ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

ไอดินกลิ่นทุ่ง...น้ำ
:: 79 Views :: 0 Comments :: ไอดิน กลิ่นทุ่ง

ไอดินกลิ่นทุ่ง : วัฒน์ วรรลยางกูร 

น้ำ...
                        
                                     น้ำท่วม

          น้ำ น้ำเหนือ น้ำตา น้ำใจ น้ำคือ ‘อาวุธ’  นั่นคือนิยามเกี่ยวกับ ‘น้ำ’ ที่พอจะนึกขึ้นได้ในช่วงเวลานี้ พ.ศ.นี้ ที่น้ำได้ไหลบ่า
ท่วมที่ราบลุ่มภาคกลาง ของประเทศไทย    และที่สำคัญคือ    เกือบปลายสุดของที่ราบลุ่มนั้น    เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงอย่าง 
‘กรุงเทพมหานคร’    ซึ่งมีผู้คนแออัดที่สุด    น้ำที่ไหลมาจากที่สูงสู่ที่ต่ำ    จึงไม่ใช่   ‘เรื่องปกติธรรมดา’ ทั้งที่มันควรจะเป็น
 ‘เรื่องธรรมดาปกติ’  
          ความเดือดร้อน  ความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น  บ่งบอกให้รู้ว่า  แม้น้ำจะไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำตามกฎธรรมชาติ ตามฤดูกาล 
ตามปกติ แต่สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำให้เปลี่ยนไป วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การบ่าไหลของน้ำกลายเป็น
‘เรื่องไม่ปกติ’ 
          อันที่จริงผู้คนน่าจะคุ้นเคยกับน้ำ    และไม่นึกเกรงกลัวน้ำจนโกลาหลอย่างที่เราได้เห็นในภาพข่าว  แต่คนที่อยู่ในภาพข่าว
อาจแย้งว่า คุณลองมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับฉันบ้างสิ 
          ที่ว่าคนเราไม่น่าจะหวาดกลัวน้ำจนเกินไปเพราะ‘น้ำ’เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่เราใช้อาบดื่มและกินอยู่ตลอดเวลา 
          ‘น้ำ’   เป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกายเรา  เป็นทั้งโลหิต  น้ำตา  น้ำลาย  และแม้กระทั่ง  ‘น้ำ’  ในการสืบเผ่าพันธุ์มนุษย์ 
จนอาจพูดได้ว่า ถ้าขาด ‘น้ำ’ มนุษย์จะถึงขั้นสูญพันธุ์เลยทีเดียวเชียว
          แน่นอน ‘น้ำ’ เป็นสิ่งคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน  ‘น้ำ’ ไม่ใช่งู เพราะงูไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเมื่อเจองู เราจึง
ตกใจ แต่เมื่อเราเจอ   ‘น้ำ’  ที่จริงเราไม่ควรตกใจ   เพียงแต่ในชีวิตที่บิดผันไป   ใคร ๆ ก็ตกใจเมื่อเห็นน้ำเจิ่งท่วมขึ้นมาบนถนน 
และไหลบ่าเข้ามาในบ้าน ซึ่งปกติไม่มีให้เห็นในชีวิตประจำวัน 
          ‘น้ำ’ ไหลเข้ามา ‘ผิดที่’ หรือว่า ‘คน’ ที่อยู่
‘ผิดวิถี’
          ‘น้ำเหนือ’
คือน้ำชีวิตปกติแต่โบราณเพราะภาคเหนือเป็นที่สูงเป็นป่า เป็นภูเขา เมื่อฝนตก น้ำฝนก็ชุ่มป่า รวมเป็นลำห้วย
ลำธาร แล้วเป็นแคว  ปิง วัง ยม น่าน  มารวมกันที่ปากน้ำโพ  แล้วยังมีแม่น้ำสายอื่น ๆ  เช่น
แม่น้ำป่าสัก    แม่น้ำสะแกกรัง 
แม่น้ำน้อย
    มีคลองแควสารพัดมากมาย    ทั้งหลายทั้งปวงจะรวมมาลงที่แม่เจ้าพระยาสายใหญ่    กลายเป็น ‘ น้ำเหนือ’  บ่า
ในภาคกลาง 
           “น้ำเหนือหลากมาไหลบ่าพัดวน เจิ่งล้นท่วมฝั่ง
           สายชลไหลหลั่งระลอกพลิ้วลงใต้
           ฝนเหนือตั้งเค้าทั่วไป เมฆดำคร่ำฟ้ารำไร
           แมกไม้ผลิใบรอฝนมา”

  เพลง ‘น้ำเหนือบ่า’ ร้องโดย ทูล ทองใจ ประพันธ์เพลงโดย ไพบูลย์ บุตรขัน  เป็นเพลงเมื่อสมัย 50 ปีที่แล้ว เป็นสมัย
ที่ทางตอนเหนือของประเทศยังไม่มีเขื่อนใหญ่ น้ำยัง “หลากมาไหลบ่าพัดวน เจิ่งล้นท่วมฝั่ง” อยู่ทุกปีอย่างในเพลงร้อง

                                       น้ำท่วม
               การที่มีน้ำท่วมอยู่ทุกปีเป็นปกติ      ผู้คนและชุมชนต่าง  ๆ     ในที่ราบลุ่มภาคกลาง      จึงต้องรู้จักปรับตัวให้อยู่กับน้ำ
อย่างมีความสุข เช่นเด็ก ๆ   ต้องว่ายน้ำเป็นตั้งแต่อายุยังน้อย  ใครว่ายน้ำไม่เป็นก็อาจจะตกน้ำตาย ต้องรู้จักการใช้เรือ  ซึ่งการ
พายเรือที่ดูง่าย ๆ  นั้น  เอาเข้าจริง  ไม่ง่ายสำหรับคนที่ยังพายเรือไม่เป็น  คนพายเรือไม่เป็นพอจ้วงพายลงในน้ำแล้ว แทนที่เรือ
จะพุ่งไปข้างหน้า เรือกลับหมุนวนอยู่กับที่
          หากว่ายน้ำเป็น    พายเรือเป็น    พอเห็น ‘น้ำเหนือ’ ไหลบ่าท่วมท้นตลิ่ง แทนที่จะตกใจกลัว คนกลับดีใจว่าจะได้เล่นน้ำ 
ได้จับปลาที่ล่องมากับน้ำเหนือมากมาย  ได้พายเรือไปถึงไหน  ๆ   เพราะปกติเวลาน้ำไม่หลากท่วมนั้น   เราพายเรือได้แต่เฉพาะ
อยู่ในลำคลองเท่านั้น   พอน้ำหลาก  เราสามารถพายเรือไปตรงไหนก็ได้หมด  ทั้งสามารถพายเรือลัดทุ่ง  ตัดเส้นทางที่เคยอ้อม
ตามคลอง ให้ไปถึงได้ใกล้ขึ้นเมื่อน้ำท่วม
          ยังเลยไปถึงเรื่องของการเล่นเรือตามเทศกาลงานบุญ เช่นเมื่อออกพรรษาเมื่อสิ้นเดือนสิบ ขอรวบรัด ขืนพรรณนามากไป
จะเป็นที่เขม่นของคนยุคปัจจุบันที่เดือดร้อนกับน้ำท่วม
          แต่บางปี น้ำท่วมมากและขังอยู่นานเกินไปจนนาล่มคือธรรมดา ข้าวที่ปลูกในนาเขตลุ่มน้ำจะเป็นข้าวขึ้นน้ำ คือน้ำท่วมสูง
แค่ไหน ต้นข้าวก็ยืดยาวสู้น้ำได้สบายมาก เว้นแต่ปีที่น้ำท่วมมากเป็นพิเศษ และขังอยู่นานจนต้นข้าวเน่า ก็เกิดนาล่ม คือนาข้าว
เสียหาย   ไม่ได้ผล    นั่นแหละ    จึงนำมาซึ่ง   ‘น้ำตา’ เพราะชาวนาขาดทุน หนุ่มชาวนาที่หวังว่าเก็บเกี่ยว ขายข้าวได้เงินแล้ว 
จะได้ซื้อทองไปหมั้นสาวชาวนาที่หมายตาเอาไว้ ก็ต้องผิดหวัง รอไว้ปีหน้าต่อไป
          แต่ ‘น้ำท่วม’ ในสมัยปัจจุบัน นำมาซึ่ง ‘น้ำตา’ มากกว่าสมัยโบราณ 
          เพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เราไม่ได้อยู่บ้านใต้ถุนสูง เราไม่ได้ใช้เรือในชีวิตประจำวัน   แค่เห็นน้ำ  เราก็กลัวแล้ว เพราะเรา
ว่ายน้ำไม่เป็น ยิ่งกว่านั้นคือ ธุรกิจการค้าของเรา  แม้กระทั่ง  นิคมอุตสาหกรรม  ก็โดนน้ำท่วมเสียหายด้วยกันทั้งสิ้น ถนนเจิ่งน้ำ 
รถแล่นไม่ได้ นี่คือ ‘ความทุกข์’ คือ ‘น้ำตา’ 
          แต่ ‘น้ำตา’ ก็นำมาซึ่ง
‘น้ำใจ’

                                         ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

          ไม่ว่าอุททกภัยจะมีสาเหตุมาจากอะไร  เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันต่อไป แต่เฉพาะหน้า  เมื่อมีคนเดือดร้อน ผู้คนก็รุมกันมา
ช่วยเหลือ ช่วยกันบริจาคสิ่งของ นำส่งอาหาร ช่วยขนย้ายสัมภาระ ช่วยเยียวยาหลายสิ่งอย่าง ในแบบคนไทยไม่ทิ้งกัน
          แต่นั่นแหละ โลกนี้มีสองด้าน มีน้ำใจ ‘ช่วยเหลือ’ ก็มีน้ำใจ ‘ช่วยเถือ’ อยู่หาน้อยไม่
          เพื่อนคนหนึ่งแจ้งข่าวมาว่า
           “คนไทยใจดีว่ะ...วัฒน์   พอน้ำท่วม คนต้องทิ้งบ้านไปเช่าอพาร์ทเมนต์สูง ๆ อยู่ อพาร์ทเมนต์ก็เลยขึ้นราคาจากเดือนละ 
5,000 เป็นเดือนละ 15,000 คนไทยใจดีฉิบหายเลย ฮ่า - ฮ่า”
          เพื่อนบอกแล้วหัวเราะแดกดัน เล่าต่อไปว่า“คนไทยใจดีว่ะวัฒน์พอน้ำท่วมนะไข่ไก่กับน้ำดื่มแม่งหายจากตลาดในพริบตา 
ไข่ก็เลยขึ้นราคาจากฟองละ 3  บาทกว่า  ไปเป็นฟองละ 6 – 7 บาท คนไทยไม่ทิ้งกันจริง ๆ ว่ะ ฮ่า - ฮ่า แล้วตอนหลังพอเริ่มมี
น้ำดื่มกลับเข้ามาขายนะ เป็นยี่ห้อแปลก ๆ ไม่ใช่ยี่ห้อที่เราเคยดื่ม ดื่มแล้วมันจะติดคอตายไหมเนี่ย ฮ่า - ฮ่า”
          “คนไทยใจดี๊  -  ใจดี  จาก  ‘วินมอเตอร์ไซด์’  เปลี่ยนเป็น  ‘วินเรือจ้าง’  จากค่าโดยสารเที่ยวละ  20 บาท เปลี่ยนเป็น
เที่ยวละร้อย หรือหลาย 100 บาท คนไทยไม่ทิ้งกันจริง ๆ”
          “แล้วคอยดูนะวัฒน์ หลังน้ำท่วม ข้าวของต่าง ๆ จะแพงสาหัส คนไทยไม่ทิ้งกัน ฮ่า - ฮ่า”
          ฯลฯ
           น้ำ น้ำตา น้ำใจ และน้ำยังเป็น
‘อาวุธ’
          ‘น้ำ’ เป็นอาวุธสงครามได้แน่ ไม่เชื่อลองอ่าน ‘สามก๊ก’ อ่าน
‘ผู้ชนะสิบทิศ’
          ใน ‘ผู้ชนะสิบทิศ’ เล่ม 2 จะเด็ดตีเมืองแปรแตกได้ เพราะอาศัยกักเขื่อนทดน้ำ พอได้ที่ก็พังเขื่อนปล่อยน้ำเข้าท่วมทลาย
กำแพงเมืองแปร ทัพตองอูของจะเด็ดจึงตีหักบุกเข้ายึดเมืองแปรได้
          แค่ ‘น้ำท่วม’ ทลายกำแพงเมือง เพื่อชนะสงครามพอรับได้ ให้จะเด็ดเป็นพระเอกผู้ชนะสิบทิศได้
          แต่ถ้าทดน้ำไว้ในเขื่อนแล้วปล่อยน้ำท่วมเมืองให้คนทั้งเมืองเดือดร้อนก็จะเป็นได้แค่ผู้ร้ายที่คิดแต่จะเอาชนะโดยไม่สนใจ
เลยว่า ชาวบ้านเขาจะเดือดร้อน และไม่ใช่ผู้ร้ายธรรมดา ต้องเป็นผู้ร้ายโรคจิตเลยแหละ จะเด็ดเอ๋ยอย่าทำ
        

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine