ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine .............เพิ่อคุณค่าของศิลปและวัฒนธรรมไทย
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา
| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

ธรรมะอมยิ้ม...ความรักถักทอโลก
:: 43 Views :: 0 Comments :: ธรรมะอมยิ้ม

ธรรมะอมยิ้ม : พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

ความรักถักทอโลก

                                     ความรักถักทอโลก

          ธรรมะสวัสดี สาธุชนคนดีทั้งหลาย เป็นอย่างไรกันบ้างโยม สบายดีกันอยู่หรือเปล่า ช่วงนี้เป็นห่วงโยมเป็นพิเศษ
เพราะว่าเราเพิ่งจะผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาหมาดๆตอนนี้หลายคนก็เริ่มเข้าไปทำความสะอาดบ้านแต่ก็เห็นใจอีกหลายๆคน
ที่ยังไม่สามารถเข้าบ้านได้    เพราะระดับน้ำยังคงท่วมสูงอยู่     อย่างไรก็ตามแต่ก็ต้องสู้นะโยม      เพราะทุกหน่วยงาน
พยายามที่จะช่วยเหลือทุกคนอย่างเต็มที่ 
          ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง     ในท่ามกลางวิกฤตเราก็ยังเห็นถึงโอกาส     เห็นน้ำใจของคนไทย  เหมือนกับที่   ‘พี่แอ๊ด
คาราบาว’
ได้ร้องเพลง ‘น้ำใจ’ ที่ว่า
          “  น้ำท่วมยิ่งมากเท่าไร    น้ำใจไทยยิ่งมากกว่านั้น    เราคนไทยไม่เคยทิ้งกัน เราคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน
จะฝ่าวิกฤตน้ำไปด้วยกัน จะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน“

          เมื่อคนไทยเจอวิกฤต    ทำให้เราได้เห็นน้ำใจไทยหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศที่ช่วยเหลือกัน สิ่งเหล่านี้ย่อมแสดง
ให้เห็นว่า คนไทยเป็นคนที่มีน้ำใจ   สมแล้วที่เป็นเมืองพุทธศาสนา  อาตมามองว่า  ‘พุทธศาสนา’  เป็นพื้นฐานที่ทำให้
คนไทยมีความเมตตา มีความสงสารซึ่งกันและกัน สิ่งนี้คือ‘ความรัก’ที่บริสุทธิ์ รักที่เมตตาสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ที่ทนดูไม่ได้ที่เห็นคนอื่นเดือดร้อน    โดยที่เราไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ    อาตมาขอชื่นชมน้ำใจคนไทยทั้งชาติ ที่เรา
ไม่เคยทิ้งกัน ช่วงที่น้ำท่วมอาตมาก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยโยมบ้าง บางครั้งก็เห็นความสุขบนความทุกข์ก็มี เช่น 
          วันหนึ่งอาตมาได้นั่งเรือไปแจกของ  พอไปถึงบ้านยายคนหนึ่งก็ถามว่า  อยู่กันกี่คน  ยายก็บอกว่า  3คน  อาตมา
ก็ถามว่า ยายมีข้าวกินกันไหม ยายบอกว่า “มีแต่ก็ใกล้หมดแล้ว”  อาตมาก็บอกว่า  “อย่างนั้น ยายก็โยนเชือกมา
จะส่งข้าวไปให้”
พอพูดจบ  ยายก็โยนเชือกลงมาหมดเลย  อ้าว...แล้วอาตมาจะส่งข้าวไปให้โยมได้อย่างไร เล่นโยน
เชือกมาทั้ง  2  ฝั่งแบบนี้  อาตมาก็พูดว่า  “ยาย    ทำไมโยนเชือกทั้งหมดละ  อาตมาจะมัดถุงข้าวส่งไปให้ยังไง”
ยายก็บอกว่า    “ก็ท่านให้โยนเชือกลงไปไม่ใช่หรือคะ ก็โยนลงไปให้แล้วนั่นไง”   เฮ้อ...เป็นความผิดของเราเอง
ที่บอกโยมไม่ชัด เราก็ต้องปีนเอาข้าวขึ้นไปให้โยม ทำให้ยายและหลาน ๆ ที่อยู่ในบ้านมีรอยยิ้มมีความสุขกัน  
          เมื่อเกริ่นเรื่องถึงความมีน้ำใจ จะช้าไปใยเรามาพูดถึงเรื่อง‘ความรัก’กันต่อเลยดีไหมโยม เมื่อพูดถึง‘ความรัก’
ต้องขอหยิบคำของพี่โน้ตมาพูดคือ 
          ‘รักแรกมันแยกยาก รักมากมันยากแยก รักเธอเป็นคนแรก ถ้าให้แยกมันคงยาก’
         
ความรักนั้นก็มีหลายแบบ  บางคน  รักนะ    แต่ไม่แสดงออก    (อ้าว...แล้วคนที่ถูกรักจะรู้ได้อย่างไรว่าเรารักเขา)
รักนะต้องแสดงออก ด้วยการทำ ‘ความดี’ ต่อกันให้มาก ๆ เพราะ ‘ความดี’เป็นสิ่งโลกต้องการ บางคนก็รักนะเด็กโง่
ยิ่งโง่ยิ่งน่ารัก   อย่าเลิกโง่นะที่รัก    เดี๋ยวเลิกรัก   ถ้าเลิกโง่    (ชนิดว่าจะให้เราโง่ไปตลอดชีวิต    โง่แบบไม่มีวันสิ้นสุด)
ปราชญ์บางท่านก็พูดว่า 
          ความรักคือน้ำผึ้ง     คือน้ำตา  คือยาพิษ  คือหยาดน้ำอมฤตอันชื่นชุ่ม  คือเกสรดอกไม้  คือไฟรุม   คือความกลุ้ม
คือความฝัน...นั่นแหละ ‘รัก’
          ‘ความรัก’
คือสิ่งที่ทำให้ชื่นกายชื่นใจอยู่กับสภาพน่ายินดีเป็นพิเศษ  
          ‘ความรัก’ บางทีเรานิ่งมากก็ไม่ดี คิดบวกมากก็ไม่ดี  
          ‘ความรัก’ ไม่มีอะไรพอดีสักอย่าง ถ้าเราจะคิดอย่างนั้น แต่ ‘ความรัก’   ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดเสมอไป
          ‘ความรัก’เป็นบทเรียนที่ดีเป็นสิ่งที่สวยงามบางคนบอกว่า  ผมนี้ก็แปลกมีรักทีไรเจ็บใจทุกที ให้เราท่องไว้เสมอ
ว่า เมื่อมี  ‘ความรัก’  อกหักจะตามมาด้วยเสมอ   โยมทั้งหลายอย่าเพิ่งมี  ‘ความรัก’  นั้นดีแล้ว เพราะคนที่มีความรัก
มักจะเสียการทรงตัว คือนั่งคนเดียวตัวตรง แล้วมีแฟนอยู่ใกล้ ๆ อะโช๊ะทันที คอหัก คอห้อยไปตาม ๆ กัน   
          เมื่อพูดไปแล้ว ‘ความรัก’ คือความสุข คือการให้ คืออะไรหลาย ๆ อย่างที่เราอยากให้เป็น
          ‘ความรัก’  คือความสวยงาม   คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ    ถ้าเป็นที่เติมใจให้มีเมตตา    ไม่ได้เติมใจด้วยราคะตัณหา
เพราะเมื่อเติมตัณหาเข้าไปจะทำให้ตาหันยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา พูดแบบแรงๆ คือ เป็นของกู เป็นแฟนกู ชนิดที่ว่า
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ ผู้ชายข้าใครอย่ามอง แบบนี้ก็ทำให้เกิดความทุกข์ 
          ‘ความรัก’ แบบที่จะทำให้เกิดความทุกข์ อาตมามีตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง ไปฟังเลยนะโยม

                                            ความรักถักทอโลก

          สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่  ณ  บุพพาราม  กรุงสาวัตถี   ครั้งนั้น   หลานคนหนึ่งของนางวิสาขามหาอุบาสิกา
ได้ตายลง นางวิสาขามีความเศร้าโศกเสียใจ เพราะความอาลัยรักหลานเป็นอันมาก วันหนึ่งเวลาเที่ยงขณะที่นางยังไม่
คลายความโศก ได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า หลังจากกราบและนั่งเรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้าได้ตรัสทักขึ้นก่อนว่า 
          "วิสาขา เธอไปไหนมาจึงมีผมเปียกและผ้าก็เปียก ?" 
          "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  หลานอันเป็นที่รักที่พอใจของหม่อมฉันได้ทำกาละลง   หม่อนฉันจึงมีผมเปียก   และผ้าก็
เปียกด้วยเหตุนี้แหละเจ้าค่ะ" 
          "วิสาขา เธออยากมีลูกมีหลานเท่ากับจำนวนพลเมืองของกรุงสาวัตถีอย่างนั้นหรือ"  
          "หม่อมฉันต้องการอย่างนั้นเจ้าคะ" 
          "โดยส่วนเฉลี่ย คนในกรุงสาวัตถีนี้ตายวันละเท่าไหร่ วิสาขา ?"    
          "เฉลี่ยแล้วคนในเมืองนี้ตายวันละ1คนก็มี 2-3 คนก็มี จนถึง10คนก็มี ที่จะไม่มีวันคนตายเลยนั้นไม่มีเลยเจ้าค่ะ?"   
          "วิสาขา      เธอจะทำอย่างไร     ถ้าเธอมีลูกหลานเท่ากับจำนวนคนในกรุงสาวัตถีนี้    แล้วต้องมีลูกหลานของเธอ
ตายลง ทุกวัน เธอมิต้องร้องไห้ผมเปียกผ้าเปียกทุกวันไม่มีวันส่างอยู่ชั่วนาตาปีเช่นนั้นหรือ ?"    
          "หม่อมฉันเข็ดแล้ว       ลูกหลานเท่าที่มีอยู่ก็พอแล้วเจ้าค่ะ    หม่อมฉันไม่ต้องการลูกหลานมากมาย    เท่าจำนวน
พลเมืองของกรุงสาวัตถีอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ"    
          "วิสาขา ด้วยประการฉะนี้แล ผู้ใดมีสิ่งที่รัก100 ผู้นั้นก็มีทุกข์100 ผู้ใดมีสิ่งที่รัก 50 ก็มีทุกข์ 50 ผู้ใดมีสิ่งที่รัก 10
ผู้นั้นก็มีทุกข์ 10  ผู้ใดมีรัก  5  ผู้นั้นก็มีทุกข์  5  ผู้ใดที่มีรัก  1  ผู้นั้นย่อมมีทุกข์  1  ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รักเลยผู้นั้นก็ย่อมไม่มี
ความทุกข์เลย  เรากล่าวว่าผู้ใดไม่มีความรัก    ผู้นั้นก็ย่อมไม่มีความโศก  ปราศจากธุลีไม่มีอุปายาส"
          เมื่อฟังเรื่องนี้จบหลายคนคงไม่อยากจะมี ‘ความรัก’  เพราะฟังดูแล้วมันน่ากลัวยังไงไม่รู้    ที่พุทธองค์ทรงตรัส
อย่างนั้น เพราะ   ‘ความรัก’   ที่น่าวิสาขามีต่อหลาน เป็น   ‘ความรัก’   ที่เติมด้วยสิเน่หา ทำให้เกิดความทุกข์     แต่มี
‘ความรัก’ อย่างหนึ่งที่พุทธองค์ทรงยกย่องคือ   เป็น   ‘ความรัก’  ที่เติมเต็มด้วยเมตตาต่อสรรพสัตว์หลาย ไม่ฆ่ากัน
เบียดเบียนกัน และไม่ทำร้ายกัน  
          พุทธองค์จงทรงบัญญัติศีลห้าขึ้นมา เป้าหมายก็คือให้มนุษย์มีเมตตาจิตต่อกันอยู่ด้วยกันอย่างสันติ และคำสอน
ที่ว่า ‘เมตตาธรรมค้ำจุนโลก’หมายความว่า‘ความเมตตา’ เป็นธรรมะที่ช่วยค้ำจุนโลกให้อยู่เย็นเป็นสุข  ไม่ว่าจะอยู่
มุมไหนของโลก ถือมีเมตตาต่อกันก็มีความสุขได้  ไม่ว่าจะเป็นพุทธ  คริสต์  อิสลาม  พราหมณ์   ฮินดู  ก็อยู่ด้วยกันได้
อย่างมีความสุข เพราะคำว่า ‘เมตตา’  คือ  ‘ความรัก’  ที่ปรารถนาดีต่อกัน  ไม่แบ่งชั้นวรรณะ   สิ่งนี้พระพุทธองค์ทรง
ให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว คือ  ตอนที่ศักยวงศ์  คือตระกูลของพระองค์เข้ามาบวชทางพุทธศาสนา   พุทธองค์ทรงให้บวช
ที่หลัง   ลูกชาวบ้านธรรมดา  เพื่อจะได้ลดทิฐิ  ได้กราบไหว้คนที่บวชก่อน  ทำให้ทุกคนมีความเสมอภาคกันนี้ ล้วนเป็น
อุบายที่ ทำให้สังคมมีความสุขมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ยึดถึงวงศ์ตระกูลมองว่าเป็นตระกูลใหญ่แล้วก็ข่มเหงคนอื่น มองว่า
เราคือเพื่อนมนุษย์  เกิด  แก่  เจ็บ   ตาย   ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น    อย่าจองเวรจองกรรมซึ่งกันและกันเลย     มาแบ่งปัน
ความสุขให้กันดีกว่า โลกนี้จะได้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
          พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ 
          ‘ความรัก’ เป็นสิ่งที่ดีที่สวยงาม
          ‘ความรัก’ ทำให้โลกนี้มีสีสัน มีรสชาติ ทำให้โลกนี้น่าอยู่ ทำให้โลกนี้มีความฝัน มีกำลังใจ  
          ถ้า   ‘ความรัก’   นั้นเป็น   ‘ความรัก’   ที่เติมใจด้วยเมตตา  ‘ความรัก’  จะมีพลังอานุภาพมากมาย  เรียกว่าเป็น
          ‘ความรัก’ ที่ไม่มีพรหมแดน รักไม่มีศาสนา รักไม่มีกาลเวลา เป็นรักที่เกิดจากความปรารถนาดีต่อกัน
          ‘ความรัก’ แบบนี้แหละ   โยมทั้งหลาย   จะถักทอโลกนี้ให้น่าอยู่  ช่วยประสานคนในสังคมให้มีธรรมะ มีจิตใจที่
หวังดีต่อกัน   เมื่อมีธรรมะ    ธรรมะก็จะรักษาเรา   รักษาโลก    เพราะเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่หนึ่ง      มองเห็น
ประโยชน์ตนเป็นที่สอง
          เมื่อเรามี ‘ความรัก’ ที่ถักทอโลก โลกนี้ก็จะมอบ ‘ความรัก’ ให้แก่เรา ด้วยการรักษาชีวิตของเราเช่นกัน 
          เจริญพร 

 
 

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine