ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

มองไทยในสื่อบันเทิง...ฝนตกขึ้นฟ้า: อำนาจ ศาสนา อาชญากรรม
:: 125 Views :: 0 Comments :: มองไทยในสื่อบันเทิง

มองไทยในสื่อบันเทิง : ฐนธัช กองทอง

ฝนตกขึ้นฟ้า: อำนาจ ศาสนา อาชญากรรม

ภาพยนตร์เรื่อง ฝนตกขึ้นฟ้า

          ‘ฝนตกขึ้นฟ้า’ เป็นภาพยนตร์เรื่องยาวลำดับที่ 8 ของ ‘เป็นเอก รัตนเรือง’ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของไทย โดยนำ
เนื้อเรื่องมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ ‘วินทร์ เลียววาริณ’ นักประพันธ์ฝีมือเยี่ยมในยุคปัจจุบันของไทย การผนึกกำลังกัน
ของศิลปินชื่อดัง ระหว่างนักประพันธ์กับผู้สร้างภาพยนตร์ครั้งนี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่งของไทย
          ที่ว่าน่าสนใจก็เนื่องมาจาก‘วินทร์’ ได้ชื่อว่าเป็นนักประพันธ์ที่ ‘ทัน’ สังคม เขามักเสนอนัยทางสังคมปัจจุบัน  ผ่านงาน
ประพันธ์ของเขาอยู่เนือง   ๆ    การเขียนนวนิยายเรื่องนี้     ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในสังคมไทย     จึงมีนัยสำคัญ
บางประการ    และเมื่อเป็นเอกได้หยิบ   นวนิยายเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์    จึงช่วยตอกย้ำความสำคัญ   ของนัยดังกล่าว
ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น
           ‘ฝนตกขึ้นฟ้า’นวนิยายและภาพยนตร์ชื่อแปลกนี้แสดงการกลับหัวกลับหางกับความเป็นจริง เพราะฝนย่อมตกจากฟ้า
มาสู่ดิน แต่นี่คือปรากฏการณ์พิเศษที่ผิดไปจากธรรมชาติและความเป็นจริง ทำให้เกิดการคาดหวังว่าเนื้อหาและแนวคิดน่าจะ
บ่งบอกนัยถึงสิ่งที่สวนทางกับ   ‘จารีต’   อันคุ้นเคยในความคิดของคนทั่วไป  หรือไม่ก็สะท้อนแนวคิดถึงการต่อต้านสิ่งที่เคย
ดำรงอยู่มาเป็นเวลาช้านาน
          น่าเสียดายว่า  เหตุการณ์ที่  ‘ตุล’  ตัวเอกของเรื่องมองเห็นอะไรกลับหัวนั้น   เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับตัวละครโดยตรง
เป็นการสร้างบุคลิกลักษณะตัวละคร และวิถีชีวิตของตัวละครในมุมใหม่ถือเป็นนวัตกรรมทางวรรณศิลป์อย่างหนึ่ง แต่ตัวละคร
ที่สร้างขึ้นนี้มิอาจสื่อให้เห็นแนวคิด ที่ซ่อนอยู่ในตัวละครนี้ได้อย่างชัดเจนนัก  นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ความแปลกของตัวละคร
ที่จัดเป็นอนุภาคสำคัญของเนื้อหามิได้มีพลังเพียงพอที่จะสื่อไปยังผู้รับสารได้
          ปรากฏการณ์ ‘ฝนตกขึ้นฟ้า’อาจสื่อถึงตัวละครในแง่ที่ตุลมีชีวิตที่ผันผวน กลับหัวกลับหางไปจากเดิม คือ จากอาชีพ
ตำรวจฝีมือดี รักความยุติธรรม และรังเกียจการรับสินบน  เขาถือเป็นตำรวจในอุดมคติของสังคมไทยเลยก็ว่าได้แต่เมื่อเขา
ทำงานพลาดจนต้องพบกับอิทธิพลมืด  บวกกับอารมณ์ฉุนเฉียวของเขาทำให้ชีวิตต้องผันแปรจากตำรวจผู้พิทักษ์ความผาสุก
ให้แก่ประชาชนไปเป็น ‘มือปืน’ ซึ่งเป็นอาชีพที่เขาเคยตามล่ามาก่อน
          แตกต่างกันตรงที่ว่า   ตุลทำงานให้องค์กรลับของนายแพทย์   ผู้มีนามแฝงว่า  ‘ปีศาจ’ งานการเป็นมือปืนของเขาก็คือ
การเด็ดชีพนักเลง  อาชญากร  ซึ่งเป็นมารสังคม เพื่อผดุงสังคมที่ผาสุกไว้ให้ได้ ภายใต้ความเชื่อว่ามนุษย์อ่อนแอ และตกอยู่
ภายใต้ยีนแห่งความชั่วร้าย     ซึ่งมีอิทธิพลทำให้มนุษย์แปรเปลี่ยนจากผู้บริสุทธิ์ไปเป็นผู้ร้ายได้    ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่
จะต้องขจัดมนุษย์ผู้มียีนชั่วร้าย เพื่อมิให้แพร่พันธุ์ต่อไปและทำให้สังคมมีแต่ความสงบสุข
          ‘ตุล’   เป็นตัวละครที่ตกอยู่ใต้     ‘อำนาจ’   ที่เขาพยายามหลีกหนี   แต่ก็ไม่สำเร็จ  ดังจะเห็นว่าเมื่อมีอาชีพเป็นตำรวจ
ตุลก็อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐ ซึ่งใช้กระบวนการต่างๆที่รัฐสร้างขึ้นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ต่าง ๆนานา และนานเข้าก็ทำให้
เขารู้ว่าอำนาจของรัฐเป็นอำนาจที่มิได้บริสุทธิ์ยุติธรรมซ้ำยังมีช่องโหว่ให้หาผลประโยชน์ได้ด้วยตัวอย่างที่เป็นเอกเสนอไว้
ในภาพยนตร์  ก็เช่น  กรณีที่ตุลติดคุกอยู่  แต่  ‘ปีศาจ’ หัวหน้าขบวนการใต้ดิน  ก็ยังทำให้เขาออกจากคุกได้   (ด้วยช่องโหว่
ของอำนาจบางอย่าง)  หรือการที่เสนอให้เห็นถึงนักการเมืองซึ่งมีเบื้องหลังโสมม  จนกระทั่งตกเป็นเหยื่อที่ตุลจะต้องกำจัด
เพื่อผดุงความผาสุกของสังคมไว้ให้ได้

                                    ภาพยนตร์เรื่อง ฝนตกขึ้นฟ้า

        ทว่าอำนาจที่ตุลพยายามหนีนั้น   ก็ไม่มีใดจะมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่เท่าอำนาจมืดภายในจิตใจของมนุษย์เอง  เป็นอำนาจ
แห่งความทะยานอยาก    ความอยากได้ใคร่มี    และความต้องการมีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่น     อำนาจมืดที่แฝงอยู่ในตัวมนุษย์
แต่ละคนนั้นเองที่ผลักดัน   ให้มนุษย์ต้องกระทำทุกวิถีทางให้ตนเองใช้อำนาจมืดที่มีอยู่    เพื่อให้มีบทบาทเหนือมนุษย์ผู้อื่น
และก้าวไปสู่การเป็นผู้ครอบครองวัตถุมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
          แต่ไม่ว่าจะเป็นอำนาจภายใต้กฎเกณฑ์ของรัฐ     อำนาจที่อยู่เหนือขอบเขตของรัฐ     และอำนาจมืดในจิตใจมนุษย์ 
ล้วนต้อง  หาที่พึ่งพิงเสมอเป็นเอกเล่นกับ‘ศาสนา’ได้อย่างน่าขบคิด  ศาสนากลายเป็นเกราะกำบังอันตรายเป็นเครื่องห่อหุ้ม
ให้คนไม่บริสุทธิ์    กลายเป็นผู้บริสุทธิ์   ดังจะเห็นว่าตุลเองก็เคยปลอมตัวเป็นพระไป   ‘ฆ่า’   นักการเมืองผู้มีเบื้องหลังโสมม
จนกระทั่งตนเองถูกยิงที่หัว และเมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็กลายเป็นคนที่มองเห็นอะไรกลับหัวไปหมด  หรือเมื่อเขาหนีการถูกไล่ล่า
เขาก็หนีไปบวชเป็นพระ  โดยหวังว่าผ้าเหลืองจะช่วยปกป้องตนเองให้พ้นจากอันตรายได้   แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ    สุดท้าย
ตุลก็ต้องตายในผ้าเหลืองอีกครั้ง เขาถูกตามล่าไปฆ่าถึงในวัด เป็นเอกชี้ให้เห็นว่า   วัดกลายเป็นพื้นที่ของ  ‘อาชญากรรม’
เป็นพื้นที่ของการทำลายล้าง มากกว่าเป็นพื้นที่ของความสงบสุขและหลีกพ้นจากกิเลสต่าง ๆ 
          ‘ตุล’  ผู้ซึ่งเห็นอะไรกลับหัวไปหมด  เขาถูกชะตากรรมเล่นงานให้มีชีวิตกลับหัวกลับหางไปจากเดิม  จากผู้ใช้   ‘ปืน’
(อันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความรุนแรง)เพื่อผดุงรักษาความผาสุกให้สังคมมาเป็นมือปืนเพื่อตามล่าผู้อื่น และในที่สุด
เขาก็เป็นฝ่ายถูกตามล่าโครงเรื่องอันหมุนวนเป็นวงกลมเช่นนี้ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของชีวิตที่ต้องตกเป็นเหยื่ออยู่ภายใต้
วงจรของชะตากรรมซึ่งตนไม่มีโอกาสเลือก และไม่มีโอกาสหลุดพ้นไปจากวงจรนี้ได้
          โดยรวมของเนื้อหาภาพยนตร์เป็นการนำเสนอถึงเรื่องราวของ ‘อาชญากรรม’ และความรุนแรงในสังคมไทย  อันเป็น
ปรากฏการณ์ที่เราต้องเผชิญหน้าอยู่กับมัน ดูเหมือนว่า‘อาชญากรรม’เหล่านี้จะอยู่รอบตัวเรา  ซึ่งเราเองก็มีโอกาสพานพบ
ได้ทุกเมื่อ มีโอกาสตกเป็นเหยื่อ     เป็นผู้ถูกกระทำ  และเป็นผู้กระทำได้ตลอดเวลา   ขณะเดียวกัน  ‘อาชญากรรม’  ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นก็มิอาจตัดสินได้อย่างถ่องแท้ว่าใครถูกหรือใครผิด ในเมื่อตำรวจและโจรต่างก็มีหน้าที่ต้องฆ่าและต้องล่า  เป็นผู้ใช้
ความรุนแรง  มีอำนาจในการใช้ความรุนแรง    โดยฝ่ายหนึ่งเป็นการใช้อำนาจอย่างถูกกฎหมาย และอีกฝ่ายเป็นผู้ใช้อำนาจ
อย่างผิดกฎหมาย
          ‘ฝนตกขึ้นฟ้า’ จึงเป็นภาพยนตร์ที่สอดประสานกันระหว่างนัยของ ‘อำนาจ ศาสนา และอาชญากรรม’ เมื่ออำนาจ
ถูกสร้างขึ้น       เพื่อเป็นเครื่องมือของผู้ใช้อำนาจ      ศาสนาก็อ่อนแอเกินกว่าจะทำให้มนุษย์รู้เท่าทันความชั่วร้าย   ดังนั้น
‘อาชญากรรม’ จึงแพร่หลายไปทั่วสังคม
          น่าเสียดาย  ที่ภาพยนตร์ใช้เทคนิค ตัดสลับกลับไปกลับมามากเกินไป   อาจไม่ถูกจริตกับคอหนังไทยซึ่งนิยมแต่เสพ
เรื่องราวที่ง่าย   ๆ    มุ่งเน้นแต่ความบันเทิงแต่เพียงอย่างเดียว       จึงอาจทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้รับความนิยมมากนัก
สารที่น่าสนใจซึ่งผู้สร้าง  ตั้งใจจะสื่อไปยังผู้เสพจึงยังคงเดินทางไปไม่ถึงผู้เสพกลุ่มใหญ่ในประเทศ   ตราบใดที่  ‘อำนาจ’
ยังตกอยู่ในมือของผู้ใช้ความรุนแรง ‘ศาสนา’ ก็อ่อนแอจนมิอาจทำให้อำนาจมืดในใจของผู้คนสว่างได้ ซ้ำยังยอมให้พื้นที่
ของศาสนาครอบงำด้วยอำนาจของความรุนแรงแล้ว ‘อาชญากรรม’ ก็ยังเต็มแผ่นดินต่อไปตราบนานเท่านาน... 
          ปรากฏการณ์ ‘ฝนตกขึ้นฟ้า’ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้มนุษย์ในสังคมพานพบกับ ‘อำนาจ’ และ ‘ความรุนแรง
ต่อไป

 

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine