กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน : ประชาคม ลุนาชัย
เมื่อชายเฒ่านักเดินป่าเผชิญหน้ากับเจ้าที่

ลุงจรูญนั่งเงียบมาตลอดทางไม่มีความเห็นกับเรื่องราวใดเลย แกแฝงตัวอยู่ในรถราวกับเป็นส่วนเกินของคณะเรา แกไม่ยิ้ม
หรือส่งเสียงหัวเราะ แม้แต่ในยามที่คนอื่น ๆ รอบข้างขบขันกับเรื่องเล่าของใครบางคน
หน้าเข้ม ๆ ของแกสงบขรึมแบบคนจริงจังกับชีวิต อ่านยากพอๆ กับใบหน้าของนักเล่นโปกเกอร์ชั้นเซียน เด็กหนุ่มๆในคณะ
ไม่กล้าเข้าใกล้หญิงสาวไม่กล้าเอ่ยถามขอความรู้จนกระทั่งมาอยู่กลางป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราค่อยเห็นรอยยิ้มแรกของชายชรา
ผู้นี้
แกเริ่มต้นเล่าถึงตำนานของป่าแถบนี้และยอดเขา ซึ่งพวกเรายังเดินทางไปไม่ถึง หลายคนหยุดฟังแกอย่างสนอกสนใจ
นั่นช่วยกระตุ้นให้ผู้เล่ามีกำลังใจ ผ่านไม้ใหญ่ต้นแรก แกยกมือไหว้ เมื่อแกบอกว่านี่คือ ‘ตะเคียนทองร้อยปี’ คนที่ตามมา
หยุดอยู่ข้าง ๆ ไม่มีใครสงสัย หรือเอ่ยถามถึงเหตุผลที่แกต้องยกมือไหว้
ไม่เพียงชาวบ้านอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับลุงจรูญเท่านั้น แม้แต่คนรุ่นใหม่โดยวัยจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความเชื่อฝังหัว
ในทำนองว่าตะเคียนเป็นต้นไม้ที่มีความพิเศษ ยิ่งอายุเกินร้อยปีเช่นนี้แล้ว ย่อมจะไม่รอดพ้นที่ภูตผีปีศาจหรือวิญญาณเร่ร่อน
จะเข้ามาอาศัย เมื่อสิงสถิตนานเข้าก็กลายเป็นเจ้าแม่วิเศษ ตะเคียนในวัดกลางเมืองหลายแห่งจึงได้มีคนเอาผ้าสีไปผูก พร้อมด้วย
ของเซ่นไหว้ไม่ขาด
ไม่เพียงตะเคียนเป็น ๆ ที่ยังเสียดยอดยืนต้น ซากไม้ที่ถูกโค่นล้มลง ก็ได้รับการปฏิบัติเยี่ยงสิ่งวิเศษไม่แตกต่างกัน ผู้คน
หมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันเข้าไปกราบไหว้บูชา หลายท่อนของตะเคียนเมื่อนำไปวางไว้บนศาล กลายเป็นศาลเจ้าแม่ตะเคียน
ขณะมองลุงจรูญยกมือไหว้ต้นไม้ ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงผู้คนในชมรมนิยมหวย คิดในใจเล่น ๆ ว่า ลุงจรูญก็คงอธิษฐาน
ขอในสิ่งเดียวกันกับคนรักหวย
ชายชรายกมือไหว้อีกครั้ง เมื่อเรามาถึงลำธารเล็ก ๆ แม้ไม่มีใครเอ่ยถาม แต่สีหน้าพวกเราบอกถึงความงุนงง ธารเล็ก ๆ
ไม่ได้ขรึมขลังอลังการ แถมน้ำที่เอื่อยไหลผ่านซอกหินเตี้ย ๆ ก็อ่อนแรงเต็มที ไม่ได้ชวนเกรงขามจนให้ใครต้องค้อมหัวคารวะ
ก่อนก้าวข้ามสะพานไม้เก่าๆลุงจรูญเล่าถึงลำธารสายนี้ว่า แยกตัวออกมาจากไหน ระยะทางยาวเท่าใด ช่วงฤดูฝนน้ำเพิ่มสูง
และไหลแรงอย่างไร ถึงกระนั้นเรื่องราวจากปากแกก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้ใครเห็นถึงความสำคัญ ของลำธารสายนี้มากไปกว่า
ทางผ่าน เพื่อที่จะลืมเลือนไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่มีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหาดูได้ยาก หากเต็มไปด้วยเรื่องราวความเป็นมา ลุงจรูญเล่าเกร็ดเล็ก ๆ
น้อย ๆ ของคนรุ่นก่อนที่เกี่ยวข้องกับป่า ทั้งในขณะเดินย่ำไปข้างหน้า และระหว่างนั่งพักตามจุดต่าง ๆ
หลายครั้งที่เราเห็นแกยกมือไหว้ต้นไม้ จอมปลวก ธารน้ำ และยอดเขาที่ไกลออกไป เมื่อเห็นแกปฏิบัติตนแบบนี้บ่อยๆเข้า
ไม่ใครก็ใครที่เตรียมคำถามไว้ในใจ รอโอกาสให้เหมาะ ๆ เข้าไว้ ค่อยยิงเข้าใส่เป้าหมายแบบเต็ม ๆ
“ลุงไหว้อะไรหรือ”
“ลุงไหว้ทำไม”
“ในจอมปลวกมีอะไรหรือลุง ทำไมต้องยกมือไหว้”
ไม่เพียงเพื่อนร่วมทางที่นึกดูหมิ่นสติปัญญาของลุงจรูญอยู่ในใจแกกราบไหว้ต้นไม้เคารพโพนปลวก และนอบน้อมกับสิ่งที่มี
ศักดิ์ด้อยกว่ามนุษย์แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า แกยังเป็นคนรุ่นเก่าเต่าล้านปี งมงายกับวิธีคิดและความเชื่อดั้งเดิม ต้นไม้ใหญ่
มีเจ้าพ่อเจ้าแม่และเทวดาอารักษ์ จอมปลวกเก่า ๆ มีภูติผีและอภินิหาร ผมเองก็พาลนึกถึงใครหลายคนที่ชอบทำมือไม้อ่อน
กับสิ่งไร้สาระในเมือง
ผมเคยหงุดหงิดกับคนขับแท็กซี่ซึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเธอขับรถใจเย็นเป็นน้ำแข็ง บางช่วงถนนว่างมาก แต่เธอ
เร่งความเร็วไม่เคยเกินสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงพอใกล้สี่แยกใหญ่ ไฟแดงเหลืออีกสิบกว่าวินาที เธอไม่เคยเร่งความเร็วเพื่อจะผ่าน
แยกไปได้ก่อนไฟแดง หลายครั้งเธอปล่อยพวงมาลัยและยกมือไหว้ เมื่อรถของเธอได้ผ่านแยกที่มีศาลพระภูมิ
ศาลเจ้าที่เก่าแก่ หน้าโรมแรมใหญ่ที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ยังพอทำเนา เพราะคนส่วนใหญ่ผ่านตรงนี้ก็ชอบยกมือไหว้ด้วยกัน
ทั้งนั้น แต่ศาลเล็กศาลน้อยอื่น ๆ เธอก็ไม่เว้น แถมยังยกมือไหว้รูปบนแผ่นป้ายที่ติดไว้ข้างทางจนเกือบจะครบถ้วน
“ยายแก่นี่ท่าจะบ้า” ผมอดรำพึงในใจไม่ได้
เธอไหว้รูปภาพตามฟากทาง ไหว้ศาลเจ้า ศาลพระภูมิ รูปปั้นต่าง ๆ ที่แค่เห็นเพียงผ่านตา ดีที่ไม่ยกมือไหว้หมา
ที่วิ่งตัดหน้ารถ ผมมองแล้วได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้เงียบ ๆ เมื่อถึงจุดหมายแล้ว ผมก็ไม่ได้ถามเธอว่า ‘จะไหว้อะไร
กันนักหนา’
ที่ไม่ถามผมก็คิดว่าตัวเองทำถูก เพราะไม่ใช่สาระที่ต้องเค้นเอาคำตอบ ทุกคนย่อมมีเหตุผลในสิ่งที่ทำ ถึงไม่มีเหตุผล
ที่จะอธิบายแก่ใครอื่น แต่นั่นก็เป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะยกมือไหว้ หรือให้ความเคารพอะไรก็ได้
ถ้าไม่ผิดที่ผิดทาง และสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร
ด้วยความที่เคารพสิทธิคนอื่นจนเป็นปกตินี่เอง ผมจึงไม่เคยถาม หรือให้ความสนใจเมื่อยามนั่งโดยสารรถเมล์ แล้วเห็นใคร
ต่อใครหันหน้าไปทางศาลพระภูมิแล้วยกมือไหว้ แม้ว่าศาลที่เห็นยังไม่มีพระภูมิมาสิงสถิต เพราะมันยังตั้งวางเรียงรายกันอยู่ภายใน
ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง

กับลุงจรูญก็เช่นกัน ไม่ว่าแกจะเชื่อในสิ่งใดหรืออย่างไร ตราบที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใครอื่น ผมก็ไม่ควรไปยุ่ง
กับแก
ออกจากป่ามาอยู่กลางเมืองแล้ว เพื่อนร่วมทางของผมคนหนึ่งอดรนทนไม่ไหว เขาเป็นคนที่ไม่ยอมให้ความสงสัยผ่านเลย
ไปง่าย ๆ และไม่ยอมที่จะให้ปริศนาในใจติดค้างมาถึงบ้าน พอสบโอกาสเขาก็ฉวยไว้ทันที
“ลุงจรูญครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
ชายชราที่กำลังใช้ตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวชะงักนิดหนึ่ง “ได้สิครับ จะถามอะไร”
“คือตอนไปเดินป่ากัน ผมเห็นลุงยกมือไหว้บ่อย ๆ ไม่ทราบว่าลุงไหว้อะไร แล้วไหว้ไปทำไม”
ใบหน้าของชายชราที่สงบขรึมอยู่แต่เดิมแล้ว ดูจะเข้มยิ่งขึ้นด้วยท่าทีเอาจริงเอาจัง
แกตอบ “ผมไหว้สิ่งที่ผมรู้ และสิ่งที่ผมมองเห็น”
หนุ่มเจ้าของคำถามได้ถามรุกคุณลุงต่อ “งั้นลุงก็ไหว้ทุกอย่างที่รู้ และที่ลุงมองเห็น”
ลุงจรูญส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่หรอกคุณ รู้แล้วเห็นแล้ว ผมก็เลือกว่าควรไหว้อะไร.
“อย่างต้นไม้ จอมปลวก หรืออะไรต่อมิอะไรที่ลุงไหว้” หนุ่มเจ้าเดิมยิ้มเยาะ
“ผมอายุหกสิบเจ็ดปีแล้ว” ลุงจรูญพูด “คุณมาเจอผมตอนแรกก็ยกมือไหว้ เพราะคุณเคารพที่ผมแก่กว่าใช่ไหมล่ะ ผมเอง
พอเจอคนอายุแปดเก้าสิบผมก็ยกมือไหว้ เหมือนผมเดินป่ามาตั้งแต่อายุสิบสี่ปี รู้ว่าต้นไม้ต้นไหนอายุมากกว่าผม ป่านะคุณ มีของ
เก่าแก่มากมายเวลาเข้าป่าทุกครั้งผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไปขอความรู้จากผู้ใหญ่ ลำธารที่คุณเดินข้าม จอมปลวก
ที่คุณเห็น ไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาตอนเราไปอาศัยนั่งพัก คุณรู้ไหม มันอยู่ตรงนั้นมานานเท่าใด อายุของมันมากกว่าเรากี่เท่า”
แกอธิบายเสียงเนิบช้า และด้วยท่าทีเปี่ยมเมตตา สบตากับหนุ่มเจ้าของคำถามพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
เรานั่งห้อมล้อมแก ฟังแกพูด และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กตัวน้อยที่กำลังเข้าไปขอความรู้จากผู้ใหญ่
|