สุขภาพ : ดาด้า
‘ว่านหอมแดง’ สมุนไพรสารพัดประโยชน์

สมุนไพรไทย นับเป็นสิ่งที่มีค่า เพราะสามารถนำมาใช้รักษาสุขภาพให้สดใสแข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างนานา
แต่คนไทยโดยมาก มักมองข้าม โดยหารู้ไม่ว่าพืชพันธุ์หลาย ๆ อย่างรอบตัว สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อดูแลตนเอง
ได้เป็นอย่างดี
ในวันนี้ก็จะขอนำเรื่องราวของพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่เชื่อว่าคนยังไม่ค่อยรู้จัก ทว่าประโยชน์ของมันมีหลากหลายมาก
นั่นก็คือ ‘ว่านหอมแดง’ เป็นไงคะ ชื่อไม่คุ้นกันเลยล่ะสิ
อ๊ะ อ๊ะ แต่เข้าใจผิดว่า ว่านหอมแดง คือ หัวหอมแดงที่เราใช้ทำกับข้าวนะคะ ชื่ออาจคล้ายกัน แต่จริง ๆ เป็นพืชคนละชนิดกัน
และมีชื่อพฤกษศาสตร์ต่างกันด้วยค่ะ ‘ว่านหอมแดง’ ที่ว่านี้ เป็นไม้ล้มลุกลงหัว ส่วนหัวคล้ายกับหัวหอมแดงที่เราใช้ปรุงอาหาร
แต่จะยาวกว่า ใบจีบตามยาวคล้ายพัด ดอกสีขาวคล้าย ๆ ดอกกล้วยไม้ สามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี หัวเป็นสีแดงตั้งแต่
ข้างนอกถึงข้างใน พบตามป่าดงดิบชื้นทางภาคใต้ ส่วนชาวบ้านทางภาคเหนือของประเทศไทยนิยมปลูกว่านหอมแดง ไว้เป็นยา
และเป็นอาหาร
สรรพคุณของว่านหอมแดงนั้น ใช้แก้หวัด โดยนำส่วนหัวมาทุบให้แตกผสมกับเปราะหอม นำไปโปะกระหม่อมเด็ก
ช่วยรักษาอาการหวัด คัดจมูก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ส่วนหัวที่บดแล้วมาทาท้องเด็กเพื่อ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้อีกด้วย
นอกจากนั้นแล้ว หมอยาพื้นบ้าน หลายแห่งยังนิยมใช้หัวทุบชง หรือต้มเพื่อนำมาดื่ม ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปวดท้อง
ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด แก้เลือดออกตามไรฟันใช้เป็นยาบำรุงเลือดในสตรี ช่วยทำให้หลับสบาย ชาวม้งมักจะกิน
ว่านหอมแดงสด ๆ หรือต้มใส่ไก่กินแก้ปวดท้อง
ยังค่ะ ยังไม่หมด สรรพคุณอีกอย่างของสมุนไพรชนิดนี้คือ เป็นยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย วิธีการใช้ก็ไม่ยากอะไร
นำหัวมาฝาน แล้วทาแปะไว้บริเวณที่ถูกกัด หรือใช้ หัวว่านหอมแดงผสมกับหอมแดงที่ใช้แกง กระเทียม 4 - 5 กลีบ ใส่เกลือเม็ดเล็กน้อย
ตำผสมกันแล้ว นำไปแปะที่แผล ก็จะช่วยสมานแผลได้ดี
อ้อ ลืมบอกไปอีกอย่างค่ะ บางตำราบอกไว้ด้วยนะว่า นำไปใช้แก้กลากเกลื้อนและโรคผิวหนังได้ด้วยโดยใช้หัว 5 หัว
ล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียดผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อย ใช้ทาและพอกบริเวณที่เป็น เช้า - เย็น ก็จะหายจากโรคได้ค่ะ
นี่แหละค่ะ เรื่องราวของว่านหอมแดง พืชสมุนไพรสารพัดประโยชน์ที่นำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ เห็นอย่างนี้แล้วก็น่าปลูก
ไว้ที่บ้านนะคะ จะได้นำมาทำยาสมุนไพรใช้เอง ประหยัดเงินดีค่ะ
*************************************
ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร