ถนนคนเพลง :ยุทธชัย สว่างสมุทรชัย
ภาพ: ภาภิชัช
ตัวตนคนดนตรี ‘เต๊บ – กีรติ ศิริสุทธิพัฒนา’

จากการเป็นพิธีกรรายการเพลงวัยรุ่นของ GMM TV อย่างรายการ OIC มาสู่การเป็นนักแต่งเพลงให้กับศิลปินหลายท่าน
อย่าง โปเตโต้, เอ็ม – อรรถพล, รุจ – ศุภรุจ รวมถึงมอส – ปฏิภาณ ซึ่งเพลงที่ผู้ชายคนนี้แต่งเป็นเพลงที่ฮิตกันไป
ทั่วบ้านทั่วเมืองอาทิบังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต, เกินตัว หรือฟ้าร้องไม่อายใครผู้ชายที่ชื่อ‘เต๊บ–กีรติ ศิริสุทธิพัฒนา’
ต้องเดินทางและฝ่าฟันเส้นทางเพลงนี้มาอย่างโชกโชน กว่าจะมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้
ตัวตนของผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไร เส้นทางการเดินเข้าสู่ถนนคนเพลงราบเรียบหรือไม่ มุมมองการแต่งเพลงของเขาเป็น
แบบไหน มาค้นหาความจริงบนถนนคนเพลงของผู้ชายคนนี้กันเลยดีกว่าครับ
จากบทบาทของ ‘พิธีกร’ โคจรมาสู่การเป็น ‘นักแต่งเพลง’
มาเป็นพิธีกรได้ตอนเรียนปี4 พอดีครับทางแกรมมี่เรียกมาคัดเลือกก็เพราะเขาอยากได้พิธีกรที่รู้และพูดเรื่องเกี่ยวกับ ดนตรี
หรือสามารถเล่นดนตรีได้ ซึ่งสมัยนั้นมีน้อยมาก เลยได้เข้ามาทำ พอเป็นพิธีกรเรื่อยมาก็ได้เจอเพื่อน ๆ ศิลปินและโปรดิวเซอร์
มากมาย ด้วยความที่ผมเล่นดนตรี ชอบพูดคุยภาษาดนตรีกับศิลปินอยู่แล้ว ผมก็เลยสนิทกับศิลปินและโปรดิวเซอร์หลาย ๆท่าน
จนผมเองก็อยากทำเพลงไปเสนอ ‘พี่ฟองเบียร์’ โดยในตอนนั้นทำไป 3 เพลง ก็เขียนและฝึก แบบมั่ว ๆเขียนและไปส่งเอง
พี่ฟองเบียร์บอกว่า “คนแต่งเพลงตอนนี้มีน้อยมาก” พี่ฟองเบียร์ก็เลยชวนผมเข้าไปอยู่ในทีมของเขาและช่วยเขาเขียนเพลง
เป็นชีวิตที่พลิกผันจากพิธีกรวัยรุ่น (หัวเราะ) มาสู่การทำงานเพลงอย่างจริงจัง
ความยาก – ง่ายในวงการ ‘นักแต่งเพลง’
การแต่งเพลง มันเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง จริงๆแล้วการแต่งเพลง มันสอนกันไม่ได้ มันไม่มีหลักสูตรปริญญาตรี
นักแต่งเพลงหรือไม่มีหลักสูตรการแต่งเพลงที่ดีนั้นเป็นอย่างไร และไม่มีอะไรผิดถูกด้วยสำหรับการแต่งเพลง ความยากง่าย
ของการแต่งเพลงคือ ผมจะสร้างเสน่ห์ให้กับเพลงของผมได้อย่างไร และสร้างลายเซ็นเพลงที่ผมแต่งได้อย่างไรมากกว่า

มุมมองเพลงไทยในสายตา ‘เต๊บ - กีรติ’
พัฒนาขึ้นไปเยอะมากครับคือเพลงไทยของเรานี่มีเสน่ห์นะ ส่วนคนทำเพลงไทยผมว่าการทำเพลง มันไม่มีอะไรผิดถูก
แน่ชัดหรอก มันไม่มีแบบเพลงนี้ดีไม่ดี เพราะไม่เพราะ มันไม่มีข้อตัดสินว่า อันไหนเพราะไม่เพราะ ข้อตัดสินคือ คุณชอบ
หรือไม่ชอบมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดเลยที่พี่ดี้ – นิติพงษ์ และพี่เต๋อ – เรวัติ แนะนำผมมาก็คือเขาจะพูดเสมอว่า
‘คนทำเพลงต้องชอบเพลงของตัวเองก่อน โดนไม่โดนไม่รู้ แต่เพลงดีไม่ดีทำได้’
‘เต๊บ’ กับความหลงใหลในสไตล์เพลง ‘ป๊อบ – ร็อค’
อาจจะเป็นในเรื่องของคลังคอร์ดเพลงที่ผมใช้ในการแต่งเพลงครับ คือสมัยก่อนผมชอบเพลงร็อคมากในขณะเดียวกัน
ก็ชอบเพลงเพราะด้วย เป็นเพลงที่ฟังง่าย ๆ สบาย ๆ ก็เลยอาจจะได้อิทธิพลความชอบมาจากตรงนั้นครับ
การร่วมกันทำงานเพลงกับ ‘ฟองเบียร์’
เรียกว่าเป็นเหมือนเป็นครอบครัวเลยครับ เป็นเหมือนพี่ที่ผมไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 3 ปี โดยที่เจอกันทุกวัน เจอกัน
มากกว่าแฟนอีกคือพี่เขาไม่ได้มานั่งสอนผมว่าแต่งอย่างไรแต่เขาให้ข้อคิดผมในการใช้ชีวิต และให้ข้อคิดในการนำวิธีต่าง ๆ
มาแต่งเพลงเยอะมากเลยครับ ซึ่งผมคิดว่า ใครที่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นนักแต่งเพลง ควรที่จะคลุกคลีกับคนที่คุณปลื้ม
หรือคุณชอบ แล้วคุณจะได้อะไรจากเขาเยอะมากครับ
ศิลปินกับนักแต่งเพลงที่ชื่อ ‘เต๊บ – กีรติ’
ผมแต่งเพลงให้คนไหนผมจะสนิทกับคนนั้นโดยอัตโนมัติเพราะผมใช้วิธีเดียวกันกับ 'พี่ฟองเบียร์' คือเวลาผมแต่งเพลง
หรือผลิตงานให้ใครผมต้องรู้จักคนนั้นให้ดี ผมต้องรู้ว่า เวลาเขาพูดเป็นอย่างไร เขาเป็นคนอย่างไร และเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง
ของเขาที่เป็นเรื่องจริง เพราะเวลานำมาแต่ง มันอาจจะเป็นเพลงที่ดีก็ได้ เพราะมันเป็น ‘จิตวิญญาณ’ และตัวตนของเขา
ผมต้องนำตัวตนของเขา ออกมาอยู่ในเพลงให้ได้ นี่คือความยากของการแต่งเพลง นักแต่งเพลง ไม่ใช่ว่าใครจะแต่งอะไร
ขึ้นมาก็ได้ แต่มันต้องดูว่าแต่งให้ใครร้องด้วยครับ

สิ่งที่ได้จากการเป็น ‘นักแต่งเพลง’
เยอะมากเลยครับ หนึ่งคือให้อาชีพสำหรับผม ( หัวเราะ ) สองคือให้ในเรื่องของการใช้ชีวิต และการเจอผู้คน
หลากหลายแบบ หลากหลายมุมมอง สามคือให้ในเรื่องของข้อคิดที่ว่า ชีวิตต้องต่อสู้ ต้องอดทน นี่คือสิ่งที่การแต่งเพลง
ให้ผมมาครับ
ลายเส้นของเพลง - ลายมือของ ‘เต๊บ’
ผมเป็นคนแต่งเพลงเชิงบวกนะ ซึ่งผมเป็นคนคิดบวกไม่ค่อยคิดอะไรไปในทางร้าย ถ้าให้ผมแต่งเพลงร้ายๆ ผมก็แต่ง
ได้นะ (หัวเราะ) แต่ถ้าให้เป็นตัวตนจริง ๆ ก็จะเป็นเพลงที่มีความรัก น่ารัก ๆ แบบบวก ๆ ถึงแม้มันจะเจ็บปวดรวดร้าว แต่มัน
ก็ยังมองโลกในแง่ดีครับ อันนี้คือตัวตนของผม (ยิ้ม)
โปรเจ็คต์การแต่งเพลงของ ‘เต๊บ’
ตอนนี้มีของพี่เอ๊ะ – จิรากรครับที่กำลังจะทำเป็นอัลบั้มเดี่ยว และจะมี AB NORMAL ที่กำลังทำอยู่ เขากลับมาแล้ว
และมีอีกหลายวงมากในค่าย WE RECORD ที่พี่ฟองเบียร์ดูแลอยู่ ซึ่งให้ผมเข้าไปช่วยครับ
‘เต๊บ’ กับคนรุ่นใหม่ในวงการ ‘นักแต่งเพลง’
นักแต่งเพลงตอนนี้ยังน้อยนะครับ คือความต้องการในตอนนี้เยอะมาก ทีมผมมีผมกับพี่ฟองเบียร์อยู่แค่ 2 คนที่ดูแล
เนื้อเพลงสำหรับศิลปินทั้งค่าย (หัวเราะ) ซึ่งผมต้องการคนที่จะมาช่วยตรงนี้อยู่ครับ แต่ทั้งนี้ผมก็ต้องดูงานของแต่ละคน
ว่าเป็นอย่างไร สำหรับน้อง ๆ ที่ฝันจะขึ้นมาเป็นนักแต่งเพลง คิดอย่างเดียวมันไม่เกิดอะไร ต้องลงมือทำไม่รู้ว่าอ่าน
บทความนี้แล้ว ครที่อยากแต่งเพลงอยู่ อ่านจบแล้วก็ปิดหนังสือแล้วหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา แล้วก็เขียนมันลงไปเลย
ไม่มีผิดไม่มีถูก ไม่ต้องกลัวดีหรือไม่ดี ทำก่อนแล้วเราจะรู้เองครับ
ผู้ชายคิดบวก และสร้างสรรค์เพลงไทยไปในทางที่สร้างสรรค์แบบนี้ น่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง และได้กลายเป็นเสน่ห์
ประจำตัวหนุ่มคนนี้ไปเสียแล้ว หวังไว้ว่า จะได้ฟังผลงานเพลงที่เขาแต่งต่อไปอีกเรื่อย ๆ ทำให้เราเหล่าคนฟังเพลงมีความสุข
ต่อ ๆ ไปครับ