ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

นัดพบนักเขียน....สีสันและจินตนาการบรรเจิดของ ‘แพรณัฐ’
:: 290 Views :: 0 Comments :: นัดพบนักเขียน

นัดพบนักเขียน : ยุทธชัย สว่างสมุทรชัย 
ภาพ: พศิน สาทสนิท

สีสันและจินตนาการบรรเจิดของ ‘แพรณัฐ’

แพรณัฐ
           
         วันนี้นัดพบนักเขียนของเรามาที่  โรงเรียนอนุบาลปรางทิพย์   พออ่านประโยคแรกทุกคนก็ตั้งข้อสงสัยเลยว่า เกี่ยวอะไร
กับการนัดพบนักเขียนเพราะนักเขียนของเราในฉบับนี้   เป็นทั้งครูผู้ดูแลโรงเรียนและมีงานอดิเรกเป็นนักเขียนอีกด้วยโดยได้ฝาก
ผลงานเอาไว้มากมายหลายเล่ม  ไม่ว่าจะเป็น  เล่ห์นางฟ้า วายุภัคมนตรา เปลวไฟในสายลม คุณชายรณพีร์   หรือล่าสุด
อย่าง ‘แวมไพร์ บราเธอร์ ตอน เจ้าพสุธา’
          วันนี้ทาง  ‘ออล แม็กกาซีน’    จะมาเปิดโลกแห่งสีสันและจินตนาการอันบรรเจิดของ   ‘แพรณัฐ’   ในทุก ๆ    
นวนิยาย
ที่เธอเขียน ตัวตนที่แท้จริงของเธอ รวมถึงกว่าที่เธอจะมาเป็น‘นักเขียน’  ที่ประสบความสำเร็จแบบนี้ได้   เธอผ่านอะไรมาบ้าง 
เราจะได้รู้กัน

all : พี่แพรเคยคิดมาก่อนหรือเปล่าครับว่า ตัวเองจะมาเป็นนักเขียน หรือเคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่าครับ
แพรณัฐ : ไม่เคยคิดมาก่อนเลยเป็นอาชีพที่พี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาเป็นแต่ว่าพี่เป็นคนชอบเขียนคือแม่พี่ทำโรงเรียน
อนุบาล  และแม่พี่ชอบให้พี่เขียนนิทาน ทำนิทานให้น้อง ๆ อ่านรวมถึงพี่เป็นคนที่ชอบเขียนจดหมาย  ส่งให้ครูหรืออาจารย์อ่าน
หรือไม่ก็ช่วงปิดเทอมชอบเขียนจดหมายส่งหาเพื่อนสนิทและเพิ่งมาจำได้ ตอนมาเจอเพื่อนเก่า ๆ ว่า  พี่ชอบเขียนจดหมายหา
แถมเพื่อนก็ยังบอกอีกว่า   ยังมีจดหมายที่พี่เขียนหาเขาตอนสมัยอยู่ ป.6 อยู่เลย   ก็เลยรู้ว่า เริ่มชอบเขียนตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็
เขียนเรื่อยมา แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเขียนเป็นหนังสือค่ะ (หัวเราะ)

all : จากข้อมูล พี่แพรเรียนศิลปศาสตร์ สาขาวิชาฝรั่งเศส   และการบริหารการศึกษา  ได้นำสิ่งที่เรียนมาปรับใช้ในผลงานเขียน
ของตัวเองไหมครับ

แพรณัฐ : อย่างภาษาฝรั่งเศสมันก็คือภาษาเหมือนกันแล้วตอนที่พี่เรียนศิลปศาสตร์ ที่ธรรมศาสตร์เนี่ย มันก็จะมีวิชาการเขียน
หรือการอ่านวรรณคดีวิเคราะห์ พี่ก็นำความรู้ที่เรียนตรงนั้นมาปรับใช้ เช่น จากการที่พี่อ่านวรรณคดีฝรั่งเศส  มีตรงไหนที่พี่ชอบ
หรือไม่ชอบ ก็จะนำมาปรับใช้ในวิธีการเขียนของพี่    ส่วนการบริหารการศึกษา หรือการทำงานที่โรงเรียนนั้น สิ่งที่นำมาใช้คือ 
เรื่องของประสบการณ์ที่ได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตา เพราะการเขียนนวนิยายสำหรับพี่ มันคือการเอาชีวิตคนจริง ๆ  มาเขียน
ลงไป

all : แล้วใช้เวลาช่วงไหนในการเขียนผลงานครับ รวมถึงมีการจัดสรรเวลาอย่างไรระหว่างการเป็นครูกับการเป็นนักเขียน
แพรณัฐ: พี่จะไม่ได้เข้าโรงเรียนเต็มวันคือไม่ได้เข้าทุกวันตอนนี้พี่ดูแค่เรื่องวิชาการเพราะงานส่วนใหญ่ของพี่จะเป็นงานเอกสาร 
สามารถนำกลับไปทำที่บ้าน หรือทำเวลาไหนก็ได้ ก็จะมีเวลาว่างมากขึ้น  เพราะบางทีเวลาทำงานอยู่ที่บ้าน  ก็มักจะเปิดงาน
นวนิยายขึ้นมาเขียนบ้าง   แก้เครียดค่ะ   (หัวเราะ)  และอีกอย่างพี่ก็ไม่ได้เข้าตามห้องเหมือนอย่างครูประจำชั้น  รวมถึงไม่ได้
เข้าสอนวิชาอะไร   ก็จะทำให้พี่มีเวลามากขึ้น   หรือถ้าวันไหนเป็นเวรหยุดของพี่ พี่ก็จะใช้ช่วงเวลานั้นเขียน  คือส่วนใหญ่จะใช้
ช่วงเวลาวันหยุด เป็นเวลาเขียนของพี่ค่ะ

แพรณัฐ

all : มาพูดถึงงานเขียนของพี่แพรกันบ้าง   ส่วนใหญ่เป็นแนวแฟนตาซีแทบทั้งนั้นเลย  หลงใหลอะไรในแนวการเขียนประเภทนี้
ครับ

แพรณัฐ : อาจจะเป็นเพราะว่า ตอนเด็ก ๆ   คุณยายกับคุณพ่อของพี่มักจะชอบเล่านิทานก่อนนอน  พวกเทพปกรณัมกรีก -โรมัน
อยู่บ่อย ๆ   หรือไม่ก็เมื่อคุณพ่อของพี่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด    และต้องพาพี่ไปต่างจังหวัดด้วย     คุณพ่อก็มักจะเล่าตำนาน
หรืออภินิหารของจังหวัดต่าง ๆ    ให้ฟังอยู่เสมอ ๆ เมื่อไปถึงจังหวัดนั้น       พี่ก็จะชอบเวลาที่พ่อเล่า  พอไปเรียนที่ศิลปศาสตร์ 
ธรรมศาสตร์
  จุดที่อยากเรียนคือ  ชอบตำนาน กรีก - โรมัน  เรียนวิชาอะไรก็ได้ที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้    สอนเรื่องพวกนี้ 
ไม่ว่าจะเป็นวรรณคดีฝรั่งเศสหรือวรรณคดีตะวันตกมันเลยทำให้พี่ชอบและพอมาเขียนนวนิยายของพี่จริงๆมันเลยทำให้พี่ชอบ
 ชอบที่จะเขียนมาในแนวทางนี้ค่ะ

all : ผลงานเขียนของพี่แพรเล่มแรกที่ได้ลงมือเขียน และได้รับการตีพิมพ์คือเล่มไหน และรู้สึกอย่างไรบ้างครับ
แพรณัฐ : ผลงานเขียนเล่มแรกชื่อว่า ‘มนตร์มรกต’ ค่ะ เป็นเล่มที่ไม่คาดฝันว่าตัวเองจะเขียนจบ คือที่เขียนเล่มนี้ขึ้นมา มีเหตุ
จากการทำงานที่โรงเรียน แล้วเกิดความเครียด เพราะมันเป็นงานด้านบริหาร เลยอยากที่จะไปทำอย่างอื่น เพื่อที่จะทำให้เรา
คลายเครียดจากงานนี้สามีของพี่ก็เลยบอกพี่ว่า“แพรก็เป็นคนเขียนเก่งทั้งเขียนจดหมายและเขียนเอกสารแพรน่าจะลองเขียน
นวนิยายดู”
พี่ก็เลยตัดสินใจเขียนแต่พี่ก็เขียนเล่นๆแค่คลายเครียด แต่ปรากฏว่า มันจบออกมาเป็นเล่มได้ และพอส่งสำนักพิมพ์ 
มันก็ได้ตีพิมพ์ เป็นสิ่งที่พี่ไม่ได้คิดฝันเลยว่า มันจะไปไกลได้ถึงขนาดนั้น   ขนาดหยิกแขนตัวเองเลยว่า  จริงเหรอ  นี่คือหนังสือ
ของพี่จริงเหรอ  (หัวเราะ)    ถึงตอนนี้ก็ยังไม่คิดฝันว่า    พี่จะมีหนังสือที่ตัวเองเขียนมากกว่า 1 เล่ม    ส่วนอีกความรู้สึกหนึ่งคือ 
มันเกิดการโหยหาในสิ่งที่พี่เป็นหรือสิ่งที่พี่เรียนมา    ซึ่งพี่อยากจะทำอะไรให้ตอบสนองความโหยหาเหล่านั้น    เลยระบายมัน
ออกมาด้วยการเขียนค่ะ

all : พอทราบบ้างไหมครับว่า เมื่อนักอ่านเห็นชื่อของพี่แพรเมื่อไหร่ จะต้องนึกถึงนวนิยายชุดก่อนเป็นอันดับแรก
แพรณัฐ : ใช่ค่ะ    พอทราบมาบ้าง     แต่พี่คิดว่ามันอาจจะเป็นช่วงจังหวะหนึ่งที่สบโอกาสให้พี่พอดี   เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ 
นวนิยายชุด    ‘  บ้านไร่ปลายฝัน  ’    กำลังเป็นที่นิยม   ในหมู่ของนักอ่านค่ะ      รวมถึงกำลังจะมีการผลิตละครเรื่องนี้อีกด้วย 
เลยสบโอกาสให้พี่ได้เป็นที่รู้จักของหมู่นักอ่านค่ะ

all : ตั้งใจหรือเปล่าครับว่า ผลงานนวนิยายชุดต่าง ๆ ที่ตัวเองเขียนจะต้องเป็นเล่มปิดท้ายชุดนั้น ๆ อยู่ตลอด
แพรณัฐ :    ไม่เลยค่ะ    ไม่เลย   คือจริง ๆ    จะมีแค่ 2 ชุดแรกที่ได้รับมอบหมายแน่นอนว่าจะต้องเป็นคนปิดท้าย    นั่นคือชุด
‘บ้านไร่ปลายฝัน’ กับชุด‘The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ’แต่ชุดอื่น ๆ นี่ จริง ๆ คือเกือบจะอยู่ตรงอื่นแล้ว(หัวเราะ) 
แต่ว่าเรียงเรื่องสลับกันไป    สลับกันมา    สุดท้าย    พี่ว่ามันก็ต้องเป็นดวงแน่ ๆ เลย       เพราะพี่ก็ได้อยู่เรื่องสุดท้ายอีกในชุด 
‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ’ ตอน ‘คุณชายรณพีร์’ ค่ะ

คุณชายรณพีร์

all : ผลงานเขียนเล่มไหนของพี่แพรที่ได้รับการตอบรับจากนักอ่านมากที่สุดครับ
แพรณัฐ : ก็น่าจะเป็น‘วายุภัคมนตรา’ที่ทุกคนรู้จักเยอะซึ่งหลายๆคนที่พี่ได้ถามว่าทำไมถึงชอบเล่มนี้ก็มักจะได้รับคำตอบว่า
น่ารักดี ชอบพระเอกชอบนางเอกชอบคุณลมแต่พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมถึงชอบแต่นักอ่านส่วนใหญ่จะบอกเป็นเสียงเดียว
กันว่า ชอบเพราะทุกอย่างมันลงตัว

วายุภัคมนตรา

all : ผลงานเขียนของพี่แพรเล่มไหนครับ ที่พี่แพรประทับใจเป็นการส่วนตัว
แพรณัฐ :ที่ประทับใจอยู่ตอนนี้มีอยู่2เรื่องค่ะ  ก็คือ‘เล่ห์นางฟ้า’ที่ประทับใจเล่มนี้ก็เพราะว่าเล่มนี้มันเป็นตัวเองมาก (หัวเราะ) 
ชอบตรงที่มันมีความเป็น‘แพรณัฐ’มากมันมีทั้งแฟนตาซีและสิ่งที่พี่ชอบอีกอย่างในเล่มนี้คือ  ‘ความเป็นคอเมดี้’ โดยเล่มนี้
พี่เขียนได้แบบสบาย ๆ และสนุกมากด้วยค่ะและอีกเล่มที่ชอบคือ ชุด ‘แวมไพร์ บราเธอร์’ เล่มสุดท้ายคือตอน ‘เจ้าพสุธา’ 
ชอบเรื่องนี้ก็เพราะว่า   มันรวมความยากทุกอย่างเอาไว้ภายในเล่มเดียว   และพี่สามารถเขียนมันให้จบได้     ก็เลยประทับใจ
และชอบเล่มนี้ค่ะ

เล่ห์นางฟ้า

all : รู้สึกอย่างไรบ้างครับที่ผลงานเขียนของพี่แพรหลายต่อหลายเล่มได้นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์
แพรณัฐ : ดีใจและยินดีที่เขาสนใจในผลงานของพี่       และเป็นเกียรติที่เขาเลือกผลงานของพี่ คือไม่เคยคาดฝันว่าจะมีผลงาน
ของตัวเองนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มีอะไรคิดเอาไว้เลยค่ะ (หัวเราะ)

all : ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นนวนิยายของตัวเองโลดแล่นอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์เป็นอย่างไรบ้างครับ
แพรณัฐ:ครั้งแรกที่ได้เห็น‘วายุภัคมนตรา’ออกอากาศคือพี่รู้สึก     ได้ถึงภาพที่พี่จินตนาการเอาไว้แล้วมันก็ออกมาเป็นภาพจริง
ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าพี่ พี่พูดได้คำเดียวว่า ‘โอ้ว’ แล้วความรู้สึกตื่นเต้นก็เข้ามาทำหน้าที่ของมันต่อไปค่ะ (ยิ้ม)

all : นวนิยายของพี่แพร   ได้รับความนิยมให้นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์แบบนี้      มีเล่มไหนไหมครับที่อยากเห็นในรูปแบบ
ของละครโทรทัศน์

แพรณัฐ : จริง ๆ เวลาที่พี่เขียนไม่เคยคาดคิดว่าจะให้มันเป็นละครโทรทัศน์  งานของเราคือแค่เขียนนิยายจบเท่านั้น ส่วนเรื่อง
การนำไปสร้างเป็นละครนั้น ไม่ได้คิดและไม่ได้หวังอะไรเลย       ถ้ามันจะได้เป็นละครมันก็ได้ ถ้ามันไม่ได้เป็นละครก็ไม่เป็นไร 
แค่รู้สึกเฉย ๆ ว่า งานของพี่จบแค่ตรงนั้น ตรงที่เขียนเป็นนิยายออกมา แต่ถ้ามันได้ก็ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ

all : การทำผลงานเขียนแบบลุยเดี่ยว กับการทำงานร่วมกันเป็นชุด เป็นทีม ให้ความรู้สึกต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไรครับ
แพรณัฐ : การทำงานเป็นชุด  มันทำให้พี่รู้สึกอุ่นใจและสนุกค่ะ คือการทำงานแบบนี้  หรือการเขียนเป็นชุดแบบนี้    มันได้มีการ
โต้ตอบกันอยู่ตลอดเวลา โดยถ้าเวลาที่พี่มีปัญหาหรือพี่ติดอยู่กับการเขียน ก็จะมีนักเขียนที่ทำงานร่วมกันคอยช่วยเหลือตลอด 
และมันก็จะสนุกตรงที่ได้นำมุขของนักเขียนที่ทำงานด้วยกัน นำมาเล่นและต่อยอดในการเขียน  รวมถึงนักเขียนคนอื่นอาจจะนำ
มุขของพี่ไปต่อยอดเขียนผลงานของเขาก็ได้(ยิ้ม)แต่งานเดี่ยวมันก็จะให้ความรู้สึกว่าเขียนคนเดียว แต่พี่ว่าถึงตอนนี้มันก็ไม่ค่อย
แตกต่างกันเท่าไหร่ เพราะตอนนี้พี่ก็ยังทำงานเป็นกลุ่มอยู่ หลังจากที่พี่สนิทกับกลุ่มนักเขียนที่พี่ทำงานอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
 พี่ซ่อนกลิ่น พี่เก้าแต้ม หรือพี่ร่มแก้ว ซึ่งเป็น 4 คนที่ยังทำงานด้วยกันเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าพี่จะเขียนผลงานเดี่ยว ๆ   ออกมา 
แต่พี่ก็ยังแลกกันอ่าน และแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่เขียนกันเหมือนเดิม

แพรณัฐ

all : สิ่งที่จำเป็นมากสำหรับนักเขียนนวนิยายแฟนตาซี คือ ‘จินตนาการ’ มีวิธีเติมจินตนาการให้กับตัวเอง รวมถึงผลงานเขียน
ของตัวเองอย่างไรบ้างครับ
แพรณัฐ : ส่วนใหญ่พี่จะอ่านหนังสือทั่ว ๆ ไป หรือไม่ก็ดูหนัง ดูข่าวรอบโลก ซึ่งจะได้แง่มุมใหม่ ๆ และแง่มุมที่แตกต่างมากขึ้น 
ทำให้พี่ได้คิดและต่อยอดจินตนาการของตัวเองออกไป หรืออีกอย่างก็คือ การได้ออกไปเที่ยวที่ต่าง ๆ มันก็ช่วยทำให้พี่ฝึกคิด
และช่วยเสริมสร้างจินตนาการของพี่ได้ค่ะ

all : ถ้าเปรียบตัวเองและผลงานของตัวเองเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม คิดว่าภายในเล่มนั้นมีอะไรอยู่บ้างครับ
แพรณัฐ : น่าจะคล้าย ๆ หนังสือนิทานเด็กอย่างที่พี่ให้นักเรียนอ่านค่ะ เป็นหนังสือที่มีปกสีสันสดใส   กุ๊กกิ๊ก หวาน ๆ  แต่ก็แอบ
มีสีที่เปรี้ยว ๆ จัดจ้านอยู่ภายในนั้น คือเหมือนนิทานเด็กน่ะค่ะ   ที่ทุกหน้าจะต้องมีสีหรือไม่ก็รูปภาพ   ไม่ใช่มีเพียงแต่ตัวอักษร 
หรือเป็นเพียงแค่กระดาษขาวธรรมดา ๆ เท่านั้น และยังเป็นหนังสือที่ผสมผสานความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ได้อย่างลงตัว

all : อยากบอกอะไรกับนักเขียนหน้าใหม่ที่ต้องการเดินในเส้นทางนักเขียนเหมือนอย่างพี่แพรบ้างครับ
แพรณัฐ : เป็นกำลังให้กับนักเขียนหน้าใหม่ทุกคน    หรือนักเขียนหน้าใหม่ที่อยากลองเขียนทุกคนค่ะ      ถ้าน้องคิดว่าจะเขียน 
ก็ลงมือเขียนเลย เพราะว่าการเขียนมันก็คือ ‘ทักษะ’ ที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ และอย่างพี่เนี่ย  พี่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเอง
จะมาเป็นนักเขียน   และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเขียนนวนิยายจบออกมาเป็นเล่มแบบนี้ เพราะฉะนั้น     พี่คิดว่าหลังจากที่พี่เขียน
ออกมาแล้ว    พี่ก็เริ่มเชื่อว่า    ทุกอย่างและทุกคนสามารถทำได้     ถ้าเกิดทุกคนมีความพยายาม     น้อง ๆ ทุกคนก็เหมือนกัน 
พยายามเข้านะคะ

 all : ในฐานะนักเขียน สำหรับพี่แพรแล้ว ความสนุกของการเขียนมันอยู่ตรงไหนครับ
แพรณัฐ:ความสนุกมันอยู่ตรงที่การรังสรรค์หน้ากระดาษจากที่ไม่มีอะไรเลยแต่พี่ทำให้มันมีเรื่องราวของมันได้มีเหตุการณ์ทั้งสุข
ทุกข์ เศร้า มีตัวละครเกิดขึ้น มันทำให้พี่ได้เปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง จากการค้นคว้าข้อมูล ไม่ใช่อยู่ที่แค่ตอนนั่งเขียนอย่างเดียว
สำหรับพี่แล้ว การเขียนมันเหมือนเป็นการปลดปล่อย ปล่อยของนะ (   หัวเราะ) อย่างตอนนี้  พอพี่เริ่มรู้แล้วว่ามีนักอ่านติดตาม
ผลงานเขียนของพี่ การเขียนมันมากกว่าแค่ความสุขของตัวเรา แต่มันเหมือนพี่ส่งความสุขให้คนอื่นด้วยตรงนี้แหละค่ะคือความ
สนุกของการเขียนสำหรับพี่ค่ะ (ยิ้ม)

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine