จับนิยายใส่จอ / เรื่อง: ลำเพา เพ่งวรรณ
มุกเหลี่ยมเพชร : เหลี่ยมรัก เหลี่ยมชีวิต

นวนิยายที่ใช้ตัวละครเอกเดินเรื่องในขนบการประพันธ์ไทย มักใช้ชื่อเรื่องเป็นชื่อตัวละครเอกนับตั้งแต่วรรณคดีไทย
นิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ เช่น สังข์ทอง พิกุลทอง โกมินทร์ ขนบดังกล่าวสืบทอดมาถึงนวนิยายจำนวนมาก เช่น หมูแดง
ดาวพระศุกร์ ซึ่งนับเรื่องแล้วมีจำนวนมากมาย รวมถึงเรื่อง ‘มุกเหลี่ยมเพชร’ ที่กำลังสร้างความฮือฮาอยู่ในจอโทรทัศน์
ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในขณะนี้ด้วย โดยผู้ประพันธ์นำชื่อของตัวละครเอกฝ่ายชายและหญิงมาคู่กัน และกลายเป็นชื่อ
เรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
‘เพชร’ เป็นชื่อตัวละครฝ่ายชายหรือพระเอก ส่วน‘มุก’หรือ ‘มุกดา’ เป็นชื่อของตัวละครเอกฝ่ายหญิงหรือนางเอก
นั่นเอง คำว่า ‘เหลี่ยม’ซึ่งเชื่อมระหว่างชื่อตัวละครทั้งสองก็สะท้อนให้เห็นถึงเหลี่ยมเล่ห์เพทุบายที่ชวนให้เสาะสืบเรื่องราว
ว่าจะมีความซับซ้อนเพียงใด
‘มุกเหลี่ยมเพชร’ นวนิยายจากปลายปากกาของ ‘อรพิม’ เป็นเรื่องราวทันสมัย ซับซ้อนเหมาะแก่ยุคสมัย เนื้อหา
เกี่ยวข้องกับวงการธุรกิจ วงการตำรวจสากล วงการประกันภัย การโจรกรรม เป็นเรื่องราวที่สอดประสานระหว่าง
เรื่องชีวิต ความรัก ธุรกิจ และเหลี่ยมเล่ห์ของมนุษย์ได้อย่างลงตัวผู้ประพันธ์นำประเด็นเรื่องอาถรรพ์เพชรมาเล่นและสร้าง
ประเด็นจนเกิดความซับซ้อนจากต้นจนจบเรื่อง
‘อะดอเรลลา’ สร้อยเพชรสีชมพู กลายเป็นวัตถุที่สร้างความปั่นป่วน เพียงเพราะผู้คนพากันให้คุณค่าว่าเป็นของที่มี
‘ราคา’ สูงยิ่ง เมื่อคุณค่าดังกล่าวถูกความโลภของมนุษย์เข้าครอบงำแล้ว ก็ทำให้สันดานดิบของมนุษย์มีบทบาทขึ้นมา
และมิตรภาพก็กลายเป็นความร้าวฉานจนสามารถทำร้ายซึ่งกันและกันได้
‘เพชร’ พระเอกของเรื่องเป็นเจ้าของบริษัทค้าเพชร เขาจึงมักมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยสายตาที่ฉาบฉวย และเห็นว่า
สิ่งที่มีค่าคู่ควรกับเขานั้น จะต้องเป็นคุณค่าที่เหมาะควร เมื่อคนรักของเขาสลัดหนีเขาไป ทำให้เพชรจ่อมจมอยู่ใน
ความทุกข์ไม่ยอมมีความรักใหม่ แม้ว่าแม่จะพยายามจับคู่ให้เขาแต่งงานกับหญิงสาวที่มีนามว่า ‘มุกดา’ นักเรียนนอก
สายตระกูลเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่งก็ตาม ความรักของคนทั้งสอง จึงพัฒนามาจากความไม่ชอบหน้ากัน ทะเลาะกัน
แบบพ่อแง่แม่งอน จนกระทั่งพัฒนาไปสู่ความรัก ‘อรพิม’ ผู้ประพันธ์ได้เฉลยตอนท้ายของเรื่องว่าคนรักเก่าของเพชร
หนีจากเพชรไปเพราะเธอถูกโจรข่มขืน เธอจึงคิดว่าเธอไร้ค่า ไม่คู่ควรกับเขา เมื่อเพชรกับมุกดารู้ความจริง จึงทำให้เข้าใจ
และทำให้เพชรคลายความกังวลกับปมในอดีตลงได้ คนรักเก่ามีครอบครัว มีวิถีชีวิตและมีความสุขอยู่กับชีวิตใหม่ แม้ว่า
จะไม่ได้ร่ำรวยหรูหราอย่างเขาก็ตาม อรพิมชี้ให้เห็นว่าคุณค่าทางใจ ย่อมมีความสำคัญกว่าคุณค่าทางทรัพย์สินเงินทอง
ซึ่ง ‘ตีราคา’ ได้ หากแต่คุณค่าทางใจนั้นตีราคามิได้

เช่นเดียวกับ ‘มุกดา’ เธอมุ่งมั่นกับการประกอบอาชีพเป็นตำรวจสากล เข้ามาสืบหาคดีเรื่องที่ ‘อะดอเรลล่า’ มูลค่า
หลายพันล้านหายไป โดยไม่คิดมาก่อนเลยว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้น จะทำให้เธอเข้ามาพัวพันกับเพชร ทั้งเพชรจริง
และเพชรในฐานะชายคนรัก แต่ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็เพื่อมิให้พี่ชายของเธอซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทประกันภัย ต้องชดใช้เงิน
มหาศาล เนื่องจากรับประกันภัยให้แก่เพชรอะดอเรลล่านั้น ‘มุกดา’ บอกแก่ตนเองว่าหาก ‘เพชร’ ชายหนุ่มซึ่งพ่อแม่ต่าง
หมายปองให้เป็นคู่ชีวิตของเธอนั้นมีความผิด เป็นคนอยู่เบื้องหลังการสูญหายไปของเพชรมูลค่าหลายพันล้าน เธอก็ต้อง
เลือกหน้าที่ที่เธอเป็นมากกว่าเลือกหัวใจของเธอ
เหตุผลของ ‘เพชร’ กับ ‘มุกดา’ ล้วนเป็นเหตุผลที่ต้องเลือกระหว่าง ‘ความรัก’ กับ ‘ความถูกต้อง’ ทั้งสิ้น เพชร
ไม่ยอมทรยศต่อความรักเก่า ซึ่งเขาเคยให้สัญญาไว้กับหญิงคนรักเก่า เขาถือว่านี่คือหน้าที่ของคนเป็นสุภาพบุรุษ
ส่วนมุกดาก็มิอาจทรยศต่อหน้าที่ที่เธอได้รับมอบหมาย และทุ่มเทเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อธำรงรักษาความถูกต้องยุติธรรม
ในสังคมไว้ขณะที่ตัวละครแวดล้อมนั้น ‘อรพิม’ สร้างตัวละคร ‘เจนจบ’ ให้เป็นเพื่อนรักของเพชร และมีหน้าที่เกี่ยวข้อง
กับการหายไปของอะดอเรลล่าด้วย เรื่องราวค่อย ๆ เปิดเผยว่า เจนจบเกี่ยวข้องการการสูญหายไปของเพชร เขาอยู่
เบื้องหลังการบงการทั้งหมด และที่ทำไปก็เพราะต้องการแก้แค้นที่เพชรมิยอมรับรักเขานั่นเอง
นาน ๆ ครั้งที่เราจะได้เห็นตัวละครที่มีลักษณะเป็น ‘ชายรักชาย’ ที่น่าสนใจก็คือ ผู้ประพันธ์มิได้ทำให้ภาพลักษณ์
ของชายรักชายถูกแช่แข็งด้วยมิติเดิม ๆ คือเป็นชายรักชายที่อ่อนแอ กรี๊ดกร๊าดโวยวาย หากแต่ซ่อนอยู่ในรูปกาย
ที่แข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญทางการต่อสู้ และแสดงออกเป็นผู้ชายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่อย่างไรก็ตาม บุคลิก
ลักษณะที่แข็งแกร่งกลับซ่อนความอ่อนแอไว้ภายใน เจนจบมิอาจเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของเขาให้เพชรยอมรับได้
จากความผิดหวัง ซึ่งสะสมเพิ่มพูนขึ้นทีละน้อยนั้นเอง ก็ทำให้แปรเปลี่ยนไปเป็นความแค้นเคือง จนกระทั่งกลายเป็น
ผู้วางแผนและทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำลายคนที่เขาแอบรักได้

ทั้งเพชร มุกดา เจนจบ ต่างก็เป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ ซึ่ง ‘อรพิม’ ได้ผูกโยงตัวละครทั้งสาม
เข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดเรื่องราวสนุกสนานไปตั้งแต่ต้น จนกระทั่งจบเรื่อง แต่ประเด็นที่น่าสนใจมิได้อยู่ตรงจุดนี้เท่านั้น
อรพิมได้สร้างพัฒนาการของนวนิยายไทยให้หลีกพ้นไปจากเรื่องราวจำเจเดิม ๆ กลายเป็นนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวน
ผจญภัย ซึ่งมีอยู่น้อยมากในวงการประพันธ์ไทย โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกสร้างให้เป็นเรื่องราวที่มีความทันสมัยอีกด้วย
โดยเฉพาะที่ให้ตัวละครเอกฝ่ายหญิง เป็นตัวละครที่มีอาชีพเป็นตำรวจสากล เป็นการสร้างตัวละครผู้หญิงเก่งขึ้น แต่
ในขณะเดียวกัน มุกดาก็มิได้เป็นคนก้าวร้าว โลดโผน เธอกลับใช้ความเป็นผู้หญิง ซึ่งมีทั้งความอ่อนโยน มีอารมณ์ขัน
มีความสะทกสะเทือนใจ และมีจริตมารยาไว้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถใช้‘ความเป็นผู้หญิง’มาใช้ให้เกิดประโยชน์
ต่องานที่เธอทำได้อีกด้วยเช่นกัน
‘อรพิม’ เดินเรื่องนวนิยายเรื่อง ‘มุกเหลี่ยมเพชร’ รวดเร็ว เรื่องราวซับซ้อน จนบางครั้งละเลยเรื่องราวทางอารมณ์
และศิลปะการใช้ภาษาไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือลีลาเฉพาะอันเป็นสไตล์ของผู้ประพันธ์ท่านนี้
‘มุกเหลี่ยมเพชร’ จึงเป็นนวนิยายที่สร้างสีสันใหม่ ๆ ให้แก่วงการประพันธ์ไทย และก็ต้องถือว่าละครโทรทัศน์เรื่อง
มุกเหลี่ยมเพชร ก็เป็นละครอีกเรื่องหนึ่งที่หลีกหนีความจำเจเดิม ๆ หากแต่ทั้งละครโทรทัศน์และนวนิยายก็ยัง ‘เล่น’
กับความนิยมของเรื่องเล่าไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความรัก พ่อแง่แม่งอน และความรักที่ปิดบังซ่อนเร้นไว้ ไม่ยอม
เปิดเผยต่อกัน เล่นเอาล่อเอาเถิดให้ผู้ชมและผู้อ่านได้ลุ้นกับตัวละครไปจนกระทั่งจบเรื่อง‘เหลี่ยมรัก’แล ‘เหลี่ยมชีวิต’
มักทำให้ชีวิตมีความวุ่นวายไร้สุข ดังนั้นทั้งมุกดาและเพชร จึงต้องสลัดปมที่เป็นเหลี่ยมของตนให้หมดไป เพื่อจะได้
ครองรักกันอย่างมีความสุข
เฉกเช่นที่คนดูและคนอ่านก็รอคอยว่า ‘เหลี่ยมเล่ห์เพทุบาย’ อันเป็นปัญหาคาใจ ซึ่งตัวละครต่างสร้างเข้าใส่กันนั้น
จะลงเอยอย่างไร เพื่อความสุขอันสมบูรณ์ทางอารมณ์ ที่จะเกิดขึ้นและชวนให้อิ่มเอมหลีกหนีจากปัญหาวุ่นวายในชีวิต
ประจำวันไปด้วยเช่นกัน