มองไทยในสื่อบันเทิง : ฐนธัช กองทอง
30+ โสด ON SALE: เรื่องรักของสาวโสด

การเป็นสาวโสดในวัฒนธรรมไทยนั้น แต่เดิมดูจะเป็นเรื่องผิดปกติ เปรียบได้กับเรือที่ขึ้นคานมิได้ใช้ประโยชน์ การลงจากคาน
จึงเป็นความใฝ่ฝันของหญิงไทยในยุคหนึ่ง เพราะไม่ต้องการเป็นผู้หญิงที่ผิดปกติในสังคม
ผู้หญิงสมัยก่อน อาจถูกคลุมถุงชน พ่อแม่จัดการให้เสร็จสรรพการที่ลูกสาวบ้านใดมิได้ถูกผู้ชายมองหรือให้ความสนใจจึงอาจ
สะท้อนให้เห็นถึงบางประเด็น เช่น ฐานะความเป็นอยู่ รูปร่างหน้าตา ชนชั้น ตลอดจนเรื่องราวของคนในตระกูลที่ถูกรังเกียจจากคน
ในชุมชน เมื่อสังคมไทยในสมัยก่อนให้ความสำคัญแก่ชุมชนมากกว่าความต้องการของตนเอง ผู้คนยุคก่อนจึงให้ความสำคัญแก่คำ
ซุบซิบนินทา หรือ ‘หน้า’ ในสังคม ‘การกลัวเสียหน้า’ จึงเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเช่นกัน
ผู้หญิงในสังคมจึงมีบทบาทเป็น ‘ ผู้ถูกเลือก’ จากฝ่ายชาย ดังนั้น ผู้หญิงจึงมิต่างจากสมบัติของผู้ชายและครอบครัว ดังมี
คำกล่าวว่า เมื่อผู้หญิงเป็นเด็กก็เป็นสมบัติของพ่อแม่ เมื่อแต่งงานก็เป็นสมบัติของผัว และเมื่อแก่เฒ่าก็เป็นสมบัติของลูกผู้หญิง
จึงต้องทำตัวตามกระแสของชุมชน หากชุมชนสร้างค่านิยมขึ้นมาอย่างไรก็ตาม ผู้หญิงก็ต้องปฏิบัติตามนั้น
แต่ในยุคปัจจุบัน ผู้หญิงมีการศึกษา มากขึ้น และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จึงไม่ยอมทำตัวตามกรอบที่สังคมกำหนดให้
อีกต่อไปผู้หญิงสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้จากการทำงานนอกบ้านและแสดงความสามารถได้ทัดเทียมหรือเก่งกว่าผู้ชาย
ด้วยซ้ำ สถิติผู้หญิงที่ครองตัวเป็นโสดโดยไม่ยอมตกเป็นสมบัติของผู้ชายมีมากขึ้น จนกระทั่งการที่ ‘ผู้หญิงไม่แต่งงาน’กลายเป็น
‘เรื่องธรรมดาสามัญ’ ในสังคมไทยไปเสียแล้ว

กระนั้นก็ตาม ในทางจิตวิทยาแล้ว ผู้หญิงก็ต้องการแต่งงาน มีความรัก มีครอบครัวที่อบอุ่น เหมือนกับคนอื่น ๆ ยิ่งหาก
เห็นเพื่อนวัยเดียวกัน อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ทยอยแต่งงานกันไปด้วยแล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่ได้แต่งงานเหมือนเพื่อน ๆ
ประเด็นนี้ กลายเป็นประเด็นที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการครองตัวเป็นโสด สื่อบันเทิงจึงได้นำประเด็นดังกล่าว มาสร้างสรรค์
เป็นภาพยนตร์เท่าที่เห็นตอนนี้ก็มีเรื่องรถไฟฟ้า มาหานะเธอ เรื่องสามสิบยังแจ๋ว และเรื่อง30+โสด ON SALE ประเด็นในการ
นำเสนอไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นก็คือการพยายามของหญิงวัยทำงานที่ต้องการมีคู่ครอง เพื่อให้หลีกพ้นจากคำว่า ‘ผิดปกติ’
ในสังคมให้ได้ อีกทั้งต้องการให้ ‘ใคร’ สักคนมาเคียงข้าง ร่วมตัดสินใจ เป็นผู้นำและช่วยกันสร้างครอบครัวให้อบอุ่น
ผู้เขียนขออนุญาตยกประเด็นเรื่อง 30+ โสด ON SALE มาเป็นกรณีศึกษา ในเรื่องนี้ ตัวละครเอกฝ่ายหญิงมีชื่อว่า ‘อิง’
เป็นหญิงเก่ง มีความสามารถมากมาย และยังมีความสวย มีเสน่ห์ เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชาย ภาพยนตร์เสนอให้เห็นถึงความเจ็บปวด
ในชีวิตรักของอิง เมื่อเธอรอคอยคนรักมาเป็นเวลาถึง 7 ปีเขากลับหนีไปแต่งงานกับหญิงอื่นแทน อดีตอันแสนเจ็บปวดของอิงนี้เอง
ที่ทำให้เพื่อน ๆ พยายามทำให้อิงสมหวังในความรัก
หากแต่เมื่อพบแต่ละคนแล้ว มาตรฐานสูงในฐานะผู้หญิงเก่ง ทำให้เธอไม่สามารถเลือกใครได้ หนังได้สะท้อนตัวตนของหญิง
ยุคใหม่ว่า ‘ เก่ง สวย มีเสน่ห์ เชื่อมั่นในตัวเองสูง’ หากแต่ยังเชื่อในพลังศักดิ์สิทธิ์ เช่น ดูหมอ เสี่ยงเซียมซี โชคเข้าข้างอิง
เมื่อได้พบกับ ‘จืด’ พ่อค้าขายหมูปิ้ง ซึ่งริอ่านเป็นหมอดู ทั้งสองออกอุบายกันว่าจะเป็นแฟนเล่น ๆ เพื่อแก้เคล็ด และแล้ว
ความพยายามของอิงก็เป็นผลสำเร็จ เมื่อได้พบกับแทน หนุ่มหล่อไฮโซ ทั้งสองดูทีท่าว่าจะไปด้วยกันได้ ยิ่งทำให้จืด ซึ่งแอบรัก
อิงอยู่ เศร้าสร้อย แต่ในที่สุดแล้ว ชะตากรรมหรือบุพเพสันนิวาส ก็ทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกัน แล้วปรับความเข้าใจกันในที่สุด

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มิได้มุ่งหมายที่จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาของผู้หญิงที่ไม่อยากครองตัวเป็นโสด หากแต่เห็นเพื่อน ๆ แต่งงาน
ก็อยากแต่งบ้างและต้องการสมหวังในความรักของตนจุดที่มีเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ตรงที่ชี้ให้เห็นว่าการมีมาตรฐานสูงเกินไป
โดยมิได้มองที่คุณค่าของความรักและความเข้าใจระหว่างกัน ทำให้ผู้หญิงอาจครองตัวเป็นโสดได้ อิง อาจเป็นตัวแทนของผู้หญิง
อีกเป็นจำนวนมากที่ทั้งเก่ง สวย รวย มีความสามารถ มีงานการที่มั่นคง ไม่เป็นภาระของผู้ชายอย่างแน่นอน แต่อิงก็ยังครองตัว
เป็นโสดอยู่ การสร้างภาพตัวแทนเช่นนี้ อาจเป็นการมองที่ไม่รอบด้านนัก หากก็เป็นแง่มุมที่เรามิอาจมองข้ามได้
ที่บอกว่า ‘มิอาจมองข้ามได้’ ก็เพราะผู้หญิงอย่าง ‘อิง’ ยังมีสำนึกของความเป็นหญิงในสังคมไทยอยู่นั่นเอง ยังต้องการ
แสวงหาความสุขในชีวิต โดยคาดหวังว่าการได้แต่งงานกับผู้ชายที่มีฐานะดี จะสร้างความมั่นคงให้แก่ตนได้ ซึ่งหากพิจารณา
ในแง่นี้แล้ว อิงก็ไม่ได้ต่างอะไรจากวัตถุอย่างหนึ่งซึ่งหลอกล่อให้ผู้ชายเข้ามาติดกับ โดยใช้เรือนร่างและความเป็นหญิง เป็นปัจจัย
สำคัญในการแสวงหาผู้ชายดี ๆ สำนึกของความเป็นหญิงในสังคมไทย ยังสะท้อนผ่านความหวาดกลัวว่าจะหาสามีไม่ได้ ถึงกับ
ทำทุกอย่างแม้กระทั่งการเสี่ยงทาย การขอพรจากเทพเจ้า การดูหมอ เพื่อให้สมหวังในการหาคู่
สำนึกในความเป็นหญิงนี้เองที่ทำให้เกิดประเด็นปัญหาดังกล่าวขึ้นในสื่อบันเทิงยุคปัจจุบัน ข้อที่น่าสนใจก็คือเหตุใดสื่อต่างๆ
จึงประโคมเรื่องราวในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทำราวกับว่า นี่คือปัญหาสำคัญของผู้หญิงไทยในปัจจุบัน ทั้งที่การครองตัว
เป็นโสดของผู้หญิงในปัจจุบันก็มีจำนวนมาก และก็ได้รับการยอมรับว่า มิใช่สิ่ง ‘ผิดปกติ’ อีกต่อไป

ผู้ชมภาพยนตร์อีกจำนวนมากที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนนางเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ก็น่าจะมีความปรารถนาไม่แตกต่างกัน
นอกจากประเด็นทางจิตวิทยาที่ต้องการมีคู่ครองเหมือนเพื่อนๆและไม่ต้องการให้คนในสังคมถามว่าทำไม ถึงไม่แต่งงานเสียทีแล้ว
สภาพเศรษฐกิจในสังคมไทยปัจจุบันนับวันยิ่งชี้ให้เห็นว่า การไต่เต้าเพื่อให้มีฐานะสูงขึ้น เพื่อชีวิตจะได้มีความมั่นคงนั้น นับวัน
ก็มิอาจประสบความสำเร็จได้จากการทำงาน ซึ่งมีน้อยรายนักที่จะประสบความสำเร็จมีเงินทองมหาศาล แต่การไต่เต้าเพื่อฐานะ
สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นั้น ยังต้องอาศัยปัจจัยจากการแต่งงาน การเปลี่ยนนามสกุลตามทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ จึงเป็น
หลักประกันว่า เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของฝ่ายชายด้วย ดังนั้นการแต่งงานคือ ‘การก้าวข้ามชนชั้น’ ได้อย่างดีที่สุด ประเด็นนี้
มีอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน
การที่ภาพยนตร์เสนอให้เห็นว่า ผู้หญิงเก่งในสังคมไทยปัจจุบันก็ยังโหยหา ‘การแต่งงาน’ ซึ่งนอกจากประเด็นเรื่องความรัก
ประเด็นเรื่องความมั่นคง ก็กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิง สำนึกนี้จึงไม่ต่างจากหญิงในสังคมชาวนาซึ่งยอมถูก
คลุมถุงชนตามใจพ่อแม่ แต่งงานกับผู้ชายที่มีฐานะร่ำรวยกว่าตน แม้ว่าชีวิตหลังการแต่งงานของตนจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับการพยายามสละโสดของผู้หญิงวัยทำงานด้วยวิธีการต่าง ๆ จึงสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทย
เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด แต่จิตสำนึกของผู้หญิงก็ยังมิต่างจากผู้หญิงในสังคมชาวนาอยู่นั่นเอง