สุขภาพ : ดาด้า
ภาพ : ปอแป้ง
โรคที่มากับน้ำท่วม อันตรายที่ต้องระวัง

ตอนนี้หันไปไหนเจอแต่คนถามไถ่เรื่องของน้ำท่วม เพราะวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้คนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ รวมไปถึงเรื่องสุขภาพ
นพ.ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาลพญาไท ซึ่งอยู่ในโครงการรวมไทยอาสาอันเป็นโครงการ
ในเครือโรงพยาบาลพญาไท และเปาโล หนึ่งในโครงการที่เข้ามาช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่น้ำท่วมกล่าวว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นจะแบ่งเป็นปัญหาทางกาย และปัญหาทางสภาพจิตใจ
“ปัญหาทางกาย เราพบโรคหลักๆ แบ่งเป็น โรคผิวหนัง คือโรคน้ำกัดเท้า วิธีแก้ไขคือพยายามหารองเท้าบู้ทมาใส่
แต่ถ้าเราหารองเท้าบู้ทไม่ได้ให้ใช้วาสลีนทาให้ทั่วบริเวณเท้า หากต้องลุยน้ำ อย่างน้อยจะช่วยไม่ให้น้ำที่สิ่งสกปรกเข้าไป
ทำให้ผิวหนังมีปัญหา แต่ถ้าเกิดว่าระดับน้ำสูงกว่ารองเท้าบู้ท หรือว่าหาวาสลีนไม่ได้ ก็ให้ล้างเท้า ล้างตัวด้วยน้ำสะอาด
หลังจากโดนน้ำแล้วเช็ดผิวให้แห้ง แต่ถ้าผิวหนังเริ่มเปื่อยต้องทาครีมรักษาเชื้อรา น้ำกัดเท้า แต่หลายรายที่มีแผลโดนตำ
เหยียบโดนแก้วก็ต้องดูลักษณะแผล หากแผลอักเสบแบบลึกมากเป็นแผลฝีหนอง ต้องติดต่อสาธารณสุขที่อยู่ใกล้เพื่อขอยา
แก้อักเสบ ฆ่าเชื้อ ใช้เวลารักษาประมาณ 7 วันก็จะหาย”
สิ่งสำคัญที่คุณหมอเน้นคือ ภูมิคุ้มกันเรื่องโรคบาดทะยัก ถ้าหากได้รับภูมิคุ้มกันนี้เป็นเวลาเลย10 ปีไปแล้วจำเป็นต้อง
ได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันใหม่ “ถ้าเชื้อบาดทะยักเข้าไปในร่างกาย ตอนรักษาจะยากเชื้อนี้จะทำให้ร่างกายเกร็งทั้งตัว ระบบ
การหายใจล้มเหลวต้องใส่ท่อช่วยหายใจ อีกอย่างคือคนเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคต่ำ ต้องระวังเรื่องบาดแผล
หากเกิดแผลขึ้นมาต้องรีบรักษาให้เร็วกว่าคนอื่น ถ้าเป็นไปได้ให้รีบออกมาจากพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงในรายอื่นที่มีโรคเรื้อรัง”

กลุ่มโรคทางตา เช่น ตาแดง ตาอักเสบ คุณหมอกล่าวว่า ด้วยความที่น้ำไม่สะอาด เราไม่สามารถทำให้มือสะอาด
ได้ตลอด อาจเผลอเอามือสกปรกไปขยี้ตาเกิดการอักเสบ เพราะเชื้อโรคในน้ำท่วมมีมากมาย รวมไปถึงสารเคมีที่ปนเปื้อนก่อให้
เกิดความระคายเคือง บางคนถ้าแค่น้ำกระเด็นเข้าตาแล้วรีบใช้น้ำสะอาดล้างก็สามารถบรรเทาได้แต่ถ้าตาเริ่มแดงอักเสบ แนะว่า
ให้ใช้ยาหยอดตาฆ่าเชื้อโรคให้เร็วที่สุด หากภายใน 1-2 วันอาการไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปวดรุนแรงจนเปิดตาไม่ได้
หรือการมองเห็นพร่ามัวผิดปกติ ต้องไปพบแพทย์ เพราะโรคทางตานั้น หากเป็นเพียงเล็กน้อยยังรักษาหายได้ภายใน 1 สัปดาห์
แต่หากอาการรุนแรงอาจทำให้เสียลูกตาได้
กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร เกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคโดยมือไปสัมผัสน้ำสกปรกแล้วมาหยิบอาหาร อีกทั้ง
ในอาหารเองก็อาจปนเปื้อนด้วยน้ำไม่สะอาด ในบางพื้นที่คุณหมอยังเคยเจอคนที่นำผักบุ้งที่อยู่ในน้ำสกปรกขึ้นมากิน เพราะหา
อะไรกินไม่ได้ เวลาอยู่ในสภาพเช่นนี้วิธีที่ช่วยได้คือ ให้หยดคลอรีนหยดทิพย์ในน้ำปริมาณ 1 ลิตร แล้วนำมาล้างผัก
“โรคระบบทางเดินอาหารที่มากับน้ำท่วมจะมี ท้องร่วง ซึ่งการรักษาไม่ยาก พอถ่ายท้องไปได้สักพัก แล้วดื่มน้ำเกลือแร่
เสริม อาการจะดีขึ้นแต่ถ้าเป็นอหิวาตกโรค(โรคท้องร่วงจากเชื้อโรคแบบรุนแรง)จะหนักกว่าตรงที่ว่า บางรายถ่ายท้องออกมา
เป็นน้ำแต่ละครั้งถึง 1-2 ลิตร และถ่าย 3-4 ลิตร ต่อชั่วโมง วิธีแก้ไขเบื้องต้นต้องดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยให้พอ ถ้าไม่ไหวต้องเติม
น้ำเกลือเข้าร่างกายให้และให้ยาฆ่าเชื้อโรค ขั้นตอนการรักษานั้นต้องออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมก่อน จำเป็นต้องอยู่ในห้องไอซียู
เพื่อรักษา และหากผู้ป่วยถ่ายลงน้ำ เชื้อโรคดังกล่าวจะกระจายไปสู่ผู้อื่นที่อยู่ในพื้นที่ เกิดการระบาดของโรค
โรคท้องร่วงรุนแรงอีกชนิดคือไข้ไทฟอยด์หรือไข้หัวโกร๋นจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว อาจใช้เวลาฟักตัวของเชื้อโรคนาน
เกือบ1สัปดาห์หลังจากนั้นเชื้อจะรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไป มีอาการลำไส้อักเสบถ่ายท้องกระปริบกระปรอย
ตามด้วยอาการไข้สูง ปวดเมื่อย สุดท้ายลำไส้จะทะลุ เพราะเชื้อโรคไทฟอยด์นั้นในระยะยาวมีความรุนแรงแบบซึมลึกไปเรื่อย ๆ
หากเกิน 1 สัปดาห์ไปแล้ว บางคนอาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดไปตามตับ ตามม้าม บางคนโชคร้ายเชื้อโรคเข้าสู่เยื่อบุ
ไขสันหลัง หรือสมอง

โรคท้องร่วงทุกชนิดนั้น หากมีการถ่ายท้องลงไปในน้ำ ปัญหาเชื้อโรคลามระบาดล้วนเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากอยู่ในพื้นที่
น้ำท่วมต้องระวังในเรื่องการล้างมือ การล้างผักที่นำมาใช้ประกอบอาหาร การฆ่าเชื้อโรคโดยการใช้หยดทิพย์คลอรีน”
ท้ายสุดคือปัญหาทางสภาพจิตใจ คุณหมอแนะนำว่า ต้องถือว่ามันเป็นภาวะรวมของคนไทยในปีพ.ศ. 2554 เราจำเป็น
ต้องยอมรับ ยิ้มรับกับมัน
“ท่านไม่ได้เป็นคนเดียวที่ตกทุกข์ได้ยาก สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียอะไรต่างๆ อันเป็นที่รักของตน เพราะคนส่วนใหญ่
ทุกคนประสบเหมือนกับเรา และในมุมของคนที่ลำบากร่วมกันน่าจะส่งกระแสจิตกระแสใจช่วยเหลือบรรเทา ความทุกข์ยาก
แก่กันและกัน ลองมองไปที่คนตกทุกข์ได้ยากเหมือนเรา หรือที่หนักกว่าเรา หรือแม้คนที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนแต่พร้อมที่จะ
ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พยายามลืมความเศร้า ความทุกข์ยาก ความกังวัล พยายามหาทางออกของชีวิตว่าจะทำอย่างไร
แต่อย่าใจร้อน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้ต้องรอกันหมด คุณหมอจะเข้าไปช่วยคนในพื้นที่น้ำท่วมก็ต้องรอรถจีเอ็มซี เราต้องมา
ตั้งสติว่าเป็นโอกาสดีของพวกเราชาวไทย ที่กลับมาสู่ชีวิตที่ธรรมดา เรียบง่ายขึ้น ต้องรออะไรมากขึ้นไม่มีอะไรได้มาเร็ว ๆ
และการที่เราได้ตั้งสติทบทวนในเรื่องที่เกิดขึ้นก็จะเป็นประสบการณ์ที่นำมาเรียนรู้ในการรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น
ในอนาคตต้องขอบคุณภาวะวิกฤตที่เข้ามาทดสอบความมีน้ำใจของคนไทยและทดสอบความเป็นมนุษย์ของคนไทยว่าเราสู้ชีวิต
กันได้ขนาดไหน เราต้องมองว่าเราทำได้ แล้วเราก็จะฝ่าฟันไปได้”
นี่คือสิ่งที่คุณหมอฝากมาถึงพวกเราทุกคน ท้ายสุดแล้วไม่มีสิ่งใดจะกล่าวนอกจากขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และขอให้
ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยจิตใจเข้มแข็งนะคะ ขอให้โชคดีค่ะ