน่าอยู่
‘ความรัก’ ทำให้มีพลังชีวิต อยากคิด อยากเขียน อยากสร้างสรรค์บทกวี บทเพลง
ผมแน่ใจจากประสบการณ์ที่ผ่านมา...ไม่น้อยเลย ผมจึงชอบมี ‘ความรัก’
มี ‘ความรัก’ อย่างมีสติ มี ‘ความรัก’ อย่างตาสว่าง
รักแล้วอยากให้คนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย
รักใครแล้วอยาก ‘ให้’ ให้ทุกอย่างที่เรามีให้ได้
‘ความรัก’ คือการให้ คือไม่เห็นแก่ตัว
และจึงไม่ชอบการมี ‘ความรัก’ แบบตาบอด แบบไม่มีสติ
‘ความรัก’ ทำให้คนตาบอดจริงหรือ ผมว่าไม่จริงครับ
ที่ทำให้คนตาบอดน่าจะไม่ใช่ ‘ความรัก’
แต่เป็นความหลง ความเห็นแก่ตัว และเป็นความโง่ งมงาย
ความโง่ ความงมงายไร้เหตุผล ความเห็นแก่ตัว นั่นต่างหากที่ทำให้คนตาบอด ไม่ใช่ ‘ความรัก’
ในขอบเขตของความรักส่วนบุคคล ความโง่ ความเห็นแก่ตัว ที่ทำให้คนตาบอด ก่อความเดือดร้อนรุนแรงอยู่ใน
ระดับส่วนบุคคล หรือส่วนครอบครัว
เช่นการทำร้ายกันด้วยข้ออ้างของ‘ความรัก’สาดน้ำกรดใส่ใบหน้าสาวสวย เพียงเพราะเธอไม่รับรักเขาใช้ปืนยิงคู่รัก
เมื่อเกิดเหตุไม่สมดังใจ ฯลฯ การทำร้ายกันเช่นนั้นเป็น ‘ความรัก’ หรือ ย่อมมิใช่แน่นอน
มันเป็นเพียงความเห็นแก่ตัวอย่างโหดอำมหิต
‘ความรัก’ จึงไม่เคยทำให้ใครตาบอด
ความเห็นแก่ตัว ความคับแคบ ความโง่งมงายต่างหาก ทำให้คนตาบอด
จาก ‘ความรัก’ ส่วนตัว ส่วนครอบครัว ขยายวงกว้างมาสู่ระดับประเทศชาติ สังคม
“ความรักชาติทำให้คนตาบอด”
“ความรักในความเป็นไทยทำให้คนตาบอด”
ก็ต้องบอกทำนองเดียวกันว่า ‘เปล่าเลย’
ความรักชาติไม่ได้ทำให้ใครตาบอด รักความเป็นไทยไม่ได้ทำให้ใครตาบอด แต่ความหลงชาติ หลงความเป็นไทย
ต่างหากทำให้คนตาบอด ความโง่เขลางมงายต่างหาก ทำให้คนตาบอด
“เกิดมาเป็นคนไทย น้องเอยจำไว้ หมั่นทำบุญใส่บาตร
วันโกนวันพระอย่าได้ขาด ทำบุญตักบาตรให้ทุก ๆ วัน
นี่ก็จวนวันพระ น้องจ๊ะแกงเนื้อมัสมั่น
หูฉลามนั่นสำคัญ สาเกต้มนำตาล อย่าลืมเอาไป”
เพลงวันพระอย่าเว้น ของ สุรพล สมบัติเจริญ เหมือนกับจะบอกว่า
ความเป็นไทยคือ ‘ทำบุญตักบาตรทุกวัน’
แล้วที่สำคัญต้องแกงเนื้อมัสมั่น ทำหูฉลาม และสาเกต้มน้ำตาล ใส่บาตรด้วย...งั้นหรือ
เปล่าเลยครับ เป็นเพียงอารมณ์ขันแบบลูกทุ่งของ สุรพล สมบัติเจริญ ล้อเลียนว่า คนหนุ่มที่ไปบวชพระนั้น อาจเป็น
โรคซิฟิลิส หนองใน โกโนเรีย ที่แสลงโรคกับอาหารจำพวก แกงเนื้อมัสมั่น หูฉลาม สาเก
ไม่ได้หมายความว่า ถ้าอยากเป็นคนไทย ต้องหมั่นทำบุญใส่บาตรด้วยแกงเนื้อมัสมั่น หูฉลาม สาเกต้มน้ำตาล

พูดมาพูดไป ผมเพียงแต่อยากเตือนใจคนบางกลุ่ม ที่อยู่ในอาการ ‘รักชาติจนตาบอด’ หรือ ‘รักความเป็นไทย
จนตาบอด’
ตาบอดคือขาดสติ ตาบอดคือเพราะความเกลียดชัง ตาบอดเพราะคับแคบ
ชาติ อาณาเขตของชาติ เป็นเรื่องสมมุติกันเอง แบ่งเขาแบ่งเรา
นกบินจากทิศตะวันตก นกไม่รู้เลยว่า ตรงไหนคือประเทศไทย ตรงไหนคือประเทศพม่า
ปลาว่ายมาตามลำน้ำโขง ปลาไม่ต้องใช้พาสปอร์ตผ่านหลายประเทศ เช่น จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม
หนักข้อกว่าความรักชาติ คือรักความเป็นไทย
หนักข้อถึงขั้นคนใหญ่คนโตสวมเครื่องแบบออกมาเสือกไสไล่ส่ง ‘คนไม่รักความเป็นไทย’ ว่า
‘ให้ไปอยู่ประเทศอื่น’
ถามจริง ๆ ประเทศนี้ ใครเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวหรือ
และความเป็นไทย มีเพียงนิยามเดียว ของพวกคุณกลุ่มเดียวเท่านั้นหรือ
ถ้าคิดคับแคบแบบนั้น อันดับแรกคุณจะต้องไปถกเถียงกับสุรพล สมบัติเจริญ ที่บอกไว้ในเพลงว่า เกิดมาเป็น
คนไทย ต้องทำบุญใส่บาตร ด้วยแกงเนื้อมัสมั่น หูฉลาม และสาเกต้มน้ำตาล
และหากสุรพล สมบัติเจริญ เป็นคนคับแคบงี่เง่างมงาย สุรพลก็อาจจะบอกว่า ใครที่ไม่ใส่บาตรด้วยสาเกต้มน้ำตาล
ไม่ใช่คนไทย ให้ไปอยู่ประเทศอื่น
แต่สุรพล สมบัติเจริญ ไม่ใช่คนโง่แบบนั้น แน่นอน
คนโง่คือคนคับแคบ คือคนบังคับให้คนอื่นคิดตามตัวเองเท่านั้น
และถ้าใครไม่ยอมทำตามความคับแคบนั้นแล้ว คนโง่ก็จะมีมาตรการลงโทษ
ความรักชาติ ความรักความเป็นไทย ไม่ได้ทำให้คนตาบอดหรอก
ความโง่ งมงาย ความเขลา ต่างหากที่ทำให้คนตาบอด
ถ้าเรารักชาติ เราต้องรักคนร่วมชาติ ให้ผู้คนอยู่ร่วมกันในชาติอย่างมีความสุข แม้ประชากรมีมากตั้งเกือบเจ็ดสิบล้านคน
มีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลายกันไป ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้ บนพื้นฐานของ ‘ความรัก’
ถ้ารักความเป็นไทย เราต้องมองเห็นความเป็นไทยที่หลากหลาย และอยู่ร่วมกับสากลโลกได้ ไม่ใช่ความเป็นไทยที่คับแคบ
ตายตัว โหดเหี้ยมอำมหิต พร้อมจะฆ่าใครก็ตามที่คิดแตกต่าง
ความรักแท้จริงทำให้คนตาสว่าง
ความโง่เขลางมงาย คับแคบ ทำให้คนตาบอด