ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

ธรรมะอมยิ้ม....น้ำใจท่วมท้น คนไทยไม่ทิ้งกัน
:: 162 Views :: 0 Comments :: ธรรมะอมยิ้ม

ธรรมะอมยิ้ม :  พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

น้ำใจท่วมท้น คนไทยไม่ทิ้งกัน

                        น้ำใจท่วมท้น คนไทยไม่ทิ้งกัน

          เจริญพรสาธุชนคนดีทุกท่าน พบกันอีกเหมือนเดิมกับ ‘ธรรมะอมยิ้ม’ ฉบับอิ่มใจ ก่อนอื่นต้องขอให้กำลังใจกับผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม
ทุกท่าน    เราต้องตั้งสติให้ดี  เพราะว่า  ‘สติ’  คือสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมีพลัง  ทำให้ชีวิตตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท  มีความรอบคอบ  ใช้สติ
ในการแก้ปัญหา อย่าให้ความเศร้าโศกโศกามาทำลายสติของเราทั้งชีวิต ปัญหามันผ่านแล้วก็จะผ่านไป น้ำเช่นกัน อีกไม่นานมันก็ผ่านไป 
แต่เรายังอยู่ตรงนี้ เราต้องอยู่ต่อไป 
          ขอให้โยมรู้ว่า ไม่ใช่มีแค่เราคนเดียวที่ประสบภัยครั้งนี้ แต่ยังมีอีกหลายพัน หลายหมื่นคน ที่เจอเหมือนกันกับเรา บางคนหนักว่าเรา
อีกมากมาย เราต้องตั้งสติยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้และอยู่กับมันให้ได้ เราต้องฝ่าฟันไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน ถึงยังไง ‘คนไทย
ก็ไม่ทิ้งกัน’
อยากจะบอกว่า สูญเสียอะไรก็เสียได้แต่อย่า ‘เสียกำลังใจ’ ก็แล้วกัน เช่น สูญเสีย บ้าน รถ ทรัพย์สินเงินทอง ถ้ากำลังใจยังดี 
เราสามารถที่จะหาได้ใหม่ ถ้าเสียกำลังใจ มันก็ไม่อยากจะทำอะไรเลย เพราะมันหมดแล้วซึ่งทุกอย่าง
          ดังนั้นอาตมาขอเป็นกำลังให้ทุกท่านเข้มแข็งพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน สู้ ๆ
          ตามที่อาตมาได้ติดตามข่าวน้ำท่วม     ทำให้อาตมาได้เห็นว่า   ในภาวะวิกฤตแบบนี้     ยังมีน้ำใจของคนไทยทั้งชาติมาหล่อเลี้ยง
อย่างไม่ขาดสาย ยังไงแล้ว
‘คนไทยเราก็ไม่เคยทิ้งกัน’ 
          อาตมาได้ฟังเพลงหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาที่ดีและให้กำลังใจ   บ่งบอกถึงความมีน้ำใจของไทยทั้งชาติที่จะร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน   ชื่อเพลงว่า 
‘นองน้ำใจ’ โดยโฟล์คเหน่อ โยมลองอ่านดูแล้วจะได้รู้ว่า น้ำใจของคนไทยนั้นมากมายแค่ไหน
          “ไม่มีครั้งไหน    ที่คนไทยจะทอดทิ้งกัน    เดือดร้อนครั้งไหน    ก็ครั้งนั้น   ร่วมแรงใจกันทุกคราว ทุกครั้ง  กลางสายน้ำเชี่ยว แรงมือ
กลมเกลียว   ช่วยกันเหนี่ยวรั้ง   เพื่อนเป็นแรงใจจูงให้ขึ้นฝั่ง   ให้มีความหวัง   ยังสู้ต่อไป   ลมใหม่โชยมา    แสงฟ้าทาบทอยอดกอไผ่ไหว 
น้ำที่เจิ่งนอง  รอพร่องลดไป  หากแต่น้ำใจคนไทยยังอยู่  นี่คือคนไทย  แน่นเนื้อน้ำใจไปทุกอณู  ปัญหาใด ๆ  ในทุกฤดู   ช่วยเหลือเคียงคู่
หมู่พี่น้องไทย”
          เห็นไหมโยม ‘น้ำใจคนไทย’ ยิ่งใหญ่แค่ไหน น้ำบ่อน้ำคลองยังเป็นรอง‘น้ำใจ’ น้ำไหนก็สู้น้ำใจไม่ได้ 
‘น้ำผึ้งร้อยไหยังแพ้น้ำใจ
เพียงหยดเดียว’
นะโยม  
          คนเราจะเห็นน้ำใจกันก็สามยาม คือ ยามเจ็บ ยามจน ยามจาก 
          ‘ยามเจ็บ’ คือ    เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย   ไม่ควรทอดทิ้งกัน    คอยเป็นกำลังใจให้กันเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บอย่างนี้เรียกว่า   ป่วยกาย
แต่กำลังใจดี    โอกาสที่จะหาย 90%    แต่ถ้าตอนที่อยู่ดีมีสุข    ไปมาหาสู่ตลอดเวลา   เวลาพอเวลาเราป่วยลงไม่มาเยี่ยมไม่มีหา  แบบนี้
ก็แสดงว่า ‘ไม่ใช่มิตรแท้’  
          ‘ยามจน’
ความจนไม่ใช่สมบัติที่มั่นคงถาวรถ้าเรามีความขยันทำมาหากินความจนก็จากเราไปได้อย่างง่ายดาย  บางคนเวลาที่เรา
ยากจนเข็ญใจไม่มาเหลียวแลเมื่อมีเงินมีทองขึ้นมาบ้างมาหาทุกวัน บอกกับคนอื่นว่า  เราเป็นญาติอย่างโน่นอย่างนี้ เขาจึงมีสำนวนที่ว่า
‘มีเงินนับว่าเป็นน้อง   มีท้องนับว่าเป็นแม่’     (ไม่ใช่ มีเงินนับว่าเป็นน้อง   มีทองนับว่าเป็นพี่)      ไ ม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร เราก็เป็น
เพื่อนมนุษย์ด้วยกันอะไรที่ช่วยกันได้ ก็ช่วยกันไป โดยเฉพาะ ‘น้ำใจ’ ยิ่งให้มันยิ่งเพิ่ม  
          ‘ยามจาก’ความพลัดพรากจากของรักของชอบมันเป็นสิ่งที่คู่กับคนมาโดยตลอดถ้าเราไม่รู้จักทำใจ    เราก็จะทุกข์ไม่หาย พุทธองค์
ทรงตรัสว่า การเกิดเป็นทุกข์ การแก่เป็นทุกข์ การพลัดพรากจากของรักของชอบใจก็เป็นทุกข์   สิ่งเหล่านี้เห็นสัจธรรมมากก็ตอนที่เกิดภัย
น้ำท่วม คนที่มีสติรู้ทัน แม้จะทุกข์ก็อยู่ได้ ถามว่า  ‘เสียใจไหม’  ตอบว่า   ‘เสียใจ’ ถามว่า ‘เสียดายไหม’ ตอบว่า ‘เสียดาย’  แต่ก็ต้อง
ทำความเข้าใจว่า   ทุกสิ่งเกิดขึ้น       ตั้งอยู่และแตกสลายไป    อยู่ที่ว่าสิ่งนั้นจะช้าหรือเร็ว    ถ้าเข้าใจก็อยู่ได้ในท่ามกลางแห่งความทุกข์ 
ความลำบาก และความพลัดพราก ถ้าทำใจไม่ได้ก็อยู่ลำบาก  

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
         
          ของอื่นแตกหักพังทลายก็ซ่อมแซมใหม่ได้    แต่ถ้าใจแตกหัก    หนักทุกรายเมื่อไร รักษายากแน่นอน ดังนั้นโยมจะเห็น ‘น้ำใจ’ กัน
ก็ตอนที่จาก จากของรักและของชอบใจ ซึ่งการมีคนคอยช่วยเหลือให้กำลังใจ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง  อย่างที่โบราณบอกว่า เมื่อเรา
เกิดมาเป็นคนไทยด้วยกันต้องช่วยเหลือ ไม่มีเงินก็ช่วยแรง ไม่มีแรงก็ช่วยให้กำลัง
          น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ป่าช้าพึ่งผี แม่ชีก็พึ่งพระ แล้วคนไทยละ ก็ต้อง
‘พึ่งกันและกัน’
          เมื่อพูดถึงภัยน้ำท่วมตอนนี้ไม่ใช่แค่‘ประเทศไทย’นะโยม หลายประเทศก็โดนเหมือนกัน   เพื่อนบ้านของเราอย่างประเทศเวียดนาม
ก็โดนหนักพอ ๆ  กัน  และอีกหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ ‘ประเทศไทย’ แต่เป็นทุกประเทศในโลกใบนี้ เราต้องร่วมมือร่วมใจกัน  จับมือกันไว้ 
อย่าเสียเวลาทะเลาะเบาะแว้งกัน   ร่วมมือร่วมใจเพื่อที่จะก้าวผ่านปัญหานี้ไปด้วยกัน   มีโยมคนหนึ่งมาหาอาตมาที่วัด     เล่าถึงเหตุการณ์
น้ำท่วมให้ฟัง ทั้งขำและทั้งสงสาร โยมเล่าว่า
          ขณะที่น้ำท่วมชั้น 1  ก็ขนของขึ้นสู่ที่สูง  และได้ไปนอนบนชั้น  2  ของบ้าน ขณะที่นอนอยู่ก็กังวลว่า น้ำจะขึ้นมาถึงชั้น 2  หรือเปล่า 
ทำให้เธอกังวลเป็นอย่างมาก เมื่อจิตกังวลกับอะไรมาก ๆ ก็เก็บเอาไปฝัน คืนหนึ่ง ขณะที่หลับอยู่ ก็ฝันว่าน้ำขึ้นถึงชั้น 2 ทำให้โยมคนนั้น
เปียกไปทั้งตัว   โดยความตกใจ   โยมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาจับดูปรากฏว่า   ตัวเองเปียกจริง  แต่ไม่ใช่น้ำขึ้น   ลูกชายของเธอที่นอนข้างเธอนั้น 
ดันฉี่รดใส่ที่นอนของเธอ ทำให้เธอเปียก โยมบอกว่า โล่งอกไปที่เป็นแค่ฉี่ ไม่ใช่น้ำท่วม
          และมีหลาย ๆ เหตุการณ์ที่เห็น‘น้ำใจ’จากภัยน้ำท่วม อย่าว่าแต่โยมเลยที่ประสบภัย ทางวัดก็โดนหนักไม่แพ้กัน เพราะวัดส่วนใหญ่
จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำ   วัดจึงเป็นเป้าหมายแรก     ที่น้ำจะเข้าโจมตี   เมื่อน้ำท่วมก็ได้เห็น ‘น้ำใจ’   ของพระและเณรที่ช่วยเหลือกัน   อย่างเช่น 
เรื่องบิณฑบาต    ปกติพระจะเดินบิณฑบาตตามถนนหนทาง     ตามตรอกซอกซอย     พอน้ำท่วมถนนก็กลายเป็นคลอง พระจะต้องปรับวิถี
การดำเนินชีวิต    เดินบิณฑบาตไม่ได้    จึงต้องพายเรือบิณฑบาต   มีปัญหาตรงที่ว่า   พระรุ่นใหม่พายเรือไม่เป็น  จำเป็นต้องให้พระรุ่นเก่า
พายเรือให้    มีอยู่วัดหนึ่งเจ้าอาวาสพายให้พระลูกวัดบิณฑบาต    มองดูแล้วเป็นภาพที่แสดงออกถึง ‘ความมีน้ำใจ’    เอื้อเฟื้ออาทรต่อกัน 
เพราะส่วนมากแล้ว พระลูกวัดต้องดูแลรับใช้เจ้าอาวาส (คิดแบบขำ ๆ ได้โอกาสดีที่จะใช้งานเจ้าอาวาสให้
สาสม แต่ที่จริงก็ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอก)   
          สิ่งหนึ่งอาตมาอยากให้ธรรมะโยมในภาวะแบบนี้คือ   เราต้องมี ‘สติ’ เราต้องหมั่นเจริญสติให้มาก  ๆ  เพราะ ‘สติ’ จะทำให้เรานิ่งพอ
ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างรอบคอบ 
และสิ่งที่สำคัญอีกอย่าง คือ ‘เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน’ คือเป็น ‘มิตรแท้’ ที่จะคอยช่วยเหลือจุนเจือกัน แบ่งปันน้ำใจกันให้มาก ๆ ถ้าเรา
มีทรัพย์เงินทองพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ เราก็แบ่งปัน หรือไม่ก็ให้กำลังกายช่วยเหลือกัน ถ้ากำลังกายไม่ดี ก็ส่งกำลังใจให้กัน 
          เพียงแค่นั้น เราคนไทยก็จะก้าวผ่านปัญหาไปได้ด้วยใจที่มีรอยยิ้ม เจริญพร 

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine