เรื่องจากปก : เบญจภรณ์ ลิ้มเจริญเงิน
ความรักขับเคลื่อนชีวิต
‘แพนเค้ก – เขมนิจ จามิกรณ์’

หนึ่งชั่วโมงก่อน ‘แพนเค้ก – เขมนิจ จามิกรณ์’ กำลังโชว์ลีลาการโพสท่าถ่ายแฟชั่นอย่างแคล่วคล่องว่องไว
ไม่เสียทีที่ได้รับตำแหน่งสุดยอดนางแบบโลกบนเวที ‘Model of The World 2004’ รอยยิ้มใส ๆ บนใบหน้าของเธอนั้น
ส่องประกายความเป็นดาวดวงเด่น ในฐานะนางเอกแถวหน้าระดับประเทศได้อย่างน่าชื่นชม
ว่ากันว่า...... สาวสวยหุ่นดีคนนี้มิได้มีดีแค่เพียงหน้าตา แต่เธอนั้นยังพกพาจิตใจใฝ่อาสามาด้วย เพราะเมื่อยาม
ว่างเว้นจากงานในวงการ เราก็มักจะพบภาพความประทับใจของแพนเค้กและครอบครัว ที่ต่างขมีขมันจัดกิจกรรม
คืนความสุขสู่สังคม ด้วยความตั้งใจที่อยากตอบแทนน้ำใจของคนไทยที่รักและเฝ้าติดตามผลงานของเธอตลอดมา
ผลตอบรับละครเรื่อง ‘นางฟ้ากับมาเฟีย’ เป็นอย่างไรบ้าง
กระแสตอบรับดีมากค่ะ เป็นละครแนวแอ๊คชั่นคอเมดี้ ซึ่งหลายคนบอกว่า ยังไม่เคยเห็นเราเล่นบทแบบนี้
ทางกันตนาเองก็จัดเต็ม ทั้งคิวบู๊และบรรยากาศของฉากที่สมจริง แล้วดูเหมือนแฟนละครก็พอใจอยู่ ดูได้จาก
แฟนละครตัวเล็กตัวน้อยที่วิ่งมาขอลายเซ็นแล้วเรียกว่า ‘นี่ ๆ พี่เป็นนางฟ้าใช่ไหมค่ะ’ (ยิ้ม)
แล้วผลงานอื่นๆ ล่ะคะ
ช่วงนี้เริ่มเปิดกล้องละครเรื่อง ‘พริกกับเกลือ’ แล้วค่ะ อยู่ในช่วงปรับคาแร็คเตอร์ของตัวละคร ด้วยความที่
ในเรื่องนี้ แพนจะต้องเป็นลูกคุณหนูที่เอาแต่ใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา ชอบวีนแตกอยู่เสมอ ๆ นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ยอม
ช่วงนี้ก็เลยต้องพยายามทำความเข้าใจกับบทให้มากขึ้นต้องจูนกับผู้กำกับว่าอยากได้บุคลิกของตัวละครประมาณไหน
ก็ถือว่ายากอยู่นะคะ เพราะนางเอกดูเป็นคนอารมณ์ร้ายมากค่ะ
ทำงานหลากหลาย ทั้งเล่นละคร ถ่ายโฆษณา โชว์ตัวตามงานอีเว้นท์ต่าง ๆ จัดตาราง
ชีวิตอย่างไรให้ลงตัว
โชคดีค่ะที่มีคุณแม่ เป็นคนแบ่งเวลาจัดสรรทุกอย่างให้ ส่วนตัวรู้สึกว่า ถ้าตอนนี้เรายังพอมีแรงทำไหวก็ทำ
ไปก่อน (ยิ้ม) ในเมื่อผู้ใหญ่ให้โอกาสก็ขอทำให้ดีที่สุดค่ะ ซึ่งเวลาส่วนใหญ่ แพนจะเน้นหนักไปที่คิวถ่ายละคร
ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่โอกาส มีถ่ายโฆษณาและโชว์ตัวอีเว้นท์บ้าง แล้วก็ทำกิจกรรมการกุศลกับหน่วยงานภาครัฐ
และเอกชนค่ะ
จริงหรือเปล่าที่ว่า เวลาว่างจากงานแสดง แพนเค้กชอบที่จะเดินสายจัดกิจกรรม
เพื่อน้อง ๆ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม
จริงๆแล้วก็ไม่ได้ช่วยมากไปกว่าคนอื่นเท่าไหร่นะคะ อย่างช่วงนี้เป็นภาวะหลังน้ำท่วม แพนมีโอกาสได้ไปจังหวัด
พระนครศรีอยุธยามากับสมาคมแม่บ้านตำรวจ เราไปช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังน้ำท่วมกันค่ะ ตอนแรกคิดว่าอยากจะ
ไปเห็นโรงเรียนที่เคยถูกน้ำท่วมสูง อยากรู้ว่าน้อง ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง เดือนร้อนมากไหม แต่พอได้ลงพื้นที่จริงก็ยัง
รู้สึกว่า ถึงแม้จะลงไปช่วยก็ยังไม่เพียงพอ พวกเขายังต้องการทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์อีกมากค่ะ
กิจกรรมที่เราทำจะแตกต่างออกไปในแต่ละปี จะมากน้อยนั้นคงต่างกัน สำหรับปี 2554 แพนได้มีโอกาสร่วมกับ
หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมการกุศลหลายครั้ง พวกเขาเริ่มลุกขึ้นมาทำกิจกรรมสังคมใหม่ ๆ คืนสู่สังคม ก็ถือว่าเป็น
อีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกมากและทรหดจริง ๆ ค่ะ เราได้เห็นหลายบรรยากาศที่เกิดขึ้น ถ้านอกเหนือจากงานละคร
หรือกิจการร้าน Teddy House แล้ว เวลาว่างของแพนก็จะแอบมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามเรื่องตามราว พยายามประคับ
ประคองทุก ๆ อย่างไปด้วยกันอย่างดีที่สุดค่ะ
‘คุณพ่อและคุณแม่’ ถือเป็นต้นแบบตั้งแต่เด็ก ๆ หรือเปล่า
ใช่ค่ะ ท่านทั้งสองชอบทำกิจกรรมการกุศลมาโดยตลอด ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่ในบรรยากาศแบบนี้แล้ว
คงเป็นเพราะเมื่อก่อนเรามาจากครอบครัวที่ไม่ได้มีเยอะ ไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ลำบากได้เต็มที่ แต่พอ
วันหนึ่งที่เราแข็งแรงขึ้น พอมีกำลังที่จะทำอะไรได้มากขึ้น แล้วก็มีกลุ่มคนที่มีจิตอาสาเหมือน ๆ กัน คอยให้ความ
ช่วยเหลือและสนับสนุน เลยทำให้มีกิจกรรมดี ๆ คืนสู่สังคมเกิดขึ้นค่ะ ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของครอบครัว
เช่นคอนเสิร์ตการกุศล ฟุตบอลการกุศลวิ่งผลัดการกุศลและเราได้รวมสมาชิกเป็นกลุ่มมีชื่อว่า‘Are you ready? Club’
ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปมอบให้แก่มูลนิธิต่าง ๆ ทั้งเด็ก สตรี และคนชราค่ะ
ยังมีโครงการใหม่ ๆ ที่อยากริเริ่มในปีนี้อีกไหม
แพนมีกิจกรรมที่ตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มต้นทำในปีนี้ก็คือ มอบทุนการศึกษาให้แก่น้อง ๆ 23โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งมี
ที่มาที่ไป จากในปีนี้แพนอายุครบ23ปีแล้วก็เพิ่งสำเร็จการศึกษาในปีนี้ด้วย เลยตั้งใจจะมอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ
ที่เรียนดีแต่ยากจนทั่วประเทศ โดยมีความคิดว่าจะขึ้นเหนือล่องใต้ ไปสำรวจหลาย ๆ พื้นที่ ทั้งโรงเรียนใหญ่ ๆ
ในตัวเมือง หรืออาจจะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญค่ะ
ได้รับแรงบันดาลใจอะไรถึงอยากทำโครงการนี้ขึ้นมา
เนื่องจากแพนเป็นคนที่เรียนไม่เก่งค่ะ เกรดเฉลี่ย 4.00 ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เพราะฉะนั้นทุนการศึกษา
ที่มอบให้นี้ตั้งใจอยากจะให้น้อง ๆ ที่ใฝ่เรียน เรียนดี แต่กำลังทรัพย์น้อย อาจจะเป็นเด็กช่วงวัย ประถม มัธยม
หรือ โตขึ้นหน่อย แล้วแต่โรงเรียนว่าอยากจะจัดสรรอย่างไร ถึงแม้จำนวนเงินที่ให้อาจจะไม่มาก แต่แพนก็ยัง
อยากที่จะไปมอบทุน การศึกษาด้วยตัวเอง ตรงนี้เองทำให้เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ซึ่งทุกครั้งที่เราไป
ก็จะได้เห็นมุมมองของ แต่ละโรงเรียนว่า ดูแลน้อง ๆ อย่างไร มีความพร้อมมากแค่ไหน
แพนได้อะไรกลับมาจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมบ้าง
คงเป็นความรู้สึกดี ๆ ค่ะ ทุกครั้งที่ได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม แพนจะได้รับกำลังใจที่ดีคืนกลับมาเสมอ บางทีเรา
ไปอาจจะไม่ได้ให้อะไรเขาเยอะ แต่ว่าสิ่งที่เราได้รับจากเขา นั่นแหละที่มันสำคัญ แค่รอยยิ้มที่จริงใจจากเด็กๆ เวลาที่
เราเจอกัน เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้แพนมีความสุขที่สุดแล้วค่ะ (ยิ้ม)
รู้สึกอย่างไรกับการเป็น ‘ผู้ให้’ เสมอมา
‘การให้’เป็นอะไรที่ไม่มีวันสิ้นสุดค่ะ เราจะมีความสุขเวลาที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรามอบความสุขให้ หรือแค่
ได้ยินคำขอบคุณก็เป็นอะไรที่มีความสุขแล้ว ชีวิตนี้แพนคิดว่าคงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ค่ะ และนอกจาก‘การให้’แล้ว
ถ้าผู้รับนำสิ่งที่เราให้ไปสานต่อก่อให้เกิดประโยชน์และมีความสุข ก็คงเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของแพนแล้วค่ะ
ทำงานก็หนัก แถมทำงานอาสาสมัครก็เยอะ มีเวลาให้กับการพักผ่อนบ้างไหม
มีค่ะ (ยิ้ม) อยู่ที่เราจัดสรรเวลามากกว่า บางวันอาจจะน้อยหน่อย อย่างวันนี้มีถ่ายละครในช่วงเช้า ก็ต้องมา
ถ่ายแบบต่อ แม่ก็จะบอกเราว่า วันนี้จะเหนื่อยหน่อยนะ งานเยอะนิดนึง เราก็จะเตรียมพร้อมกันเต็มที่ แต่แพนคิดว่า
การทำงานหนักยังไม่สำคัญเท่ากับคำว่า ‘ทีมเวิร์ค’ เพราะถ้าทุกอย่างคุยกัน แล้วเข้าใจตรงกัน มันก็จะไม่ทำให้
เหนื่อยมาก ถึงเป้าหมายง่ายและเร็ว เพราะฉะนั้น ‘การพูดคุย’ เป็นเรื่องสำคัญมากจริง ๆ ค่ะ
ตรวจสอบหัวใจกันบ้าง ช่วงนี้เป็นอย่างไร
(หัวเราะ) เป็นปกติดีค่ะ ส่วนใหญ่ตอนนี้แพนใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็จะมีคุณพ่อ คุณแม่
และน้อง ๆ คอยไปไหนมาด้วยกันตลอด ก็เลยให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ค่ะ (ยิ้ม)
(โปรดติดตามต่อในเล่ม)