กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน : ประชาคม ลุนาชัย
กี่ฝัน กี่ดวงตะวันในชีวิต

ผมมาถึงป่าสนชายทะเลตั้งแต่บ่าย นอนบนเปลรับลมหลับไปงีบใหญ่ ตื่นขึ้นมากับเสียงคลื่นที่ครางระงมเบา ๆ
ใบสนแห้ง ที่ถูกลมปลิดร่วงลงกองอยู่บนตัก ผมไม่ได้ให้ความสนใจ ผมขยับลุกขึ้นแล้วจ้องมองสีน้ำทะเล
และผืนทรายใกล้ฝั่ง
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนลอยอยู่เหนือผิวน้ำไม่กี่สิบเมตร ผิวน้ำเกือบจะเหลืองทอง เช่นเดียวกับแนวชายหาด
ว่างโล่งที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีไปตามสภาพแสงยามค่ำ ผมยืนนิ่งอยู่ในมนตราแห่งสนธยากาล ที่ผมมาปักหลักนอนคอย
ก็เพื่อห้วงเวลาเช่นนี้
ใครหลายคนหลงรัก แสงสุดท้ายของวัน โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายรูป เดินทางไปไหนใกล้ไกล ดวงตาแห่ง
ประสบการณ์ของพวกเขามักจะหาทำเลเหมาะ ๆ หรือโลเคชั่นงาม ๆ ที่จะได้รูปสวย ตะวันออกอยู่ทางไหน ตะวันตก
ก็ต้องอยู่อีกฝั่งหนึ่งเมื่อคำนวณจนมั่นใจแล้ว ก็หาจุดที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้า แล้วพยายามทำภารกิจอื่นให้แล้วเสร็จ
เพื่อจะพาตัวเองไปยังจุดนั้นให้ทันเวลา
ในวันอากาศดีฟ้าสวย ดวงตะวันที่คล้อยต่ำลงก็จะสวยตามไปด้วย ในวันฟ้าหม่นเมฆหนา แสงยามค่ำที่เห็น
ก็แทบไร้เสน่ห์ บางครั้ง ‘นักเก็บตะวัน’ ไม่ได้ออกจากที่พัก หลังประเมินสภาพอากาศและสถานการณ์เมฆจนมั่นใจ
ดวงอาทิตย์ยามเย็นสวยที่สุดก็ช่วงฤดูหนาวฟ้าโปร่งลึกแม้เมฆลอยให้เห็นเป็นบางส่วน แต่ก็แค่หย่อมเมฆบางๆ
เมื่อต้องแสงยามเย็นก็จะช่วยให้ท้องฟ้างามลึกด้วยมิติ ดวงอาทิตย์ลูกโตเห็นได้ชัดเจน ตั้งแต่เรืองแสงนิด ๆ ไปจน
ไร้แสงและลับลาไปในที่สุด
บางคนจ้องมองดวงอาทิตย์ และจมอยู่กับแสงยามเย็นเป็นเวลานานด้วยความสุข และเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ
ในชีวิต ความสวยงามแห่งวันก่อประกายความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังชีวิตแก่ผู้ได้ชม ก่อนจะผ่านอีกค่ำคืนหนึ่งไป
อย่างมีความหวัง เพื่อจะพบกับเช้าวันใหม่ในวันพรุ่งนี้
หลายคนอาจรู้สึกเศร้าใจลึก ๆ กับบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งเป็นมูลเหตุภายในตัวของเขาเอง ใครบางคนอาจนึกถึง
การจากลาไม่เพียงแต่ยามค่ำของวันนี้ แต่เป็นทุกวันที่เขายืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง จ้องมองอาทิตย์ลับฟ้า แล้วหวนนึกถึง
เพื่อนรักที่ลาจากเขาไป
โลกด้านใดด้านหนึ่งจึงให้ความสุขกับบางคน และอาจเป็นความเศร้าสร้อยของใครอีกคนหนึ่ง นี่ถือเป็นปกติ
ของชีวิตมนุษย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ความผิดของดวงอาทิตย์ หรือสภาพแสงธรรมชาติ ไม่ว่าในห้วงเวลาใดก็ตาม
หลายครั้งที่ผมเดินทางไปกับกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อนร่วมทางบางคนนึกขบขันตัวเอง พร้อมตั้งคำถามขึ้นมาว่า
“เฮ้ย...ไม่เบื่อกันบ้างหรือไง ตั้งแต่เกิดมาจนอายูปูนนี้ ดูดวงอาทิตย์ตกดินมากี่ครั้งแล้ว”
ทั้งคนอื่น ๆ และตัวคนตั้งคำถามเอง ไม่ได้สนใจหาคำตอบหรือข้อสรุป แต่ได้จุดประกายความคิดขึ้นมา
ให้ถามถึง ความรักความชอบในสิ่งอื่นๆ อาทิ ทำไมบางคนจึงชอบกินต้มยำกุ้ง ส้มตำ ไก่ย่าง หมู่ปิ้ง สะตอ ลาบ ปูนึ่ง
และอะไรอื่นอีกซ้ำ ๆ ทำไมบางคนชอบสวมกระโปงสั้น เสื้อลาย หรือสีพื้นเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำไมบางคนชอบบ้าน
ไม้เรือนทรงไทย แต่ทำไมอีกคนชอบตึกสูง

แม้คำถามเหล่านี้ จะไม่ถูกสนใจในการหาคำตอบ หรือยากจะตอบแบบมีเหตุผลรองรับ อย่างเป็นจริงเป็นจัง
แต่คนที่ชอบหรือรักอะไรสักอย่างเหล่านั้น สามารถตอบแบบกำปั้นทุบดินได้อย่างทระนงเช่นกันว่า
“ก็ชอบไง ชอบแล้วใครจะทำไม”
เมื่อชอบ และได้ทำเช่นนั้นแล้ว มีความสุข โดยไม่ได้เดือดร้อนหรือหนักอะไรของใคร เป็นความชอบ
อันชอบธรรมส่วนตัวซึ่งใคร ๆ ก็มีสิทธิ
ในช่วงการเดินทาง ผมจะไปอยู่ที่ใดที่หนึ่งภายใต้แสงยามค่ำ ริมแม่น้ำ ในวัด ชายทะเล ทุ่งนา หรือริมทางข้าง
ป่าหญ้าสูง ในความรู้สึกส่วนตัวของผม แสงสุดท้ายของวันไม่ได้สวยงามเสมอไป แปรเปลี่ยนไปตามสภาพท้องฟ้า
คิดดูแล้วก็ไม่ได้ต่างไปจากความรู้สึกของคนเรา ไม่ว่าจะเศร้าหรือสุข บางทีก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบรรยากาศเบื้องหน้า
หากมาจากปัญหาภายในจิตใจที่ยังหาทางออกไม่พบ
ยามจิตใจสงบ ผมจะนิ่งมองฉากสุดท้ายของวัน พร้อมทบทวนเรื่องราวหลากหลาย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
มีหลายเรื่อง ที่ผมได้กระทำความผิดทั้งต่อตัวเองและคนอื่น สิ่งผิด ๆเหล่านั้นไม่ได้ทำไปเพราะชอบหรือรัก แต่ก็เกิด
ซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งทั้งจากความโง่เขลา ความไม่รู้ และจากการตัดสินใจ คิดดูเถิด แม้กระทั่งสิ่งที่เราไม่ชอบและเป็น
ความผิด เรายังทำซ้ำได้อีก กับสิ่งที่เราชอบและรักย่อมแสวงหาโอกาสที่จะได้ทำเช่นนั้นอีกเรื่อย ๆ
วันคืนในชีวิตที่ผ่านเลยไป กี่หวัง กี่ฝัน และกี่ความรู้สึกที่ผ่านเข้ามา และกี่โอกาสที่หลุดลอยไปจากมือ กี่รัก
กี่ชัง กี่แค้นเคืองที่ทับถมอยู่ในความรู้สึก ก่อตัวเป็นเรือนร่างและรูปเงาฝังแฝงอยู่ในตัวตนของคนผู้หนึ่ง
ตะวันลับฟ้าไปอีกครั้ง พรุ่งนี้ก็จะหวนกลับมาใหม่ พร้อมชีวิตของคนผู้หนึ่งที่จะต้องดำเนินต่อไป
แสงสุดท้าย ได้บอกอะไรกับคนจ้องมอง อย่างน้อยที่สุดในความรับรู้ตอนนี้ก็บอกได้ว่า นี่ไม่ใช่แสงสุดท้าย
ในชีวิต ตราบที่ยังมองดวงอาทิตย์ตกได้ด้วยตา แสดงว่า ‘ตาเราไม่บอด’ ชีวิตยังไม่ได้ล้มหายไปจากโลก
คนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรม มักพยายามกำหนดลมหายใจสูดอากาศผ่านจมูกเข้าไป และปล่อยระบายออกมา สติที่
ตั้งมั่นได้บอกเขาว่า ยังหายใจ ยังมีชีวิต ยังมีความปรารถนา และในยามนี้ต้องการ ‘ความสงบ’
ผมไม่ค่อยได้เข้าวัดปฏิบัติธรรม ไม่สงบพอจะกำหนดลมหายใจ ก็ได้แต่ยืนมองตะวันค่อย ๆ คล้อยค่ำลงจนลับ
ขอบฟ้าไปในที่สุด
เป็นอีกวันหนึ่งที่ยังมีชีวิต และชีวิตยังดำเนินบทบาทต่อไป
แนวสนยืนสงบ ลมอับนิ่ง ผืนทรายและท้องทะเลค่อย ๆ กลืนเป็นหนึ่งเดียวกับค่ำคืน ดวงอาทิตย์ลับห้วงน้ำไป
จันทร์เสี้ยวแต้มขอบฟ้าติดอีกด้านหนึ่ง ดาวหลายดวงค่อย ๆ ทอแสง ผมเดินห่างชายทะเลลึกเข้าไปในความเปลี่ยว
เงียบ
ผมไม่ได้นับอีกเช่นกัน ว่ากี่ครั้งมาแล้วที่เดินไปบนถนนชีวิตตามลำพัง