คลื่นหัวใจ / ดีเจอ้อย
ถ่ายภาพได้ แม้ตาจะมองไม่เห็น

ใกล้จะปลายปีแล้ว ได้สัมผัสคำว่า ‘ความสุข’ กันบ้างหรือยังคะ อย่าเพิ่งตกใจกับคำถาม เพราะมีเยอะจริง ๆ
ที่ความสุขเข้ามาแต่ไม่เคยรู้ตัว พอเจออารมณ์ขุ่นมัวกลายเป็นรู้สึกไว สัมผัสได้วินาทีต่อวินาที
ไม่นานมานี้ มูลนิธิคนไทยร่วมกับสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย ทำสำรวจโครงการคนไทยมอนิเตอร์
เสียงนี้มีพลังถามความเห็นคนไทยเป็นแสนคนเกี่ยวกับความสุขในชีวิต ปรากฏว่าคนที่มีความสุขมากที่สุดคือภาคไหน
รู้ไหมเอ่ย
ภาคตะวันตกของไทยค่ะ 5จังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรี ตาก ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี และเพชรบุรี
พึงพอใจชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองมากที่สุด ตามมาด้วยภาคใต้ รองลงมาคือภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคอีสาน
และภาคกลางตามลำดับจังหวัดที่มีความสุขน้อยที่สุด กลายเป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดอย่าง ‘กรุงเทพมหานคร’
น่าตกใจนะคะ เมืองที่มีทุกอย่าง แต่กลับไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการของ คนในเมือง หรือยิ่งมีเยอะ เรายิ่งมี
ความอยากได้ไม่สิ้นสุด
ตอนแรกยังนึกว่าพี่น้องทาง ภาคใต้ น่าจะดูมีความสุขรั้งท้าย เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบ ใน 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ที่วันนี้ก็ยังฆ่ากัน ทำร้ายกันไม่เลิก แต่กลายเป็นว่า คนใต้สุขเท่าที่มี รู้สึกดีเท่าที่ได้ มีความพึงพอใจ
อยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ
ความสุข ไม่ใช่อยู่ที่เรามีอะไรแต่อยู่ที่เรารู้สึกยังไง กับสิ่งที่เรามี กรุงเทพฯ เลยด้อยความสุขเพราะจะมี
มากเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางได้ใจคนที่ไม่รู้จักพอ แถมท้อง่าย เวลาสิ่งที่อยากได้ ไม่ได้มาไวสมใจ
นั่งคิดกันจริง ๆ คนเราอยากได้อะไรนักหนาเนอะ มีกิน 3 มื้อ มีลมหายใจเข้าและออก แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่า
ตัวเองมีความสุข คนมากมายตามโรงพยาบาล พยายามต่อสู้เต็มที่เพื่อจะมี ลมหายใจ คนที่หายใจเข้าออกง่าย ๆ
กลับอยากตาย เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ
คนทำงาน วันหนึ่งก็อยากมีบ้าน มีบ้านแล้วต้องมีคอนโดฯ เพราะเดินทางไม่สะดวก พอมี คอนโด ฯ ใกล้ที่
ทำงานแล้วก็ยังอยากมีรถ ตกลงการมีคอนโดฯ ไม่ได้แก้ปัญหาเดินทางไม่สะดวกหรอกหรือ
คนมองไม่เห็น ความฝันเดียวที่มีคืออยากมองเห็น อยากได้แค่นั้น บ่อยครั้งเราจึงเห็น คนตาบอด ยิ้มได้
กว้างกว่าคนตาดีหลายคนที่ตะเกียกตะกายหาสิ่งที่ฝันทุกวี่ทุกวันจนลืมความสุขที่แท้จริง
คนที่มีมากเกิน มักชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ คนที่อาจมีบางอย่างขาดตกบกพร่องไป กลับพยายาม
ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก คนตาบอดมองไม่เห็น วันนี้เขาฝึกถ่ายรูปเป็นแล้วนะคะ
มีครูอาสาคนหนึ่งนับถือหัวใจของคุณครูจริง ๆ ‘คุณครูนพดล ปัญญาวุฒิไกร’ ริเริ่มโครงการสอนถ่ายภาพ
ให้นักเรียนตาบอดทั่วประเทศ คุณครูทดลองอยู่ในโลกมืดเคย ใช้ผ้าปิดตาตัวเอง 3 วันเพื่อจะหาเทคนิคการถ่ายภาพ
จนรู้ว่า แม้มองไม่เห็นวัตถุ แต่สามารถกำหนดระยะของวัตถุจากการสัมผัส วัดความเข้มอ่อนของแสงด้วยความรู้สึก
ทางกาย วัดตำแหน่งคนที่ถูกถ่ายภาพด้วยการฟังเสียง แล้วประยุกต์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้คนตาบอดถ่ายภาพเป็น
เพราะเขาไม่ได้เห็นภาพด้วยสายตา แต่ใช้จินตนาการและหัวใจในการถ่ายภาพ ที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่มีโอกาสจะได้
เห็นภาพ แต่ความภูมิใจอยู่ที่คนรอบตัวซึ่งเล่าให้เขาฟังว่า ภาพที่เขาถ่ายออกมาสวยงามแค่ไหน
แต่ละภาพ เจ้าของฝีมือสามารถบรรยายภาพได้ด้วยอักษรเบลล์ ความสุขไม่ได้อยู่ที่ภาพออกมาเป็นแบบไหน
แต่สุขใจที่ได้เอาชนะความเชื่อที่ติดอยู่ในใจมานานมากว่า มองไม่เห็นจะถ่ายภาพได้ยังไง เสียงหัวเราะดัง ๆ ของน้อง ๆ
เป็นความสุขในอีกมิติซึ่งไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่ก็เป็นจริงได้
วัดแสงด้วยความรู้สึก กะระยะภาพด้วยการสัมผัส สร้างขวัญและกำลังใจให้คนที่มองไม่เห็นอะไรได้รู้ว่า เรื่องที่
คนตาดีทำ ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้ ยังนึกอยู่ในใจ คนมองไม่เห็น เขาจำเป็นที่จะต้องสัมผัส คนตาดีเห็นอะไรต่อมิอะไรชัด
กลับละเลยการสัมผัสที่ทำให้อุ่นไปถึงหัวใจ |