เรื่องจากปก : เบญจภรณ์ ลิ้มเจริญเงิน
‘เอ้ก – บุษกร ตันติภนา’
นางเอกจิตอาสา ปันน้ำใจสู่สังคมไทย
ชื่อของเธอไม่ได้โด่งดังฟู่ฟ่าเหมือนศิลปินนักแสดงคนอื่น ๆ ในวงการ แต่หากใครที่เฝ้าติดตามรายการ ‘สตรอเบอรี่ชีสเค้ก’
แบบขาประจำ รับรองได้ว่า ต้องมีชื่อพิธีกรวัยรุ่นคนนี้ติดอยู่ในความทรงจำอย่างแน่นอน ด้วยใบหน้าที่สะอาดสะอ้านเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะตัว ทำให้เธอถูกทาบทามมารับบทนางเอกน้องใหม่ ในละครเรื่อง‘เรือนแพ’และซิทคอมสร้างสรรค์สังคมอย่าง ‘บ้านนี้มีรัก’
ภายใต้การผลิตคุณภาพของค่ายเอ็กแซ็กท์ – ซีเนริโอ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
หลายคนคงรู้แล้วว่าเรากำลังหมายถึง ‘บุษกร ตันติภนา’ นางเอกที่เรารู้จักกันดีในฐานะบัณฑิตคนเก่งที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา
ระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในยามที่สังคมกำลังเผชิญกับภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่อยู่นั้น เธอคนนี้สลัดคราบความสวย ร่วมเป็นอาสาสมัคร
ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องพร้อมคืนความสุขสู่สังคมไทย
เอ้กกล่าวถึงสิ่งที่ผลักดันให้เธออยากมีส่วนร่วมช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในครั้งนี้ว่า “ จุดเริ่มต้นเกิดจากการได้ติดตามข่าวสาร
ทางโทรทัศน์ ตั้งแต่น้ำท่วมที่จังหวัด ลพบุรี นครสวรรค์ ไล่ลงมาถึงอยุธยา ปทุมธานี จนกระทั่งถึงกรุงเทพฯ ภาพที่เห็นมันเกินกว่า
จะบรรยาย ล้วนแล้วแต่น่าเศร้าใจจริง ๆ ค่ะ เหมือนพระเจ้าเกลี่ย ‘ความสุข’ และ ‘ความทุกข์’ ให้สมดุลกันมากที่สุดไม่ว่าจะร่ำรวย
ขนาดไหน มีบ้านหลายพันล้านเท่าไหร่ เมื่อน้ำท่วมเข้ามาในบ้าน สูงสุดก็คืนสู่สามัญในทันที ความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเอ้ก
มันคงถึงเวลาแล้วที่เรา จะออกมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมบ้าง อาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่เอ้กเชื่อว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้
จะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ขอเพียงทำให้พวกเขามีรอยยิ้ม และสร้างกำลังใจให้พี่น้องคนไทยกลับคืนมา แค่นี้เพียงพอแล้วค่ะ”
เมื่อพูดถึงงานอาสาสมัคร สาวน้อยยิ้มพร้อมพูดเสริมทันทีว่า “งานอาสาสมัครดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ซึ่งหลายคนบอกว่า
มันไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่แต่สำหรับเอ้กคิดว่าถึงแม้จะไม่สามารถทำอะไรได้เท่ากับพี่ๆทหาร ตำรวจ หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่
ซึ่งจะคอยดูแลชาวบ้านได้ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ เข้าถึงปัญหาได้อย่างแท้จริง แต่ที่ตัดสินใจไป เพราะคิดว่าอย่างน้อย ๆ
ในฐานะที่เป็นนักแสดง ก็ขอสร้างเสียงหัวเราะให้แก่พี่น้องผู้ประสบภัยในยามที่พวกเขากำลังประสบปัญหา และต้องการกำลังใจ
ดีกว่าจะนิ่งนอนใจอยู่เฉย ๆ ค่ะ”
เอ้กเล่าย้อนกลับไปถึงครั้งที่มีโอกาส ได้เข้าไปยังพื้นที่ ซึ่งประสบปัญหาอุทกภัยอยู่นั้น ทำให้เธอได้รู้ซึ้งถึงสถานการณ์
ที่ชาวบ้านต้องทนทุกข์กับ ‘น้ำ’ ที่ท่วมขังมาเป็นเวลานานหลายเดือน ทั้งยังพบกับคนเฒ่าคนแก่ซึ่งติดอยู่ภายในบ้าน และไม่ยอม
ออกมาอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งทางการได้จัดเตรียมไว้ให้
“เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเอ้กได้ติดตามพี่ๆทหารไปแจกถุงยังชีพที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งตอนนั้นเรานัดรวมพลกันที่
กองพลทหารราบที่ 11 เพื่อแพ็คของใส่ถุงยังชีพเตรียมไปแจกจากนั้นก็นั่งรถพี่ ๆ ทหารไปยังจังหวัดปทุมธานี การเดินทางเป็นไป
อย่างยากลำบาก เพราะถนนถูกตัดขาดหมด เราจำเป็นจะต้องนั่งเรือเพื่อนำสิ่งของไปให้กับชาวบ้าน ที่อยู่ในหมู่บ้านสามโคก
ซึ่งระดับน้ำสูงมากจริงๆเรียกว่า ‘มิดศีรษะ’ โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่ ๆ ทหารเรือ ซึ่งพาเราฝ่าน้ำท่วมขังที่สูงถึง 2 เมตร
เข้าไปแจกสิ่งของได้ทันเวลาระหว่างทางเอ้กได้พบกับคุณตาคุณยายที่พักอาศัยอยู่ชั้น2ของบ้านพวกเขาไม่ยอมที่จะอพยพออกมา
เพราะกลัวว่าจะถูกโจรน้ำท่วมเข้ามาขโมยของในบ้านซึ่งทำได้เพียงแค่รอหน่วยงานราชการเข้ามาช่วยเหลือและหวังว่าน้ำจะลดลง
โดยไว มันเป็นภาพที่สะเทือนใจผู้ที่ได้พบเห็นมากค่ะ ของโดยส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านยังขาดแคลน นั่นก็คือ เรือโดยสารที่ใช้สัญจร
ไป - มาห้องน้ำเคลื่อนที่รวมถึงอาหารและน้ำดื่มโดยเฉพาะของใช้สำหรับเด็ก อย่างนมผงและผ้าอ้อม ฯลฯ ซึ่งขาดตลาดและมีราคา
สูงมากค่ะ”
สาวน้อยคนนี้ยังฝากถึงสิ่งที่ได้ไปพบเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรเข้าไปแก้ไข นั่นก็คือ ‘ปัญหาโจรชุกชุม’
“จริง ๆ แล้ว ในยามนี้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะช่วยปกป้องคุ้มภัยประชาชน เพราะในเวลานี้
นอกจากประชาชนจะรู้สึกหวาดกลัวกับน้ำท่วมแล้วยังต้องคอยระวังโจรขโมยที่ออกอาละวาดไม่เว้นแต่ละวันบ้างก็ไม่กล้าที่จะออก
จากบ้านเพราะกลัวถูกโจรน้ำท่วมเข้ามาขนทรัพย์สินมีค่าออกไปตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วงเพราะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ผู้ประสบภัย
ก็ยิ่งไม่ออกจากบ้าน น้ำก็ยิ่งขึ้นสูง ก็ยิ่งทำให้พวกเขาดำรงชีวิตกันอย่างยากลำบากมากค่ะ อยากฝากให้ชุมชนช่วยกันดูแล
เอาใจใส่บ้านของคุณ และเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่ด้วยนะคะ ในภาวะแบบนี้ ‘สามัคคี’ เท่านั้นที่เป็นพลังสำคัญ ซึ่งจะทำให้เราฟันฝ่า
เหตุการณ์ในครั้งนี้ไปพร้อม ๆ กันได้ค่ะ”
เอ้กบอกกับเราว่า สิ่งที่เธอเป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้ นั่นก็คือ ‘ความเครียด’ ที่เกิดจากภาวะข่าวสารหลั่งไหล จึงอยากให้
ประชาชนตั้งสติเตรียมพร้อมตั้งรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่าตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า จนทำให้เกิดภาวะโรคเครียด
แทรกซ้อนขึ้น
“เอ้กคิดว่า ‘ปัญหาสุขภาพจิต’ ถือเป็นพิษจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ยังไง เอ้กอยากให้ตั้งสติ
กันให้มาก พร้อมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ อย่างแรก อยากให้เผื่อใจยอมรับว่าน้ำอาจจะเข้ามาในบ้านของเรา จากนั้น
เตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น เริ่มต้นจากการหาข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น เช่น หาข้อมูล
ทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ ‘รู้ทันน้ำ’ และ เว็บ ‘รู้สู้ Flood’ หรือไม่ก็ติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์อย่างพอดีค่ะ
ซึ่งในแต่ละวันควรดูข่าวน้ำท่วมครั้งละไม่เกินครึ่งชั่วโมง ทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง
เอ้กเคยขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์ที่เข้าไปรักษาผู้ประสบอุทกภัยทำให้ทราบว่าการที่เรารับประทานผักผลไม้ที่ประกอบด้วย
วิตามินซีมาก ๆ ช่วยทำให้ร่างกายดูดซับวิตามินซีเอาไว้จะทำให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์ที่เคยหงอยเหงาจะกลับขึ้นมากระปรี้กระเปร่า
อีกครั้ง สำหรับคนที่รู้สึกหงอย ๆ เหงา ๆ เอ้กอยากให้ลองหาผลไม้ที่เปรี้ยว ๆ มาทานดู ความเปรี้ยวและความหอมของผลไม้
อาจจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นค่ะ รวมถึงหากมีอาการปวดท้ายทอย หรือรู้สึกกังวลมาก ใจสั่นให้หากิจกรรมอื่นๆทำเพื่อลดระดับ
ความเครียดลงค่ะ”
(โปรดติดตามต่อในเล่ม)