ธรรมะอมยิ้ม : พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
จุดเริ่มต้นของคนเก่ง

เจริญพรสาธุชนคนดีทุกท่าน พบกันอีกเหมือนเดิมกับธรรมะอมยิ้มฉบับอิ่มใจ ก่อนอื่นต้องขอให้กำลังใจกับผู้ที่ประสบภัย
น้ำท่วมทุกท่าน ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเริ่มลดลง แต่ ‘น้ำใจไทย’ ก็ยังไม่ลดตาม ยังคงเติมเต็มให้กันและกัน
อย่างไม่ขาดสาย มองเห็นแล้วเป็นภาพแห่งความประทับใจ สิ่งเหล่านี้เราต้องรักษาไว้ เพราะว่าเป็นภาพแห่ง ‘ความดีงาม’
แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่เราต้องปรับความเข้าใจกันนั่นคือ เมื่อน้ำลด ‘น้ำใจ’ อย่าลดตาม อย่าทะเลาะกันเลยนะโยม มีอะไร
ให้คุยกันดี ๆ ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจา เพราะทุกปัญหาที่เกิดขึ้น บางครั้งเราก็มองไม่เห็นวิธีแก้ที่รอบด้าน ดังนั้น เมื่อเราเห็นว่า
สิ่งใดที่จะแนะนำกันได้ก็ส่งตัวแทนเข้าไป เพื่อให้คำแนะนำนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้คนหมู่มาก ปัญหาต่างๆก็จะสามารถ
แก้ไขร่วมกันได้อย่างถูกต้อง
ก่อนอื่นต้องบอกทุกท่านว่า ไม่มีคำว่า ‘สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่’ ร่างกายที่อ่อนล้า แต่จิตใจต้องเข้มแข็ง สูญเสีย
อะไรก็เสียไป แต่อย่าเสียกำลังใจ เราต้องตั้งสติให้ดีเพื่อที่จะเดินต่อไปข้างหน้า เดินช้าๆ อย่างมั่นใจ ดีกว่าเดินไวแต่ประมาท
อย่าอายที่จะล้ม เมื่อล้มแล้วเราต้องลุกขึ้นมา ขณะที่ลุกอย่าลุกขึ้นมาเฉยๆ ขอให้มีอะไรติดมือขึ้นมาด้วย นั่นคือ‘ประสบการณ์
ของการล้ม’ อยากจะบอกกับโยมทุกท่านว่า
‘ไม่มีใครล้มเหลว มีแต่คนล้มเลิกต่างหาก’
เมื่อเรามีจิตใจที่มีความมุ่งมั่นความฝันก็คงไม่ไกลเมื่อเรามีความทุกข์เราต้องปรับตัวปรับใจให้อยู่กับความทุกข์นั้นให้ได้
ความทุกข์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ถ้าเราเข้าใจมันจริงๆ ความทุกข์ต่างหากที่มันกลัวคนที่รู้ทันมัน มันกลัวคนที่มีสติ มันกลัวคนที่
มีจิตใจเข้มแข็ง มันกลัวคนที่ไม่ยอมจำนนต่อความทุกข์ สุดท้าย ‘ความทุกข์’ มันก็จะยอมแพ้และออกไปจากใจของเรา เราก็
จะอยู่เหนือความทุกข์ที่เกิดขึ้น ให้โยมทุกคนทำความเข้าใจแบบนี้ว่า ‘ความทุกข์’ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาคู่กับโลกของเรา
ดังที่พุทธองค์ทรงตรัสว่า
“การเกิดก็เป็นทุกข์ การแก่ก็เป็นทุกข์ การตายก็เป็นทุกข์ การพลัดพรากจากของรักของชอบใจก็เป็นทุกข์”
ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับชีวิตของเรา แต่มันเกิดกับทุกข์คนที่เกิดมา ให้โยมลองสังเกตเด็กที่เกิดขึ้นใหม่ ขณะที่
เด็กร้องไห้มือจะกำแน่น และร้องว่า “ อุแว๊ ๆ ” เมื่อเราลองฟังดี ๆ เสียงก็จะเหมือนกับคำว่า ‘ เอามา ๆ’ คือต้องเอาทุกสิ่ง
ทุกอย่างมาเป็นของตนเอง เมื่อตัวมาก็เริ่มยึดมั่นว่าสิ่งนี้เป็นของเรา พ่อเรา แม่เรา บ้านเรา รถเรา แฟนเรา เมื่อยึดติดมาก ๆ
ความทุกข์ก็จะเข้ามาเยี่ยมจิตใจ และมีอำนาจอยู่เหนือจิตใจ ทำให้เราเกิดความทุกข์ ยิ่งคนอื่นได้ดีกว่า ยิ่งเป็นทุกข์
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เราโชคดีได้รับรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ราคา 5,000 บาท เราก็รู้สึกดีมีความสุข ชื่นชม
กับโทรศัพท์ที่ได้มาต่อมาอีกไม่กี่วันเพื่อนสนิทได้รับรางวัลบ้างเป็นโทรศัพท์เหมือนกันแต่เป็นไอโฟน4 ในราคา 20,000 บาท
เราก็เริ่มมีความทุกข์ว่า ทำไมเราไม่โชคดีเหมือนเพื่อนคนนั้น ทั้งที่จริงแล้วโทรศัพท์ที่เราได้มานั้น เราก็ได้มาฟรี ๆ แต่มันก็ทำ
ให้เราเกิด ‘ความทุกข์’ จนได้
ลองฟังตัวอย่างอีกสักเรื่อง ถามโยมว่า เรามีบ้านไหม มีรถไหม ทุกคนตอบว่า ‘มี’ พอถามต่อว่า รถเราจะเก่าเมื่อไหร่
โยมก็จะตอบว่า ใช้มานานบ้าง ไม่ได้ล้างบ้าง ผิดนะโยม รถเราจะเก่า เมื่อข้างบ้านออกรถใหม่ รถเราใช้มา 10 ปีก็ไม่เก่า
แต่ข้างบ้านออกรถใหม่ รถเราจะกลับกลายเป็นรถเก่าทันที แสดงว่า‘ความทุกข์’ จะมากหรือน้อยไม่ได้อยู่ที่สิ่งของแต่อยู่ที่ว่า
เราไม่รู้จัก ‘พอใจ’ในสิ่งที่เรามีอยู่ ถ้าเรามองหาแต่สิ่งที่ขาด เราจะไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มี ที่จริงการเริ่มต้นความสุข เราต้อง
เริ่มต้นจากความง่ายใกล้ ๆ ตัว
ทรัพย์สินเงินทองที่เสียไป เราสามารถหาใหม่ได้ เพราะเรายังมี ‘ความรู้’ เรายังมี ‘กำลังใจ’ ที่ดี เรายังมีคนที่เรารัก
และคนที่รักเรา กำลังใจเหล่านี้จะทำให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะเรามีเพื่อนคู่คิด คู่ชีวิตที่ร่วมสร้าง
มีครอบครัวที่อบอุ่น เพราะครอบครัวที่อบอุ่นเป็นต้นทุนของความสุข เมื่อทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกัน ปัญหาใหญ่แค่ไหน
หนักหนาสาหัสสักเพียงใด เราก็พร้อมที่จะจับมือกันฝ่าฟันปัญหานั้นไปได้

‘จุดเริ่มต้นของคนเก่ง’ อันดับแรกคือ ‘การบริหารจิตใจให้เข้มแข็ง’ เป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆเราต้องสู้ พร้อมที่
จะเดินไปข้างหน้าอย่างสง่าผ่าเผย จิตใจที่เข้มแข็งจะเป็นจิตที่มีพลังและมีอำนาจ แม้แต่ พุทธองค์ยังทรงตรัสไว้ว่า
"ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐสุด สำเร็จได้ด้วยใจ"
แสดงให้เห็นว่า จิตใจหรือกำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อตัวเรา
อันดับต่อมาคือ ‘มีต้นแบบของชีวิตที่ดี’ หมายความว่า มองหาตัวอย่างของชีวิตที่ดีเพื่อเป็น แรงบันดาลใจ เช่น
คนที่เคยเจอทุกข์หนักหนาสาหัสแต่ทำไมเขาถึงสลัดความทุกข์นั้นออกได้พร้อมทั้งเดินไปข้างหน้าอย่างมีความสุขเขามีวิธีคิด
อย่างไร มีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร เมื่อเราศึกษาและได้เห็นแบบอย่างที่ดีเราจะนำสิ่งเหล่านั้นมาปฏิบัติกับตัวของเรา
ได้อย่างไร เพราะตัวอย่างที่ดีคือบทเรียนลัดที่เราจะทำความเข้าใจได้ดีมากขึ้น เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นประสบการณ์ตรง
ของคน ๆ นั้นโดยแท้จริง
อันดับถัดไปคือ ‘กำหนดเป้าหมายชีวิตให้ชัดเจน’ เมื่อเรามีแบบอย่างที่ดี ต่อไปนี้ เราก็เดินตามแบบอย่าง
และพยายามหาพี่เลี้ยงคอยประคับประคอง ไม่ให้เดินผิดทาง ไม่ใช่เรื่องหน้าอายที่เราจะต้องปรึกษาใคร แต่เป็นเรื่องที่ดีที่เรา
จะใช้ชีวิตแบบรอบคอบ เอาง่าย ๆ ก่อนคือ ‘ฝันใกล้ ๆ แล้วไปให้ถึง’ ความฝันของเราอาจมีหลายระดับ เช่น ระดับต้น
คือฝันเรื่องง่าย ๆ แล้วทำให้สำเร็จ สอง ฝันระดับกลาง ลงมือทำอย่างเต็มที่ สุดท้ายคือ ความฝันระดับสุดยอด อาจจะเป็น
เมกกะโปรเจ็คต์หรืออะไรที่ยิ่งใหญ่ก็แล้วแต่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อม เกิดขึ้นได้จากคนที่มีจิตใจตั้งมั่น อีกทั้งมีต้นแบบในชีวิต
ที่ดีด้วย
อันดับถัดมาคือ ‘กำจัดอุปสรรคในชีวิต’ เมื่อเราจะเริ่มต้นชีวิตที่ดี เราก็ต้องรู้และหลีกเลี่ยงเรื่อง ของความชั่ว
เพราะความชั่วจะทำให้ชีวิตตกต่ำ ไม่เจริญก้าวหน้า ทางแห่งความเสื่อมพระพุทธเจ้าตรัสว่า
“เป็นอบายมุข 6 ช่องทางของความเสื่อม ทางแห่งความพินาศ เหตุย่อยยับแห่งโภคทรัพย์” อันได้แก่
ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร และเกียจคร้านการทำงาน
เมื่อรู้ทางแห่งความเสื่อม ต้องแสวงหาความเจริญ คือ ‘ปรโตโฆสะ’ ซึ่งเป็นวิถีทางเบื้องต้นแห่งปัญญาและสัมมาทิฐิ
ต้องมี ‘โยนิโสมนสิการ’ คือการพิจารณาโดยแยบคาย มีความคิดที่รอบคอบคอยกำกับ จึงจะสามารถรู้ แยกแยะ และคัดสรร
เฉพาะ ‘ปรโตโฆสะ’ ฝ่ายดีได้ และจักคบบัณฑิตหรือกัลยาณมิตร คือ เพื่อนที่ดีเพื่อนที่แนะนำไปสู่ความเจริญและเพื่อนที่บอก
หนทางที่จะทำให้เกิดความเสื่อม อย่างที่ว่า ‘คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น’ หรือ ‘คบคนพาล พาลพาไปหาผิด
คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล’ สิ่งเหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต
อันดับสุดท้าย ความสุขและความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อเรา‘เริ่มต้นชีวิตที่ดี’มีจิตใจที่เข้มแข็งมุ่งมั่น กำหนดทิศทาง
ชีวิตที่ดี วางแผนเพื่อที่จะไปสู่เป้าหมายของชีวิตรู้จักหนทางสู่ความเจริญและหลีกเลี่ยงทางแห่งความเสื่อมของชีวิต เมื่อเรา
เดินในทางที่ถูกต้อง มีเข็มทิศชีวิตที่ดี ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อม คำว่า
‘ความสำเร็จ’ คือการบรรลุวัตถุประสงค์ที่เราวางไว้ บางคนมีความสำเร็จแต่ไม่มีความสุขก็มากไปเพราะ ‘ความสำเร็จ’
ที่เกิดขึ้น ได้มาจากการดำเนินชีวิตที่ผิดวิธี ดังนั้น ความสำเร็จที่แท้จริง จึงต้องยู่บนพื้นฐานของ ความสุข มีวิธีการคิด
ที่ถูกต้อง มีวิธีการลงมือทำที่ดีงาม จึงจะเป็น ‘ความสำเร็จ’ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
สรุปว่า ‘จุดเริ่มต้นของคนเก่ง’ ต้องประกอบด้วย การเป็นคนมีจิตใจที่เข้มแข็งมุ่งมั่น มีต้นแบบของชีวิตที่ดีงาม
กำหนดเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้องและชัดเจนรู้จักหนทางสู่ความเจริญและทางแห่งความเสื่อมเมื่อทำได้ครบทุกอย่าง‘ความสุข’
และ ‘ความสำเร็จ’ ในชีวิต ย่อมจะเกิดขึ้นกับทุกท่านแน่นอน เจริญพร