เสียดายคนตายไม่ได้รู้ : ดังตฤณ
ภาพ : พศิน
ผิดไหม ถ้าเห็นคนลำบาก แล้วอยากสมน้ำหน้า

ถาม – เหตุใดบางคนจึงดูน่าสงสาร น่าให้ความช่วยเหลือ แต่บางคนถึงแม้ตกทุกข์ได้ยาก เห็นแล้วก็อยากสมน้ำหน้า
สงสัยจริงๆ ว่าผมอุปาทานไปเอง หรือว่ามันเป็นกรรมติดตัวแต่ละคนกันแน่ครับ
ตอบ ส่วนที่เป็นอุปาทานก็มีครับ ศัพท์เฉพาะเขาเรียกกันว่า ‘อคติ’ อคตินี้จะทำให้ใจของคนเราตัดสินทันทีว่า คนนี้
เก๊กท่าน่าหมั่นไส้ หรือบางทีกล้า ๆ ยอมรับหน่อย ก็บอกตัวเองตรงไปตรงมาว่า ไม่ถูกชะตากับยายคนนี้หรือนายคนนั้น
โดยไม่จำเป็น ต้องหาเหตุผลมาอธิบายให้เสียเวลา เอาเป็นว่าไม่ชอบขี้หน้าแล้วกัน เมื่อไม่ชอบกันเสียแล้ว ตั้งแง่หมั่นไส้
กันเสียแล้ว อย่าว่าแต่เขาตกทุกข์ได้ยากแล้วอยากจะสมน้ำหน้าเลย ถึงเห็นเขาอยู่สบาย ๆ ก็จะแช่งให้เขาตกระกำลำบาก
ได้ครับ
คุณจะไม่ค่อยเห็นคนธรรมดาทั่วไปมี ‘ความน่าสงสารเป็นพิเศษ’ เพราะแต่ละคนสงสารตัวเองกันเป็นหลักอยู่แล้ว
กรรมที่อยากจะให้คนอื่นมาสงสารตนนั้น มีผลทันที ซึ่งเป็นการส่งคลื่นรบกวนออกไป ทำให้ใคร ๆ อึดอัด และมองคุณ
เป็นก้อนภาระอะไรสักก้อนหนึ่ง
สังเกตเถิดว่า ยิ่งคนเราสงสารตัวเองมากเท่าไหร่โทสะก็จะยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น ตีโพยตีพายฟูมฟายมากขึ้นเท่านั้น
โลกของเราเต็มไปด้วยคนชอบโอดครวญพร่ำบ่นเรื่องของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ให้หันมาใส่ใจและเห็นใจกัน หรือกระทั่งร้อนใจ
ไปกับเรื่องของตนเองด้วยถามตัวเองก่อนว่าคุณอยากอยู่ใกล้คนที่มีคลื่นโทสะล้อมรอบให้พลอยเร่าร้อนตามเขาไปด้วยไหม?
สำหรับคนน่าสงสารนั้นจะแตกต่างออกไป คือเงียบ ๆ หงิม ๆ ไม่ชอบเรียกร้อง ไม่ชอบให้ตัวเองเป็นภาระของคนอื่น
ไม่อยากรบกวนให้ใครต้องมานั่งฟังปัญหาของตน แต่ยังไม่แข็งแรงพอ สุขภาพจิตยังไม่ดีเลิศขนาดชนะความเศร้าเหงา
ของตัวเองได้
กรรมโดยตรงที่ทำให้ใครต่อใครรู้สึกเมตตา สงสาร อยากช่วยเหลือนั้น ก็คือ การเคยมีเจตนาชุบเลี้ยงผู้อื่นหรือสัตว์
ในบ้านให้อยู่ดีมีสุข และมีความอบอุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเคยช่วยเหลือเจือจานคนและสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากด้วยความ
เห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริงเป็นประจำอย่างนี้ ถ้าจับพลัดจับผลูตกที่นั่งลำบากขึ้นมา ก็จะมีคนอยากอุปถัมภ์หรือช่วยส่งเสริม
ให้รอดพ้นจากสถานภาพย่ำแย่ทันที ไม่ต้องข้ามภพชาติ เอาแค่ชาติปัจจุบันก็เห็นผลได้แล้ว เพราะกระแสการช่วยเหลือคน
และสัตว์นั้นมีมาก โดยย่อมเป็นภาวะติดตัว และดลใจให้ใคร ๆ อยากที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยรับผิดชอบภาระนั้นแทนทันที
ถ้าไม่มีบุญติดตัว แถมยังแล้งน้ำใจ ไม่เคยช่วยเหลือใครมาก่อน หรือกระทั่งเคยฉ้อฉลเอารัดเอาเปรียบใครไว้มาก ๆ
บันดาลโทสะ แล้วด่าทอได้ไม่ยั้งอย่างนี้ต่อให้เสแสร้งแกล้งทำท่าน่าสงสารก็จะไม่มีใครเขาสงสาร ตรงกันข้ามกลับจะก่อให้
เกิดความน่ารำคาญ หรือรู้สึกเหมือนอยากซ้ำเติมให้หนักเข้าไปอีก
มีอยู่นะครับที่บุญเก่าจากอดีตชาตินั้นดีมาก ช่วยคนและสัตว์ไว้มากจนน่าเอ็นดู ใครเห็นใครก็รัก อยากจะช่วยเหลือ
อยากหยิบยื่นอะไรต่อมิอะไรให้ แต่ชาตินี้คิดผิด อาจเพราะได้ตัวอย่างที่ไม่ดีหรือคบเพื่อนเลว เห็นไปว่าคนทั้งโลกโง่กว่าตน
หลงใหลตนแบบไม่มีเหตุผล เพราะฉะนั้นแปลว่า ทั้งโลกมีหน้าที่ต้องเอาอะไร ๆ มาให้ตน ตนเองไม่จำเป็นต้องไปเอาอะไร
ให้ใคร เสร็จแล้วอาจพัฒนาขึ้นเป็นการเห็นว่า ถ้าใครไม่ให้ก็ต้องทวง หรือพยายามหาทางหลอกล่อฉ้อฉลเอามาเป็นของตน
ให้ได้ เรียกว่าเป็น ‘โรคหลงบารมีเก่า’ ใครไม่มาสวามิภักดิ์เป็นต้องเห็นดีกัน อะไรทำนองนั้น
พอล่อลวงเขามากๆบาปก็พอกพูนเพิ่มขึ้นทุกทีเป็นเงาตามตัว จนถึงวันหนึ่งถึงจะเสแสร้งแกล้งน่าสงสารอย่างไรก็ไม่มี
ใครเขาอยากจะช่วยเหลืออีกต่อไป ตรงนั้นแหละจะน่าสงสารขนานแท้ เพราะวิบากร้ายจะเริ่มให้ผลดุจมีกองทัพมาปล้น
แถมหันไปทางไหนก็ไม่มีใครอยากยื่นมือมาให้จับอีกต่อไป
|