ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

ธรรมะอมยิ้ม....โลกเปลี่ยน ต้องเรียนรู้
:: 152 Views :: 0 Comments :: ธรรมะอมยิ้ม

ธรรมะอมยิ้ม : พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

โลกเปลี่ยน  ต้องเรียนรู
การเปลี่ยนแปลง

 

   ธรรมะสวัสดีสาธุชนคนดีทั้งหลาย พบกันเหมือนเดิมกับธรรมะเพิ่มรอยยิ้ม เติมจิตเกิดปัญญา ผ่านเดือนแห่งวันแม่ไปแล้ว
หวังว่าทุกท่านคงจะมีความสุขกับครอบครัว  มีความสุขกับคนที่เรารักและคนที่รักเรา  ที่จริงแล้ววันแม่ไม่ใช่แค่ 12 สิงหา 
จริง ๆ แล้วเราต้องทำให้มีวันแม่ทุก ๆ วัน   เราจะได้ดูแลท่านให้เต็มที่  นึกถึงตอนที่เราเด็ก  ๆ  ท่านดูแลเรา เป็นอย่างดี 
ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้  ไม่เคยรังเกียจ    ไม่ว่าจะเป็นเช็ดอึ  เช็ดฉี่  เช็ดขี้มูก    ทำได้ทุกอย่าง    สิ่งที่ทำไม่ใช่แค่หน้าที่ 
แต่มันเป็นความรักที่เต็มเปี่ยมจากหัวใจ เราลองมาทำให้ท่านบ้าง เช่น ตอนเด็กท่านอาบน้ำให้เรา ประแป้งให้กินนมนอน 
พอท่านอายุมากขึ้นเราก็ดูแลท่านให้ดี   อาบน้ำให้ท่าน  ประแป้ง  กินนม  นอน  คงจะน่ารักอะ...
 
แต่สังคมทุกวันนี้มันเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีทั้งปู่ย่าตายายพ่อแม่ลูก
มองดูอาจจะวุ่นวาย    แต่ความจริงแล้วมากมายด้วยความรัก    และที่สำคัญคนในสังคมในหมู่บ้านจะรู้จักกันหมด  บ้านใต้
บ้านเหนือจะรู้จักกันแทบทุกคน มีอะไรก็ช่วยเหลือจุนเจือกัน    จึงมีคำพูดโบราณที่ว่า   พริกมีบ้านเหนือ เกลือมีบ้านใต้ 
หมายความว่า  มีอะไรก็แบ่งปันกันได้  เมื่อมองไปยังอดีตทำให้เราเห็นภาพแห่งรอยยิ้มของสังคมไทยที่มีความสุข  ถึงไม่มี
เงินทองมากมายแต่ช่างมีความสุขเหลือหลาย  
    แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป   เราพยายามที่จะพัฒนาประเทศจากที่เคยเป็นสังคมเกษตรกรรมมาเป็น   สังคมอุตสาหกรรม 
เมื่อความเจริญเข้ามา  มันได้ทำลายวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยให้หายไป  เริ่มมีการแข่งขัน   ชิงดีชิงเด่น  หวังผลกำไร
ในการทำธุรกิจ  แทนที่จะมีเงิน มีงานแล้วจะมีความสุข  ตรงกันข้าม หลายคนกลับมีความทุกข์เข้ามาแทน เพราะว่าปรับตัว
เข้าสู่สังคมไม่ได้  เมื่อสังคมปัจจุบันเป็นแบบนี้ อาตมาก็นึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์  ว.  วชิรเมธี  ที่ว่า
   "ทำงานมากแต่มีคุณภาพชีวิตน้อย มีเงินมากแต่มีเวลาใช้เงินน้อย มีเทคโนโลยีสูง แต่มีความสุขต่ำ มีความรับผิดชอบสูง
แต่ภูมิคุ้มกันสุขภาพต่ำ"
    ที่จริงแล้วเมื่อเราทำงานมาก มีเงินมาก มีเทคโนโลยีสูง  มีความรับผิดชอบสูง  ความสุขก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย อย่างนี้
ถึงจะถูกต้อง  ไม่ใช่ว่าพัฒนาแค่วัตถุแต่ไม่พัฒนาจิตใจ มันก็หาความสุขไม่ได้ เมื่อโลกเปลี่ยน  เราต้องเรียนรู้ให้มากขึ้น
เพื่อที่จะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข  เพราะว่าโลกนี้มีไว้เหยียบ ไม่ได้มีไว้แบก  บางคนแบกโลก  แบกทุกข์ไว้ตลอดเวลา
ทำให้หาความสุขไม่เจอ  เราต้องเรียนรู้ รู้ถึงกฎของธรรมชาติ  คือกฎของการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่  และดับไป 
มันเป็นสัจธรรมของชีวิต  เมื่อจนก็รวยได้  เมื่อรวยก็จนได้  แต่บางคนจมไม่ลง  คิดว่าความรวยเกิดขึ้น   ตั้งอยู่  และมันต้องตั้ง
อยู่ต่อไป  ยอมรับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงทำให้เกิดการฆ่าตัวตายมากขึ้น   เหมือนเศรษฐีคนหนึ่งที่รู้ว่าธุรกิจล้มละลาย
ก็ขับรถเบนซ์ไปผูกคอตายที่สวนยางพารา   เขียนจดหมายลาตายไว้ว่า   ชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว     อาตมาอ่านข่าวแล้ว งง 
แล้วรถเบนซ์ที่ขับไปเป็นของใคร เห็นไหมเมื่อคนเราไม่เรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงมันก็ทำให้เกิดความทุกข์ได้ เมื่อพูดถึง
เรื่องความทุกข์  ก็ทำให้อาตมานึกถึงคำสอนของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง  มีโยมคนหนึ่งไปปรึกษาท่านเพราะมีความทุกข์
มายมากมารุมเร้าชีวิต     โยมก็เล่าถึงความทุกข์ที่ตนเองประสบมาด้วยความโศกเศร้า   เมื่อโยมพูดจบหลวงพ่อชาก็ชี้ไป
ที่ก้อนหิน    แล้วถามว่าโยมเห็นก้อนหินสองก้อนนี้ไหม    โยมตอบเห็นเจ้าค่ะ   โยมลองไปยกก้อนหินใหญ่นั่นสิยกได้ไหม 
โยมตอบไม่ได้เจ้าค่ะ แล้วถ้าไปยกก้อนหินก้อนเล็กอยู่ข้างกัน  โยมยกขึ้นได้ไหม   โยมตอบเจ้าค่ะ   หลวงพ่อชาท่านจึงสอนว่า 
ปัญหาของโยมมันก็เหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนนั้น  ถ้าเรายกไม่ได้แต่เราฝืนไปยกก็มีแต่หลังจะหักเอา  เมื่อเรายกก้อนใหญ่
ไม่ได้   เราก็ไปยกก้อนที่มันเล็กกว่า   ให้เวลามันทำให้ก้อนหินนั้นมันเล็กลงนิดหนึ่ง   เพราะว่าเมื่อฝนตกน้ำไหลผ่าน ทราย
ไหลผ่านมันก็กัดกร่อนก้อนหินให้เล็กลงได้    

     ก้อนกิน

    พูดง่าย ๆ คือ ให้เวลาเป็นยาชาของปัญญา เวลามันจะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ ในชีวิตมากมาย   เพราะว่าโลกนี้มีอะไร
ที่เรายังไม่ได้เรียนรู้อีกมากมาย   ยิ่งเราเรียนยิ่งเห็นความโง่ของตนเอง  เพราะว่ามีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้   มีความรู้อย่างหนึ่ง
ที่น่ากลัวที่สุดในโลกคือ  คำว่ารู้แล้ว   สิ่งนี้เปรียบเปรียบเหมือนน้ำล้นแก้วเติมเท่าไหร่ก็ไม่เข้า 
    เมื่อพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงคนมักจะกลัว   กลัวว่ามันจะเป็นอย่างนั้น  อย่างนี้  โยมจะกลัวทำไม ถึงเรากลัวเราก็ต้องเจอ
อยู่แล้ว  จงเปลี่ยนความรู้มาเป็นการเรียนรู้    มีครอบครัวหนึ่งไปกู้เงินที่ธนาคารมาจำนวนมาก   พอเจอพิษเศรษฐกิจก็ไม่มีเงิน
ไปใช้หนี้ธนาคาร  ผู้เป็นสามีก็เดินกลับไปกลับมา ภรรยาเห็นจึงถามว่าพี่เป็นอะไรเหรอ เดินไม่หยุด  สามีตอบว่าก็กลุ้มใจน่ะสิ
พรุ่งนี้ต้องเอาเงินไปคืนธนาคาร แต่ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขาไม่ต้องกลุ้มใจเดี๋ยวฉันจัดการเอง ภรรยาหยิบโทรศัพท์ขึ้น
แล้วโทรไปที่ธนาคารแห่งนั้น 
     ขอสายผู้จัดการธนาคารหน่อยค่ะ”
      ปลายสายจึงพูดขึ้นว่า “กำลังพูดอยู่ครับ”  
      “ผู้จัดการคะ จำคุณสมชายได้ไหมคะ”  
      ผู้จัดการตอบว่า “จำได้ครับ มีอะไรหรือครับ”  
      “ฉันเป็นภรรยาของคุณสมชายค่ะ พรุ่งนี้คุณสมชายไม่มีเงินไปใช้หนี้นะคะ”   
      พูดเสร็จเธอก็วางสายโทรศัพท์   คุณสมชายก็มีความสุขเพราะได้บอกให้ผู้จัดการธนาคารรู้แล้ว  ตอนนี้ความทุกข์ก็ไปอยู่
ที่ผู้จัดการแทน   ผู้จัดการกลับมาบ้านนอนยังไงก็นอนไม่หลับ  ประมาณห้าทุ่มจึงโทรไปที่บ้านของคุณสมชาย  พอโทรติด
จึงขอสายภรรยาของคุณสมชาย แล้วบอกว่า  ที่คุณสมชายไม่มีเงินมาใช้หนี้ คุณรู้ไหมเพราะอะไร ภรรยาคุณสมชายจึงถามว่า
“เพราะอะไรคะ”   ผู้จัดการจึงบอกว่าเป็นเพราะคุณสมชายเอาเงินจำนวนนั้นไปให้กิ๊กน่ะสิ  พูดจบผู้จัดการก็วางสายทันทีแล้วก็
นอนหลับสบาย  คนที่นอนไม่หลับก็คือสองสามีภรรยา เห็นไหมโยม ถ้าเรามีปัญญาเราก็สามารถที่จะถ่ายเทความทุกข์ได้
    อาตมาอยากจะถามโยมว่า  ทุกข์มีไว้ทำไม   โยมที่หนึ่งตอบว่า  ทุกข์มีไว้เพื่อปลด   หลายคนอาจจะตอบว่าทุกข์มีไว้ให้แก้
  คำตอบที่อาตมาขอชี้แนะคือ  ทุกข์มีไว้เห็น  ไม่ใช่มีไว้เป็น  บางคนเมื่อมีทุกข์เป็นเลย  ไม่เห็นก่อน   เพราะว่าทุกข์เท่าทัน
ที่เกิดขึ้น  ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่  ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป  หมายความว่าทุกข์มันก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา  ถ้าเรารู้เท่าทันความ
ก็เบาบางลงได้  ความทุกข์มันจะกลัวคนที่รู้เท่าทัน ความทุกข์จริง ๆ มันมีอายุสั้น  แต่เรามักจะต่ออายุให้มันด้วยการคิดวนเวียน
ซ้ำซาก    
   เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลงก็นึกถึงหลวงตารูปหนึ่ง ท่านได้เทศน์สอนเรื่องของการเปลี่ยนแปลง  ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่ใช่
ของเรา เป็นสิ่งสมมุติ อย่าไปยึดติด อะไรที่ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่ใช่ของเราวันยังค่ำ  พอหลวงตาเทศน์จบปรากฏว่าย่ามหาย 
หลวงตาจึงได้ไปแจ้งความ  ตำรวจพูดว่า  หลวงตาครับ อะไรที่ไม่ใช่ของเรา  มันก็ไม่ใช่ของเราวันยังค่ำแหละครับหลวงตา
หลวงตา ก็พูดว่า  แต่ย่ามนั้นมันของอาตมานะโยม  อย่างนี้แหละโยม เมื่อไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นธรรม 
     สรุปว่าในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นสังคม  การดำเนินชีวิต  ความเป็นอยู่ สังคมเมืองบ้านติดกันแต่
ไม่รู้จักกันเพราะไม่เคยพูดคุยกัน  มีกำแพงสูงแต่ป้องกันขโมยไม่ได้  ไม่เหมือนคนโบราณที่มีเพื่อนบ้านเป็นรั้วบ้านที่ดี 
คอยสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้  
     และที่สำคัญโยมต้องปรับทัศนคติของโยม  เมื่อโยมทำงานมาก โยมต้องสร้างงานให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น   โยมมีเงินมาก 
ต้องใช้เงินให้มีความสุขทั้งตนเองและเกื้อกูลคนรอบข้าง มีเทคโนโลยีสูง ต้องสร้างความสุขให้สูงตาม เมื่อโยมทำได้เช่นนี้
แสดงว่าโยม เรียนรู้ชีวิตให้เข้าใจความอย่างอย่างถูกต้อง

      รอยยิ้มสร้างความสุข

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine