ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

นัดพบนักเขียน....ห้วงคำหนึ่ง : ห้วงคำนึงของ ‘วิภว์ บูรพาเดชะ’
:: 162 Views :: 0 Comments :: นัดพบนักเขียน

นัดพบนักเขียน : ยุทธชัย สว่างสมุทรชัย 
ภาพ: พศิน สาทสนิท


ห้วงคำหนึ่ง : ห้วงคำนึงของ ‘วิภว์ บูรพาเดชะ’

วิภว์-บูรพาเดชะ

          ในห้วงความคิดของแต่ละคนนั้น  ไม่เหมือนกัน   บางคนชอบคิดเป็นภาพ    บางคนชอบคิดเป็นสัญลักษณ์    บางคนชอบคิด
เป็นตัวเลข บางคนชอบคิดเป็นประโยค แต่มีผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ในห้วงความคิดของเขานั้นกลับคิดเพียงแค่คำหนึ่งคำ แต่คำหนึ่งคำ
ของเขานั้น สามารถบ่งบอกถึงเรื่องราวได้อีกนับไม่ถ้วน โดยผู้ชายคนนั้นมีนามว่า ‘วิภว์ บูรพาเดชะ’  เจ้าของผลงานรวมเรื่องสั้น
‘ห้วงคำหนึ่ง’
‘ออล แม็กกาซีน’
จึงไม่พลาดที่จะขอนัดพบกับเขาในบรรยากาศสบายๆเพื่อปลดปล่อยตัวตนและบอกเล่าถึงชิ้นงานในห้วงคำนึง
ของผู้ชายคนนี้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด แล้วคุณจะได้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้มีความคิดและห้วงคำนึงที่ไม่ธรรมดา

all : จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมมา  แต่ทำไมกลับมาทำงานด้านการเขียน  เป็นทั้งบรรณาธิการ  คอลัมนิสต์ นักเขียน รวมถึง
นักแต่งเพลง
วิภว์ : การเขียนและการอ่าน เป็นสิ่งที่ผมชอบอยู่แล้วครับ  (ยิ้ม)  ตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น   ก็จะเริ่มจากการหัดแต่งเพลง  เขียนบันทึก 
แล้วก็เริ่มเขียนเรื่องสั้นเล่นๆแต่สถาปัตย์เป็นสิ่งที่ผมเรียนมาตอนจบมาก็ลองทำในสิ่งที่ตัวเองเรียนมาอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าไม่ได้เข้า
กับตัวเองมากเท่าไหร่   แต่ตอนหลังได้มีโอกาสลองทำอะไรหลายต่อหลายอย่าง  ลองไปแต่งเพลง ลองไปทำเว็บไซต์ ลองเป็น
นักเขียนฟรีแลนซ์ เขียนเรื่องสั้นส่งไป ถึงเริ่มรู้สึกว่า งานเขียนนี่มันค่อนข้างจะถูกกับนิสัยของผม ตอนหลัง
‘พี่โหน่ง – วงศ์ทนง 
ชัยณรงค์สิงห์’
ชวนไปเป็นบรรณาธิการนิตยสาร ‘Hamburger’ เลยมีอาชีพเป็นนักเขียน เป็นคนทำหนังสือเต็มตัวซึ่งทำให้ผม
รู้สึกว่า  อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เหมาะกับผมมาก  เป็นไลฟ์สไตล์ที่ผมชอบ  ดูหนังก็สามารถเป็นงานได้  ฟังเพลงก็สามารถเป็นงานได้
เช่นเดียวกัน

all : ได้นำเอาสิ่งที่เรียนและศึกษามาใช้ในการเขียนของตัวเองบ้างหรือเปล่า
วิภว์ : ถ้าในแง่ของสิ่งที่เรียนหรือสิ่งที่เป็นความรู้นั้นอาจจะไม่ค่อยมากแต่ที่ได้เลยคือวิธีคิดเพราะสถาปัตย์จะสอนเรื่องของดีไซน์ 
สอนเรื่องการคิดธีมหรือการดีไซน์องค์ประกอบต่างๆ ให้เป็นไปตามธีมนั้น เพราะฉะนั้น วิธีคิดในการทำหนังสือ หรือว่าในการเขียน
เรื่องสั้นของผมก็จะเป็นอย่างนั้นคือผมจะวางโครงก่อนแล้วค่อยมาคิดประเด็นว่าจะสื่อสารอะไรออกมา แล้วค่อยมาวางลำดับเรื่อง
ทีหลัง

all : เป็นเวลาถึง 8 ปีที่คลุกคลีอยู่กับการเขียนเรื่องสั้น งานเขียนประเภทนี้มีแรงดึงดูดใจอย่างไร
วิภว์ : จริงๆมันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจที่ได้มาตั้งแต่ตอนเด็กๆ เพราะว่าหนังสือเล่มแรกที่ผมชอบ อ่านแล้วโดนใจผมมากเลยคือ
ผลงานของคุณ ‘วาณิช จรุงกิจอนันต์’ เรื่อง  ‘ซอยเดียวกัน’   หลังจากนั้นมา   ผมก็จะชอบอ่านเรื่องสั้นเรื่อย  ๆ   อย่างของคุณ 
‘อัศศิริ ธรรมโชติ’เรื่อง‘ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง’ก็เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ผมชอบมากเวลาผมอ่านหรือพลิกดูหน้านิตยสาร
ในสมัยก่อน อย่างนิตยสาร ‘ขวัญเรือน’ ของคุณแม่ ผมก็จะชอบอ่านเรื่องสั้นภายในนั้น และเริ่มรู้ว่าเป็นงานเขียนในแบบที่ตัวเอง
ชอบ เพราะว่ามันมีความสั้น(หัวเราะ) สามารถอ่านให้จบได้ แต่ในความสั้นนั้น ก็ไม่ได้สั้นจนเกินไปที่จะไม่มีรายละเอียด บางเรื่อง
อ่านแล้วกระทบใจของผมได้อย่างรุนแรง ผมเลยรู้สึกว่า ‘มันท้าทายดี’  พอคิดและเริ่มที่จะเขียน  อย่างแรกเลยคือ  เขียนเรื่องสั้น
และผมก็ติดมันเลยเขียนต่อมาเรื่อยๆยังไม่เคยมีเวลาว่างขนาดนั่งเขียนนิยายส่วนงานประเภทอื่นอย่างบทความ ก็ได้เขียนอยู่บ้าง
แต่ว่าเรื่องสั้น มันคงเป็น ‘รักครั้งแรก’ สำหรับผมจริง ๆ  

all : กว่าจะเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มหนึ่งที่มีชื่อของตัวเองปรากฏอยู่ มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง 
วิภว์ : มีความนานครับ   (หัวเราะ)   เพราะว่าเรื่องสั้นเป็นงานที่ผมทำด้วยใจรักมาโดยตลอด   เพราะฉะนั้น  ผมจะไม่รีบ บางทีเรื่อง
เรื่องหนึ่งเขียนเป็นเดือน  ๆ  เลยก็มี  บางเรื่องเขียนเป็นครึ่งปีก็มี มันเลยมีความช้าอยู่ บางช่วงที่ผมยุ่ง ผมก็จะไม่ได้ทำ บางช่วง
ที่ทำได้ต่อเนื่อง ผมก็จะทำแบบไม่ได้รีบอยู่ดี มันมีความช้าอยู่ครับ หรือบางทีมีความรู้สึกว่า ไม่อยากให้มันจบเร็ว เพราะผมสนุก
กับการเขียนมาก   ผมก็แต่งไปเรื่อย  ๆ  เรื่องสั้นส่วนใหญ่ของผม  ผมจะค่อย ๆ ตบ ค่อย ๆ แต่ง ค่อย ๆ เปลี่ยนจนกว่าผมจะพอใจ 
มันเลยนาน   เพราะกว่าจะรวมเล่มได้ก็นานหลายปี    อย่างเล่มแรกนี่นานหลายปีอยู่เหมือนกันครับ   แต่ก็จะมีการวางแผนไว้ในใจ
เสมอว่า แต่ละเล่มจะเป็นอย่างไร และค่อย ๆ ทำไปอย่างช้า ๆ 

            หนังสือห้วงคำหนึ่ง                                     วิภว์-บูรพาเดชะ

all : ผลงาน ‘ห้วงคำหนึ่ง’ มีห้วงคำนึงเริ่มต้นมาจากอะไร
วิภว์ : มันเริ่มต้นมาจากเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นผมกำลังอยู่ในช่วงของวัยหนุ่มสาวที่อยากพูดในประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง ‘ความรัก’
ซึ่งเป็นประเด็นที่คนพูดถึงกันเยอะ   ผมอยากลองพูดในมุมมองของตัวเองบ้าง    เลยคิดว่าจะทำเรื่องสั้นที่เป็นรวมเรื่องสั้นที่พูดถึง 
‘ความรัก’ในหลายๆ มุม ซึ่ง ‘ความรัก’ มีมุมให้พูดถึงเยอะ เพราะผมก็เคยพบเจอกับเรื่องของตัวเอง เรื่องของเพื่อน เรื่องของคน
ที่ผมเคยได้ยินมาเรื่องของคนที่ผมรู้จักซึ่งมีเรื่องที่น่าบอกเล่ามีอะไรบางอย่างที่น่าบอกต่อ ก็เลยคิดว่าจะทำรวมเรื่องสั้นเล่มหนึ่ง
ซึ่งเกี่ยวข้องกับ‘ความรัก’ โดยคอนเซ็ปต์ของเล่มคือ ผมมีความรู้สึกว่า ‘ความรัก’ มีความหลากหลายในตัวของมันเองเยอะมาก 
บางคนก็มองในแง่ของความโรแมนติค   บางคนก็มองในแง่ของคำที่นำไปใช้โปรโมทในคำโฆษณา    บางคนก็มองไปในแง่ของ
คำสัญญาบางคนก็มองไป ในแง่ของความรับผิดชอบซึ่งผมมองว่าการเล่นกับคำนี่มันสนุกดี แล้วผมก็ขยายออกมาว่า แล้วการใช้
ถ้อยคำของผู้คนนั้น   มันมีความยอกย้อนในตัวของมันอยู่บางทีเราพูดคำคำหนึ่ง      แต่ความหมายของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน 
และโดยเฉพาะคำว่า ‘รัก’ นั้น ถือเป็นคำที่มีความหมายหลากหลายมากคำหนึ่งที่แต่ละคนพูดกัน บางทีคนคนเดียวพูดคำว่า ‘รัก’ 
ในหลาย ๆ บริบท ยังมีความหมายแตกต่างกันเลย ทำให้รู้สึกว่า   เรื่องสั้นเล่มนี้กำลังเล่นเกี่ยวกับคำว่า   ‘รัก’ อยู่    และพยายาม
จะตั้งชื่อเรื่องให้เป็นคำอื่น ๆ ที่สามารถโยงกับคำว่า ‘รัก’ ได้ด้วย ซึ่งชื่อเรื่องสั้นภายในเล่มก็เลยเป็นคำคำเดียวทุกเรื่องครับ

all : ‘ห้วงคำหนึ่ง’ ใช้เวลาค่อยๆ เขียนอยู่ร่วม 10 ปี ทำไมถึงใช้เวลานานขนาดนั้นในการเขียนและการรวบรวม
วิภว์ : เป็นความไม่รีบของผมเองครับ(หัวเราะ)ค่อยๆทำไปคืออย่างที่บอกว่าบางอารมณ์ผมก็ไม่อยากให้มันจบเร็ว เพราะยังสนุก
กับการทำอยู่   เลยเขียนนานหน่อย   และอีกอย่างเป็นช่วง  10  ปี ที่ผมยุ่งด้วย   เพราะว่าตอนนั้นเริ่มทำนิตยสาร Hamburger 
แล้วก็มาต่อด้วย   Happening  ซึ่งการทำหนังสือมันยุ่งตลอดเวลาและไม่ค่อยมีเวลาว่าง  คนทำหนังสือบางคนแทบจะไม่ค่อยมี
วันหยุดเลยและการที่จะมาเขียนแต่ละเรื่องนั้นก็ค่อนข้างที่จะใช้เวลาพอสมควร กว่าจะได้แต่ละเรื่องจึงค่อนข้างนานอยู่ บางเรื่อง
จะเขียนเมื่อมีคนขอให้เขียน  กว่าจะรวมได้ครบก็ใช้เวลาประมาณ  10  ปี  จากคอนเซ็ปต์แรกที่ผมมองเกี่ยวกับเรื่อง   ‘ความรัก’ 
พอผ่านมา 10 ปีแล้ว ผมก็มองเรื่องของ ‘ความรัก’ ต่างออกไปเยอะเหมือนกัน  ก็เลยทำให้ตัวเองมีมุมมองในชีวิตที่หลากหลาย
มากขึ้น

all : เรื่องราวใน ‘ห้วงคำหนึ่ง’ บอกอะไรแก่ผู้อ่าน
วิภว์ : อยากให้ผู้อ่านได้ฉุกคิดเกี่ยวกับคำคำนี้ครับ    มันเป็นคำที่พูดไปแล้ว   เราหมายความว่าอะไรกันแน่   อย่างเรื่องสั้นของผม 
ผมลองแทนคำว่า ‘รัก’  ด้วยคำอื่น  ๆ  หลาย  ๆ  คำ  ก็พอจะแทนได้ทุกคำเลย   พอผู้อ่านได้ลองอ่านแล้ว   น่าจะคิดได้นิดหนึ่งว่า 
จริง ๆ  แล้ว   เราพูดถึงหรือเอ่ยคำนี้ออกไปให้ใครฟัง    แล้วมันสามารถแทนด้วยคำคำอื่นได้อีกหรือเปล่า    ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนุกดี 
และยังทำให้ผมมองเรื่อง ‘ความรัก’ ได้กว้างมากขึ้น หรือมองในมุมกลับ อาจจะทำให้ผมจริงจังกับความรักมากขึ้น  หรือจริงจัง
น้อยลงก็ได้  อย่างบางคนเอ่ยคำคำหนึ่งออกมา  แต่ความหมายมันอาจไม่ได้แปลตรงตามคำคำนั้นก็ได้   ซึ่งตรงนี้  แล้วแต่ผู้อ่าน
แต่ละคนจะมองครับ

วิภว์-บูรพาเดชะ

all :   ‘ ห้วงคำหนึ่ง ’    เป็นเรื่องราวที่อยู่ในห้วงคำนึงคุณหรือเปล่า   เพราะดูเหมือนจะสอดแทรกเรื่องราวชีวิตของตัวเองลงไป
ค่อนข้างมาก
วิภว์ : จริง  ๆ  แล้ว   มีส่วนที่เป็นชีวิตของตัวเองค่อนข้างน้อย    คือเอามาจากเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเอง    ประมาณสักเรื่อง
ถึงเรื่องครึ่ง(หัวเราะ) ไม่เกินนี้ ที่เหลือเป็นจินตนาการหมด พอผมเริ่มมีประเด็นในการเขียนเรื่องสั้น มันสนุกที่จะจินตนาการต่อไป
เพราะบางเรื่องเกิดจากประเด็นที่ผมไปพบเห็นมาแค่นิดเดียวเอง อย่างเช่นเรื่องที่ผมชอบมาเรื่องหนึ่งคือเรื่อง ‘ห่อ’ เพราะผมแค่
รู้สึกว่าอยากเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับคนที่มีอาชีพห่อของขวัญ  ซึ่งผมเคยเข้าไปใช้บริการ แล้วรู้สึกว่าชีวิตเขาน่าสนใจดี เพราะวัน ๆ 
เขาอยู่แต่กับการห่อของขวัญ    อีกทั้งผมก็เป็นคนชอบให้ของขวัญคนอื่น    ผมเลยเอาความคิดในมุมนั้นมาเขียน เพราะคิดว่าการ
ห่อของขวัญนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งเหมือนกัน   เลยเอาประเด็นทั้งหมดนี้มาหลอมรวมกัน   แล้วเขียนเป็นเรื่องสั้นเรื่องนี้ครับ 
หรืออย่างเรื่องบางเรื่องมันไม่ได้มีโครงเรื่องมาก่อนแต่มีบางสิ่งบางอย่างมาโดนใจผมผมก็เอาตรงนั้นมาเขียนเรื่องสั้น อย่างเรื่อง
‘กรน’  ที่เป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีคุณพ่อนอนกรน  ซึ่งมันเริ่มมาจากความคิดที่ว่า  การนอนกรนเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจ
ในตัว  เพราะว่าคนที่นอนกรนมักจะไม่ค่อยรู้ตัว  แล้วคนที่รู้ตัวว่าเขาเป็นคนนอนกรน  ก็คือคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ  เขา  ซึ่งมันก็เป็นนัย
ที่บ่งบอกถึงความไม่รู้จักตัวเอง    แต่คนข้าง  ๆ   กลับรู้จักตัวเรา   ถ้าเราอยากที่จะเป็นแฟนกับใคร   หรืออยากจะเป็นคู่รักกับใคร 
เราจะไม่รู้หรอกว่าเขานอนกรนหรือไม่นอนกรน   จนกว่าจะได้นอนกับเขา  อย่างเรื่อง  ‘มัด’ ก็เหมือนกันที่ผมอยากลองเขียนเรื่อง
ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์บ้าง ภายในเรื่องราวสื่อถึงเรื่อง  ‘ความรัก’  และการผูกมัด   เป็นมุมมองความสัมพันธ์แบบหนึ่งที่ผมเคยเจอ 
โดยเป็นคู่รักที่เข้าใจกันว่าลงตัวกันแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่งจึงพยายามหาทางผูกมัดเข้าหากัน แต่งงานกัน หรือว่าเริ่มหางานที่มั่นคง
เพื่อสร้างครอบครัวด้วยกัน บางทีคำว่า ‘มัด’ ก็แทน ‘ความรัก’ ได้เหมือนกัน นั่นก็คือ การผูกมัด

all : คำไหนใน ‘ห้วงคำหนึ่ง’ ที่ประทับใจเป็นพิเศษ
วิภว์ : จริงๆค่อนข้างชอบทุกเรื่องครับเพราะผมคลุกคลีกับแต่ละเรื่องนานทีเดียวแต่ว่าถ้าให้ผมเลือกผมชอบมากๆอยู่ 2 – 3 เรื่อง
คือเรื่อง ‘ห่อ’  ซึ่งเป็นเรื่องที่ลงตัวดี  และเขียนเป็นเรื่องท้าย  ๆ  เพราะเป็นมุมมองของผมที่ใกล้กับตัวผมในปัจจุบัน  และอีกเรื่อง
ที่รู้สึกว่าภาคภูมิใจกับมันมาก    นั่นก็คือ  ‘...’    โดยเป็นเรื่องที่ผมเขียนหลังสุด    เขียนยากมาก  ๆ     และคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็น
เรื่องสุดท้ายของเล่ม  เพราะเขียนนานเกือบ   2 ปี  ก็ยังไม่ได้เลย   คือพยายามเขียนแล้วเริ่มใหม่ เขียนแล้วเริ่มใหม่ จนได้ออกมา
เป็นเรื่องนี้ในที่สุด

วิภว์-บูรพาเดชะ

all : ‘คำหนึ่งคำ สามารถเล่าเรื่องราวได้เป็นล้านเรื่อง’ เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่
วิภว์ : เห็นด้วยครับ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนที่รับสารด้วยนะ คือถ้าเขาไม่คิดต่อ บางทีก็อาจจะไม่ถึงล้านเรื่อง(หัวเราะ) มันก็เหมือน
การดูงานศิลปะ   คือบางทีเราเห็นภาพภาพหนึ่ง ก็รู้สึกว่า เออ  มันสวยดี  แต่ถ้าไม่คิดต่อ  มันก็แค่สวยดี  แต่ถ้าเรามาตีความต่อว่า 
มันสวยแล้ว เราชอบมันเพราะอะไรหรือผู้เขียนพยายามสื่อสารอะไร เรารู้สึกอย่างไร แล้วมันสะท้อนชีวิตอย่างไร อย่างเช่นคนที่
ชอบสีส้ม   เพราะเหมือนสีของกระติกน้ำตอนเด็กที่เราชอบ  ซึ่งมันก็จะมีเรื่องราวมากขึ้นใน
การสื่อสารระหว่างคนที่ทำงานศิลปะ
กับคนที่เสพงานศิลปะ

all : สิ่งที่คุณได้รับจากการทำงานในวงการหนังสือคืออะไร
วิภว์ : เป็นงานที่ทำให้ผมเติบโตขึ้น  การทำหนังสือ   คือการได้ออกไปเจอคน   สัมภาษณ์คน และได้คุยกันคนที่ผมอยากคุยด้วย 
ซึ่งบางทีเขาคนนั้นก็เป็นไอดอลของผมหรือเป็นคนเก่งที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน อย่างเช่น ได้คุยกับผู้กำกับหนังบางคนที่ผมชอบ
หรือบางทีได้คุยกับศิลปินนักร้องที่มีความคิดดีๆเจ๋ง ๆ  พอผมนำกลับมาเขียนบทความ หรือเขียนบทบรรณาธิการ มันทำให้ผม
ได้ทบทวนได้นั่งคิดว่า เราคิด เรารู้สึก หรือเรามีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งมันสามารถมองได้ทั้ง2ทาง คือได้รู้ถึงมุมมอง
ของคนอื่นและมุมมองของตัวเองด้วย  และเรื่องที่เป็นผลพลอยได้ก็คือ การเขียนจนเป็นอาชีพนี่แหละครับ  ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผม
มีกินมีใช้จนถึงปัจจุบันนี้

all : ‘ห้วงคำไหน’ ที่บ่งบอกถึงตัวตนและผลงานของคุณได้ดีที่สุดครับ
วิภว์ : คำว่า ‘อ่าน’  ครับ  เพราะรู้สึกว่าเป็นคำคำหนึ่งที่เป็นกิริยาที่ผมชอบทำมากที่สุด  คือมีความสุขก็ตอนอ่านหนังสือ และการ
อ่านหนังสือ  มันเป็นสิ่งที่สร้างตัวตนของผมมาตั้งแต่เด็กจนโต  คือตอนเด็ก ๆ ผมไม่ค่อยไปเตะฟุตบอลช่วงพักกลางวัน แต่จะนั่ง
อยู่ในห้องสมุดอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆคือผมจะคบเพื่อนที่ชอบอ่านหนังสือมากกว่าเพื่อนที่ชอบเตะฟุตบอลจนวันหนึ่ง
มารู้สึกว่า  กลายเป็นอาชีพของตัวเองไปแล้ว  (ยิ้ม) เพราะถึงแม้ว่าผมจะทำหน้าที่เขียน หรือสัมภาษณ์คนอื่น ๆ แต่ว่าข้อมูลที่ผม
ได้มา มันมาจากตัวผม มาจากการที่ผมได้อ่าน อ่านหนังสือ อ่านผู้คน และอ่านตัวเองครับ

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine