จับนิยายใส่จอ : ลำเพา เพ่งวรรณ
ทวิภพ : ต้นแบบของนิยายข้ามภพชาติ

‘ทวิภพ’ บทประพันธ์ของ ‘ทมยันตี’ นับว่าเป็นนวนิยายอมตะเรื่องหนึ่งของวงวรรณกรรมไทย ที่ยังคงติดตรึงอยู่ในใจ
ผู้อ่านมายาวนาน อีกทั้งยังได้รับความนิยมจนกระทั่งได้ถูกนำไปผลิตซ้ำผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย ทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์
และละครเวที ซึ่งแต่ละสื่อก็ได้รับการผลิตมากกว่าหนึ่งครั้ง อีกทั้งแต่ละครั้งยังได้รับการตีความใหม่ แต่ไม่ว่าจะตีความอย่างไร
อนุภาคสำคัญที่ทำให้ทวิภพยังคงความเป็นทวิภพอยู่ก็คือ การข้ามภพข้ามชาติผ่านกระจกบานสวย เพื่อนำพามณีจันทร์
สาวน้อยในโลกปัจจุบันกลับคืนสู่อดีตไปหาคุณหลวงอัครเทพวรากร คนรักของเธอในอดีต
แม้นวนิยายไทยจำนวนหลายเรื่องจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการข้ามภพข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นการข้ามจากอดีตมาสู่ปัจจุบันหรือ
จากปัจจุบันไปสู่อดีตก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า ‘ทวิภพ’ ยังเป็นนวนิยายเรื่องแรก ๆ ที่สามารถจัดได้ว่าเป็นต้นแบบของนวนิยายไทย
แนวนี้
‘ทมยันตี’ พยายามสร้างทวิภพมิให้เป็นเพียงนวนิยายเหนือธรรมชาติที่การข้ามภพข้ามชาติเต็มไปด้วยจินตนาการ
ขาดเหตุผลรองรับ หากแต่เธอได้สร้างตัวละครที่เป็นนักฟิสิกส์อย่าง ดร.ตรอง เพื่อช่วยอธิบายการข้ามเวลาย้อนคืนสู่อดีต
ว่ามีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับได้ จึงกล่าวได้ว่า ‘ทวิภพ’ มีรูปแบบเป็นนวนิยายแนววิทยาศาสตร์แบบอ่อน ๆ หรือที่
เรียกกันว่า Soft Science Fiction และนี่เองถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้นวนิยายเรื่อง ‘ทวิภพ’ มีคุณลักษณะดีเด่นแตกต่างจาก
นวนิยายข้ามภพข้ามชาติเรื่องอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก
การใช้จินตนาการผสานเข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ช่วยให้ทวิภพดำเนินเรื่องไปอย่างสนุกสนาน ภายใต้โครงสร้างแบบ
โรแมนติค มีการเดินทาง การผจญภัย ความรัก การรอคอย การพบแล้วพลัดพราก และการได้แสดงความสามารถของตัวละครเอก
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้อ่านติดตามทวิภพอย่างจดจ่อข้ามกาลเวลามาหลายทศวรรษ

แม่มณีหรือมณีจันทร์ สาวน้อยในโลกยุคใหม่ เธอเดินทางข้ามเวลาผ่านกระจก เธอรู้สึกผูกพันกับกระจกบานนั้นเสมือนกับ
ว่าเป็นสมบัติที่เคยเป็นของเธอ อีกทั้งเสียงพร่ำเรียกชื่อของเธอซึ่งทั้งแสนนุ่มนวลและถวิลหา ทำให้มณีจันทร์ยินดีที่จะเดินทาง
ไปพบกับคนรักของเธอในอดีต ทมยันตีได้สร้าง
ตัวละครมณีจันทร์ได้อย่างน่าสนใจตรงที่กำหนดให้เธอเป็นลูกสาวท่านทูตในชาติปัจจุบัน ผ่านการศึกษาจากต่างประเทศ
มีความรู้ทั้งในด้านความเป็นไทยและความเป็นสากล เมื่อเธอได้ข้ามเวลาไปสู่ยุครัชกาลที่ 5 อันเป็นยุคที่สยามต้องเผชิญหน้า
กับลัทธิล่าอาณานิคมจากตะวันตก ทำให้แม่มณีเข้าใจถึงเจตนาของตะวันตกได้อย่างดี
นวนิยายเรื่อง ‘ทวิภพ’ เป็นนวนิยายเพียงไม่กี่เรื่องที่เสนอเรื่องราวเหตุการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านของสยามประเทศ ในยุคนั้น
สยามกำลังพัฒนาไปสู่ความทันสมัยในทุกด้านเพื่อแสดงความเป็นอารยะมิให้ชาติตะวันตกหมิ่นแคลนได้ว่าเป็นชาติที่ล้าหลัง
ด้วยเหตุที่แม่มณีคิดเสมอว่าสยามไม่มีอาวุธอื่นใดที่จะเอาไปต่อสู้กับตะวันตกได้ นอกจากวัฒนธรรมที่แสดงความเจริญสูงสุด
เพื่อทำให้ชาติตะวันตกทึ่งและยอมรับในความเป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเจริญด้านวัฒนธรรมมาอย่างสูงสุด
แม่มณีจึงได้นำความรู้ในโลกสมัยใหม่มาใช้กับโลกในอดีตได้อย่างน่าสนใจ นวนิยายเรื่อง ‘ทวิภพ’ จึงอาจเป็นนวนิยายเพียง
ไม่กี่เรื่องที่เสนอถึงประเด็นอาณานิคมและหลังอาณานิคม
ตะวันตกล่าอาณานิคมด้วยเชื่อว่า ชาติตะวันออกที่ตนยึดเป็นอาณานิคมนั้นมีความล้าหลังป่าเถื่อน ตะวันตกใช้อาวุธสำคัญ
สองอย่างคือ เรือปืนกับแผนที่ โดยบังคับให้สยามทำแผนที่ให้แน่ชัด เพื่อแบ่งเขตแดนชัดเจนอันจะเป็นประโยชน์ต่อการล่า
อาณานิคมของกลุ่มชาติตะวันตก เมื่อทำแผนที่แล้วทำให้พระราชอาณาจักร ซึ่งเคยเป็นสิทธิธรรมเด็ดขาดของพระมหากษัตริย์
ต้องแปรเปลี่ยนเป็นรัฐสมัยใหม่ ยังผลให้รัชกาลที่ 5 ต้องทรงปฏิรูปการปกครองด้านต่าง ๆ เพื่อแสดงความเป็นชาติทันสมัย
รัฐสมัยคือ รัฐชาติ ซึ่งมีอาณาเขตปกครองแน่ชัดและมีคณะปกครองตามรูปแบบสมัยใหม่จึงเกิดขึ้นในรัชกาลนี้ ส่งผลให้ผู้คน
ที่เคยข้ามเขตแดนกันไปมาต้องเลือกเป็นพลเมืองของชาติใดชาติหนึ่งไปโดยปริยาย
ความรักระหว่างแม่มณีกับหลวงเทพ จึงมีลักษณะพิเศษกว่าความรักทั่วไป เพราะมิได้เกิดจากความรักของชายหญิงเท่านั้น
หากแต่มีความเป็น ‘ชาติ’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แม่มณีคือพลเมืองในโลกยุคใหม่ที่เข้าใจความเป็นรัฐชาติอย่างแท้จริง แต่หลวง
อัครเทพวรากรยังคงเป็นพลเมืองของรัฐที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างรัฐสยามแบบเก่ากับรัฐสยามแบบใหม่ ความใกล้ชิดของทั้งสองคน
ทำให้หลวงอัครเทพวรากรเข้าใจเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน เขาจึงเปิดโอกาสให้แม่มณีเป็นแม่งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากตะวันตก
เพื่อให้เธอได้แสดงความสามารถด้านการทูต ซึ่งใช้วัฒนธรรมเป็นอาวุธ แม้ว่าวัฒนธรรมที่แม่มณีใช้จะเน้นเฉพาะวัฒนธรรม
ด้านอาหาร แต่อาหารที่ตกแต่งอย่างวิจิตรก็ทำให้ชาติตะวันตกยอมรับในความเป็นอารยะของสยามได้
แม่มณี สาวน้อยที่เดินทางข้ามกาลเวลาผ่านกระจก กลายเป็นผู้ที่ช่วยเหลือสยามยามวิกฤต ก่อให้เกิดความรักและการยอมรับ
ของหลวงอัครเทพวรากร รวมถึงทุกคนในโลกอดีต ในยามที่เธอต้องตัดสินใจว่าจะต้องอยู่ที่ภพใด จึงเป็นความทุกข์อย่างสาหัส
ภพปัจจุบันมีแม่ เพื่อน และคนรักที่แสนเป็นห่วงเป็นใยในตัวเธอ ส่วนภพอดีตมีคนรักที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ในที่สุด
‘ทมยันตี’ เลือกที่จะให้นวนิยายของเธอเป็นนวนิยายโรแมนติค เต็มที่ เพื่อให้ผู้อ่านของเธอได้อิ่มเอมใจ โดยให้แม่มณีเลือกที่จะ
อยู่กับหลวงอัครเทพวรากร พร้อมกันนั้นกระจกอันเป็นสื่อแสนวิเศษก็ร้าวเกินกว่าจะข้ามกลับมาสู่โลกยุคปัจจุบันได้
แม้ ‘ทมยันตี’ จะใช้เหตุผลในการอธิบายการข้ามภพข้ามชาติมาด้วยหลักฟิสิกส์ แต่ในด้านการเป็นเรื่องเล่าแล้ว เธอเลือกข้าง
ที่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แม่มณีจึงมีความสุขอยู่กับความรักและคนรักซึ่งโหยหาเธอมาเป็นเวลานานแสนนาน นวนิยายเรื่อง
‘ทวิภพ’ จึงเป็นนวนิยายที่ประสานโลกของเหตุผลและโลกของอารมณ์ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง
น่าเสียดายที่ผู้เสพ ‘ทวิภพ’ มิได้สนใจประเด็นเรื่องรัฐชาติและการล่าอาณานิคมของตะวันตก ซึ่งเป็นแกนหลักของเรื่อง หากแต่
จดจ่ออยู่กับความรักของหลวงอัครเทพวรากร กับแม่มณีเสียมากกว่า ดังนั้นไม่ว่า ‘ทวิภพ’ จะถูกผลิตซ้ำเป็นสื่อใด ๆ ก็ตาม จึงมิได้
ทำให้ผู้เสพเข้าถึงเนื้อหาอันลึกซึ้งซึ่ง ‘ทมยันตี’ ได้ซ่อนไว้ภายใต้กรอบโครงของความรักได้