2 รุม 1 ที่พึ่งหัวใจ : ดีเจอ้อย ดีเจอั๋น
ห่วงแค่ไหนให้พอดี ในวันที่มี ‘ภัยพิบัติ’

สวัสดีค่ะ พี่อั๋น พี่อ้อย ช่วงนี้หนูเครียดกับน้ำท่วมเหลือเกิน ไหนจะที่บ้าน ไหนจะแฟน บอกให้อพยพบอกให้เตรียมอาหาร
ไว้ที่บ้าน กลับมองเป็น ‘เรื่องตื่นตูม’ กับแฟนก็เหมือนกัน บอกให้ช่วยกันหาวิธีกั้นน้ำก่อน เขาบอกแค่ว่า บ้านเราเป็นพื้นที่สูง
น้ำไม่น่าท่วมถึง เขาไปทำงานตามปกติทุกวัน พอตกเย็น น้องห่วงก็โทรหา คอยถามว่าเป็นยังไง เดินทางลำบากไหม พรุ่งนี้
หยุดซักวันดีไหม เผื่อน้ำมา จะได้ช่วยกันคิดว่า เราต้องลี้ภัยยังไง แต่เขากลับหงุดหงิด แล้วตวาดหนูว่าจะบ้าไปถึงไหน หนูเลย
ประชดโดยการยกถุงทรายกั้นหน้าบ้านเอง เหนื่อยมากค่ะ พอเขากลับมาก็พาลไม่อยากคุย โกรธที่เขาไม่มาช่วย แล้วทำเหมือน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หนูเครียดมากค่ะ จะบอกตัวเองยังไงให้โกรธเขาน้อยลง กลัวเหมือนกันว่า ถ้าเขาจะหนีไปมีใครคงเพราะตัวหนูเอง ตอนนี้
เครียดมากจริงๆ
พี่หมออ้อย::
น้ำไหลมาน้ำตาท่วมใจ ช่วงนี้ไม่มีใครไม่เครียด แต่ว่าเครียดมากเครียดน้อยต่างกันไปเท่านั้นเอง‘ผู้ประสบภัย’ ไม่ใช่มีแค่
ผู้ที่เจอน้ำเข้าไปยึดพื้นที่ในบ้าน แต่ ‘ผู้ประสบภัย’ คือคนไทยทั้งประเทศที่เห็นวิกฤตใหญ่ เห็นคนไทยอีกมากมายที่เดือดเนื้อ
ร้อนใจ น้ำไฟไม่มี ต่อให้มีวันหยุดยาว แต่ทุกคนก็จ้องดูข่าวกันวินาทีต่อวินาที
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งจ้ะว่า คนทุกคนมี ‘ความกังวล’ และ ‘ภาวะระวังภัย’ ไม่เท่ากัน ยิ่งดูข่าว ยิ่งอยู่กับข่าวสาร
ในโลกออนไลน์ ยิ่งวุ่นวายจิตตก ข่าวไหนลือ ข่าวไหนจริง มันปนกันมั่วไปหมด วันที่พวกเรากลัว เรายิ่งง่ายต่อการยั่วยุ ทีนี้
พอความตื่นกลัวของเราต่างกันมาก ก็เลยยากที่จะสู้ไปด้วยกัน ตอนนี้ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่น้ำแล้วว่ามันจะมาไหม แต่มันอยู่ที่‘ใจ’
ที่รู้สึกว้าเหว่และหดหู่ เหมือนเราสู้อยู่คนเดียว
เตรียมตัวเอาไว้ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย จะกั้นทราย ทำคันกันน้ำ หรือสารพัดวิธีลี้ภัยที่คิดไว้คร่าว ๆ ศึกษาข้อมูล และที่สำคัญ
ตัดสินใจให้ไว หลายคู่ เมื่อน้ำท่วมถึงก็กระทบความสัมพันธ์กันน่าดู เพราะต่างคนต่างกลัวเราก็เริ่มเห็นแก่ตัวอย่างไม่ตั้งใจ สังเกต
ดูได้จากรถมากมายที่จอดไว้ตามทางด่วนรู้นะว่าคนอื่นเดือดร้อนแต่ถ้าฉันเดือนร้อนฉันก็ต้องรับผิดชอบตัวเองนี่นา อย่ากระนั้นเลย
จอดมันทิ้งไว้ตรงนี้แหละ เพราะใคร ๆ เขาก็ทำ กันข้าวสารอาหารแห้ง ตุนแบบไม่เผื่อใคร มันเกิดขึ้นได้หมด
คน 2 คนก็เหมือนกัน ทุกชีวิตมีสิทธิ์คิดต่าง คิดซะว่า ต้องมีคนที่คิดอย่างเรา และจำเป็นต้องมีคนที่คิดแบบเค้า ไม่งั้น
จะลนลานกันตาย เธอกลัว ฉันยิ่งกลัว หาทางกั้นน้ำไม่ให้เข้า จนไม่เหลือทางให้คนออก ปรับวิธีคิดของเรา เอาเวลาทะเลาะกัน
หรือเหวี่ยงกัน มานั่งคิดกันดีกว่าว่า ฉันจะป้องกันบ้านยังไงได้อีก และทั้งหมด ‘ถ้าทำดีที่สุดแล้ว’ เราทานอำนาจมวลน้ำไม่ไหว
พาตัวเราและคนที่เป็นหัวใจของเราออกมาดีกว่า เพราะอย่างอื่นสร้าง และหาใหม่ได้หมดจ้ะ
นี่คือ ‘เรื่องใหม่’ ของพวกเราทุกคน เราต่อสู้และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่เรียนรู้ที่จะเอาชนะน้ำ แค่เรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำ
แบบทรมานให้น้อยที่สุด ไม่มีใครมีคำตอบกับคำถามที่เราอยากรู้ เช่น น้ำท่วมบ้านฉันไหม สูงแค่ไหน อยู่นานหรือเปล่า ทุกฝ่าย
ทำได้แค่รับมือกับมันให้เต็มที่และใช้ความรู้เท่าที่มีพยายามการันตีสิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็น คิดและคุยกับตัวเองก่อน อย่าโวยวาย
โมโหกันในวันที่เราต่างต้องการพลังใจ แฟนไม่ช่วย ไม่ได้แปลว่า ‘เขาไม่รัก’ หรือไม่กลัว ลองยิ้มเข้าหากัน แล้วถามเล่น ๆ ว่า
“เก่งไหม ฉันยกทรายเองเลยนะ ไปไหนมาไหน ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยล่ะ ช่วงนี้อาจจะเครียดหน่อย ขอโทษจริง ๆ แต่เราเตรียมๆ
อะไรไว้บ้างก็ดีนะ ช่วงภัยพิบัติ มันคงไม่ได้เป็นอย่างปกติที่เรารับมือได้”
คุยกันด้วยสติแบบไม่ร้อนรน หลายคนส่งพลังลบ ๆ ให้เขาโดยไม่รู้ตัว จะโวยวาย หน้างอ หรือเฉยชากับเขาก็ตาม มันเป็น
‘การกดดัน’ อีกฝ่ายให้ได้ดั่งใจเราซึ่งถ้าเขาไม่พร้อม มันสั่นคลอนความสัมพันธ์ได้จริง ๆ นะรักเขา ห่วงเขา แบบที่เชื่อว่า เขาก็
ดูแลตัวเองได้
ท่องไว้ ‘อบอุ่นกับอึดอัด’ มันห่างกันแค่เส้นบาง ๆ อย่าให้ความคิดต่าง ทำให้เราห่างจากกันไปเรื่อย ๆ
เจอโจทย์ยาก ยิ่งต้องรักกันให้มาก ๆ ยิ้มกันหรือทะเลาะกัน น้ำจะมา ก็มาอยู่ดี สู้ทำให้ทุกวันเป็นวันดี ๆแม้จะยิ้มได้น้อย
เต็มที แต่ก็รู้ว่า ‘เรายังสู้อยู่ข้าง ๆ กัน’

ดอกเตอร์อั๋น::
“How are you today?” “I’m dry thank you, and you?”
เดี๋ยวนี้เจอหน้าใคร ต่อให้ไม่อยากยังไงก็ต้องถามนะครับ ไม่อยากพูดออกทีวี ออกวิทยุยังไง เปิดไมค์ เปิดไฟนับถอยหลัง
5 – 4 – 3 – 2 – 1 ปุ๊บ พูดเรื่องน้ำท่วมก่อนรู้ตัวทุกทีเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ที่อยู่ในใจของทุกคนน่ะสิครับแต่ปัญหาก็คือแต่ละคน
มองและรับมือกับมันต่างกัน บางคนเชื่อว่าจะท่วมแค่ตาตุ่ม บางคนว่าเอว บางคนว่าอก บางคนว่ามิดหลังคา บางคนว่าน้ำ
จะท่วมโลกบางคนว่าโลกจะแตกแล้วแต่ก็มีบางคนเชื่อว่ามันจะแห้งสนิทกระชับสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ซึมเปื้อนด้านข้าง
ไม่ห่อตัว และไม่ไหลย้อนกลับถ้าไอ้คนที่เชื่อว่า ‘ท่วมตาตุ่ม’ กับเชื่อว่า ‘แห้งสนิท’นั้นอยู่ด้วยกัน มันคงไม่ยาก แต่ถ้าคนที่เชื่อ
ว่า ‘แห้งสนิท’ กับ ‘มิดหลังคา’ เกิดดันมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แล้วทีนี้จะทำไง
เมื่อคิดได้ดังนี้ ผมก็เริ่มเข้าใจความยากที่นายก และ ศปภ. ต้องเจอขึ้นมาทันใด ทำยังไงถึงจะถูกใจคนทั้งประเทศ มากไป
ก็ไม่ดีน้อยไปก็ไม่พอ แค่ไหนถึงจะพอดีล่ะ พี่อั๋น พี่อ้อย บก. all magazine รมต. อธิบดี นายกฯ หรือนักวิชาการ หรือใครก็ตาม
ที่ตะโกนแหวกช่องปากตะแว๊ด ๆ อยู่มากมาย ต่างก็ไม่รู้พอกันทั้งนั้นละครับ มันคือการคาดเดากับสิ่งที่อย่างน้อย 50 ปีที่ผ่านมา
ไม่เคยมีใครเจอข่าวลือมากมายแพร่สะพัดคำวิจารณ์มากมายท่วมสื่อจากคนที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่าและเข้าใจกว่า ซึ่งพอให้ไปช่วย
ทำจริง ๆ ก็เห็นค่อย ๆ เงียบกันไป ทุกหัวล้าน หัวดำ หัวเทา บอกให้เฝ้าระวังแล้วไม่ท่วม ก็ด่าว่า ‘ทำให้ตกใจ’ ให้อพยพแล้ว
ไม่ประสบภัย แทนที่จะดีใจ กลับว่า ‘เสียเวลา’ อธิบายมาก ๆ บอกว่า ‘เยิ่นเย้อ’ ขอกระชับ ๆ แค่ว่าจะท่วมกี่เมตร โถ...เอาแค่
ซอยบ้านผม ปากซอยกลางซอยกับท้ายซอยยังท่วมระดับต่างกันมหาศาล การจะคาดหวังให้ใครมาบอกว่าหน้าบ้านของคนไทย
ทุกคน น้ำจะสูงเท่าไหร่ จะเป็นไปได้ยังไง นอกจากจะประมาณการ และคาดการณ์กันไปว่าจะ ‘เอาอยู่’ แบบเฉพาะหน้า
ธรรมชาติของน้ำซึ่งเป็นของเหลว คือไหลจากที่สูงลงไปสู่ที่ต่ำ เมื่อไหลมามันย่อมหาวิถีทางที่จะไหลไป สัจธรรมนี้
ธรรมชาติสอนเรามาตลอดเวลา ทุกข์หรือสุขก็ไม่ต่างกัน...มันไม่อยู่กับใครนานจนเกินไป
อั๋นเองบังเอิญเชื่อไปเองว่า‘บ้านจะไม่เป็นอะไร’ ในขณะที่แม่มองไปอีกอย่าง รถถูกย้าย กระสอบทรายเป็นพันถูกจัดวาง
ผ้าใบถูกขึงรอบทิศทาง เรือ 2 ลำเข้ามาจอดในบ้านแทนรถ จะเข้าหรือออกต้องปีนป่าย มองเผิน ๆ คล้ายผมอาศัยอยู่บริเวณ
ค่ายทหารริมชายแดน พร้อมรับสงคราม ผมแอบบ่นไปมาอย่างเกรงใจ เพราะคิดว่าที่บ้านผมตั้งรับนั้น มันมากเกินไป จนกระทั่ง
เมื่อคืนนี้...ผมนอนคิดเล่น ๆ ไปว่า ถ้าไม่มีคุณแม่หรือใครลุกขึ้นมาเตรียมรับมืออะไรเลย ผมจะทำได้แค่ไหนในการป้องกันบ้าน
และครอบครัวของผม
จาก 1 คิดเป็น 2 ลากไป 3 ลามไป 4 ที่สุดแล้ว บางทีผมก็อาจจะทำไม่ต่างจากที่คุณแม่ผมทำอยู่ก็ได้ เพียงแต่เพราะผม
เคยชินกับการถูกดูแล รู้ว่าแม่กับพ่อจะจัดการให้ดีที่สุดเสมอ จึงนิสัยเสีย เอาแต่นั่งดูแล้ววิจารณ์หรือบ่นไปเรื่อย แต่ก็ไม่ได้ลงมือ
ช่วยอะไร มีคนไทยไม่น้อยที่กำลังเป็นเหมือนผมครับชินกับการถูกดูแล บ่นแต่ไม่ช่วยอะไร วิจารณ์ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นผู้ประสบภัย
โดยไม่พยามเข้าใจว่า คนที่เค้าคิดหรือคนที่ทำเค้านั้นพยายามมากมายขนาดไหน‘แฟนหนู’คงเป็นเหมือน‘พี่อั๋น’เมื่อไม่กี่วันก่อน
คิดได้ มองในแง่ดีอีกที แฟนหนูอาจจะไว้ใจหนูมากนะครับ ว่าหนูดูแลเค้าได้ หน่วยงานมากมายเค้าวุ่นวายกับการวัดระดับน้ำ
งานนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีให้ได้วัดระดับใจของเค้าด้วย รวมถึงใครหลายคนว่า ‘มองโลกด้วยหัวใจสีอะไร’
อย่ากลายเป็นผู้ประสบภัยทั้งที่น้ำยังไม่ทันท่วมถึงอย่าเครียดเกินไป เพราะต่อให้เค้าคนนี้ไม่อยู่ในบ้านหลังนี้ หนูก็คงทำดี
ที่สุด เพื่อเตรียมการอย่างที่หนูทำอยู่ไม่ต่างกัน จริงไหม?
ส่งกำลังใจให้ทุกคนหลาย ๆ กระสอบ เพราะพี่อั๋นว่า นั่นคือสิ่งที่ ‘คนไทย’ ในเวลานี้ต้องการไม่แพ้ทรายที่แข่งกันขาย
ขึ้นราคาอยู่ตอนนี้นะครับ...