ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

เรื่องจากปก...'วิธีคิด...พลิกชีวิตสู่ความสำเร็จ' ปุ๊กลุก - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล
:: 313 Views :: 0 Comments :: เรื่องเด่นจากปก

เรื่องจากปก   :  เบญจภรณ์ ลิ้มเจริญเงิน

เปลี่ยนวิธีคิด...พลิกชีวิตสู่ความสำเร็จ
ปุ๊กลุก - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ปุ๊กลุก - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

        คงไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงจนเกินไปนัก หากจะบอกว่า ณ ช่วงเวลานี้คนทั่วประเทศไม่น่าจะมีใครไม่รู้จัก 
หญิงสาวหน้าตาสะอาดสะอ้านที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเรา ชื่อ ฝนทิพย์  วัชรตระกูล สาวน้อยนัยน์ตาคม วัย 21 ปี 
กับความสามารถเกินขีดจำกัดของเธอ ซึ่งคว้าตำแหน่ง ‘มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2553’ มาครอบครอง 
พร้อมทั้งแจ้งเกิดบนเวทีระดับโลกด้วยการคว้า 3 รางวัล อย่าง ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม, Miss Photogenic 
และ Miss People’s Choice Award ในการประกวด ‘มิสยูนิเวิร์ส 2010’ มาได้อย่างภาคภูมิ

     ในโลกของแวดวงสาวงาม หญิงสาวที่เราเรียนกันติดปากว่า ‘ปุ๊กลุก’ คนนี้ มีความสนใจทางด้านกฎหมาย
มาตั้งแต่ยังเยาว์ และปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
     ทว่าในโลกของวงการบันเทิง เธอนั้นเป็นหนึ่งในนางเอกคลื่นลูกใหม่ของ สถานีวิทยุโทรทัศน์สีกองทัพบก
ช่อง 7 ด้วยบุคลิกมาดมั่น และสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉายแววให้กลายมาเป็นนางเอก
ที่กำลังได้รับบทบาทที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทหญิงไทยผู้สูงศักดิ์นามว่า ‘แม่ประยงค์’ 
ในละครเรื่อง ‘ทวิภพ’ ต่อด้วยบทสาวนักศึกษาใน ‘เรือนล้อมรัก’ และ ‘เพลงรักบ้านนา’ ที่กำลังจ่อคิวลงจอ
ในอีกไม่นาน

     “จริง ๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้มาทำงานในวงการบันเทิง” เริ่มต้นประโยคด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อเรา
ถามถึงความฝันในวัยเด็ก
     “ตอนนั้นจำได้ว่าเราอยากจะเป็นนักกฎหมายมากกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนนิสัยตรง ๆ  ด้วยมั้ง (หัวเราะ)
ส่วนตัวเป็นคนที่จะรับฟังเหตุผลเป็นหลัก ถ้าหากมีน้ำหนักไม่เพียงพอก็จะไม่ปักใจเชื่อง่าย ๆ  ไม่รู้เหมือนกันว่า
ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น คงเพราะเห็นคุณพ่อเป็นตัวอย่างตั้งแต่เด็ก ๆ ท่านจะเลี้ยงดูเราโดยให้อิสระทางความคิด
ถ้าตัดสินใจทำอะไร ลงไปแล้วเห็นว่าผิด ก็มักจะถามเหตุผลก่อนเสมอว่า เพราะอะไรถึงทำอย่างนี้ แล้วท่านถึงจะ
นำเหตุผลของท่านกับของเรา มาเปรียบเทียบกันให้เห็นว่า อันไหนคือสิ่งที่ถูกต้อง ตรงนี้เองที่ทำให้จุดประกาย
ความคิดอยากที่จะเรียนทางด้านนี้อย่างจริงจัง
     อีกอย่างปุ๊กลุกคิดว่าการที่ในสังคมมีกฎระเบียบแบบแผนมารองรับในทุก ๆ เรื่อง ทำให้คนในสังคมมีระเบียบวินัย
มากขึ้น  สร้างความเป็นธรรมในสังคม  การเรียนนิติศาสตร์จึงเป็นเสมือนการที่เรามีอาวุธทางปัญหา  และไม่ว่าใคร
หน้าไหน  ก็ไม่สามารถ รังแกเราได้ง่าย ๆ ซึ่งพอมีโอกาสได้ศึกษาจริง ๆ จัง ๆ  ก็ทำให้รู้ว่านี่แหละค่ะ  คือตัวตนของ
ปุ๊กลุกเอง”

     ว่าแต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เราอยากรู้เหลือเกินว่า ระหว่างการเรียนในสิ่งที่เธอรักควบคู่ไปพร้อม ๆ กับ
อาชีพที่เธอใฝ่ฝัน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากสองสาขาอาชีพซึ่งแตกต่างกันนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

     “สำหรับ  ปุ๊กลุก   การที่ได้เรียนกฎหมายมันเป็นประโยชน์ทั้งกับคนอื่นและตัวเอง  คือได้ช่วยเหลือคน  และได้
ฝึกการคิดวิเคราะห์ ใช้หลักเหตุผล   ส่วนนักแสดงมันก็ทำให้เราได้เจอกับประสบการณ์หลายอย่างเหมือนกัน ทุกวันนี้
จากการที่ได้เข้ามาในวงการโดย ไม่ได้คาดคิด   เราก็เริ่มคิดแล้วว่าอยากจะเป็นนักแสดงที่ดี  เพราะตั้งแต่วันแรกที่
ปุ๊กลุกเข้ามาสมัครที่กองประกวด ก่อนหน้านี้รู้จักแค่คำว่าดารา เราไม่เคยรู้จักคำว่านักแสดงเลย แต่พอเราได้เจอรุ่นพี่
ที่มากฝีมือ ผู้กำกับ เจอผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงมากขึ้นมันก็ทำให้คำว่าดาราหายไปเหลือแต่คำว่านักแสดงเพราะ
การเป็นนักแสดง คือ การทำทุกอย่างเพื่อที่จะเป็นตัวละครตัวนั้นให้ดีที่สุด นักแสดงไม่ใช่อาชีพที่ต้องขายแต่หน้าตา
เหมือนกับดารา เดี๋ยวนี้ดาราหน้าตาดีอย่างเดียวแต่การแสดงห่วงแตก ไม่มีความตั้งใจ คุณก็เป็นนักแสดงที่ดีไม่ได้หรอก
     สองอาชีพนี้ ดูไม่น่าจะไปด้วยกันได้ ประสบการณ์การแสดงช่วยในเรื่องของหลักจิตวิทยาได้เยอะเหมือนกัน มันทำ
ให้เรามองอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น การแสดงมันทำให้เรามีความเห็นอกเห็นใจ มองเห็นตัวตนของคนอื่นมากขึ้นว่า
คน แต่ละคนแตกต่างกันอย่างไง เขาน่าจะไปพบเจออะไรมาบ้างถึงแสดงออกด้วยวิธีนี้ การแสดงมันหล่อหลอมให้เรา
คิดแบบนี้โดยไม่รู้ตัว ในขณะที่การเป็นนักกฎหมายมีหลักทางความคิดที่คล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะคนเรียนกฎหมาย
เพื่อต้องการนำความรู้ไปช่วยคนที่ตกทุกข์ได้ยากเช่นกัน”

     แต่การเป็น ‘นักแสดง’ ก็ไม่ได้ส่งผลแค่ในแง่บวกเท่านั้น เพราะการทำงานที่ต้องเดินทางไปยังต่างจังหวัดมักต้อง
ประสบอุปสรรค์มากนัก ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนดั่งที่ทุกคนคิดเสมอไป

     “ตั้งแต่แสดงละครเรื่องแรก ช่วงเวลาพักผ่อน ก็เปลี่ยนไป ด้วยความที่เราต้องถ่ายละครอยู่ต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ทำให้
ต้องนอนหลับบนรถบ่อยมาก เลยกลายเป็นคนนอนสะดุ้งทุกสองชั่วโมง เพราะวิตกจริตว่าจะถึงคิวของตัวเองแล้วหรือยัง
จุดนี้เองที่ทำตัดสินใจเลือกซื้อรถบ้านเพื่อที่จะทำให้เราพักผ่อนสมองได้อย่างเต็มที่
     ปุ๊กลุก ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมาก ด้วยความที่เป็นคนไฮเปอร์ตลอดเวลา ทำให้เราต้องใช้พลังมากกว่าคนอื่น
และหมดแรงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การที่เรามีที่พักส่วนตัวทำให้เรานิ่งและได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งมีห้องน้ำในตัวพร้อม
กับที่เปลี่ยนเสื้อผ้า หมดกังวลไปเลย เพราะเวลาที่อยู่กับคนเยอะ ๆ เป็นคนที่จะไม่มีสมาธิ ทำให้ต้องอ่านบทอยู่ในรถ
เพื่อที่จะทำสมาธิอยู่คนเดียววิเคราะห์ตัวละครนั้น ๆ พอออกมาก็สามารถบ้าได้เต็มที่ เพราะเราทำความเข้าใจแล้วทุกคน
ในกองถ่ายก็จะหมั่นไส้มากเพราะว่าตี 3 ทุกคนหมดแรงแล้ว แต่เรายังมีแรงแกล้งคนอื่น ในขณะที่พวกเขาง่วงนอนกัน
การพักผ่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนในวงการบันเทิง ถ้าให้เลือกระหว่างขายคอนโดกับขายรถก็คงเลือกขาย
คอนโดฯ ค่ะ” 

     ปัจจุบันถึงแม้ว่าเธอจะเข้ามาทำงานเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วก็ตาม ด้วยนิสัยใจคอที่ตรงไปตรงมากับความรู้สึกนั้น
ทำให้สาวน้อยคนนี้ต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับตัว เพื่อก้าวเดินบนเส้นทางบันเทิงอย่างมั่นคง

     “ตั้งแต่เริ่มแสดงละครมาได้ 2 ปี ถือเป็นช่วงที่ต้องค่อย ๆ ปรับตัวค่ะ ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เรากลายเป็นผู้ใหญ่
มากขึ้น เรียนรู้ธรรมชาติของการทำงานกับคนหมู่มาก เคยมีครั้งหนึ่งรอเข้าฉากนานมาก ทำให้กระทบกับตารางงานของ
ปุ๊กลุกด้วยความที่เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่คิดหน้าคิดหลัง เราเห็นว่าเขาควรจัดการเวลาให้ดีกว่านี้ เลยแสดงความ
ไม่พอใจออกมา ทำให้คนที่ฟังรู้สึกว่าเป็นกิริยาที่ก้าวร้าว ไม่มีสัมมาคารวะ ประสบการณ์นี้เองที่สอนให้รู้ว่า ถึงแม้จะไม่มี
เจตนาทำร้ายใคร แต่ในสังคมของการทำงานก็ควรที่จะเก็บอารมณ์ให้มากขึ้น เดี๋ยวนี้ถ้าหากต้องรอนาน ๆ ปุ๊กลุก ก็จะหา
หนังสือมานั่งอ่านไปเรื่อย ๆ  ส่วนตัวคิดว่า การเรียนรู้ลักษณะการทำงานของแต่ละกองถ่ายถือเป็นเรื่องสำคัญ  แต่ละที่จะ
แตกต่างกันออกไป จำเป็นต้องปรับความเข้าใจให้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ”

     ปุ๊กลุก ถือเป็นหญิงสาวที่มีความชัดเจนในความคิด และยังถือเป็นไอดอลของผู้หญิงยุคใหม่ ที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้า
แสดงออก อย่างสร้างสรรค์ เธอเป็นคนหนึ่งที่ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศหญิง
และเพศชายใน สังคมไทยทุกวันนี้

(โปรดติดตามต่อในเล่ม)

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine