คลื่นหัวใจ : ดีเจอ้อย
ชิงสุข ก่อนห่าง
เขียนเรื่องนี้ในวันที่คนไทยหัวใจร่วงหล่น หลังจากเห็นข่าวเฮลิคอปเตอร์ถึง 3 ลำ ตกที่ป่า แก่งกระจาน ทั้งพี่ ๆ ทหารและ
พี่นักข่าวที่แม้ลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ยังอุทิศเพื่อการช่วยเหลือคนอื่น ทุกคนมีครอบครัว มีคนที่รออยู่ที่บ้าน
คุณแม่ของพี่ทหารคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า
“เกียรติยศใด ๆ ที่ลูกจะได้รับหลังเสียชีวิต ไม่มีความสำคัญอะไรกับแม่ เท่าที่แม่เห็นลูกเดินกลับเข้าบ้าน” และในที่สุด แม่ก็
ไม่มีโอกาสได้เห็นภาพนั้นอีก ทหารบางคนเพิ่งแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ได้เพียงวันเดียว ก็ต้องไปประจำการ ใครจะรู้ว่า เขาจะไม่มี
โอกาสกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอีก
ชีวิตคนเราสั้นค่ะ สั้นมากแค่หายใจเข้าแล้วหายใจออกไม่ได้ มันก็จบแล้ว ต่อจากนั้นไม่มี ใครรู้ แต่ตอนที่เราอยู่ ต้องรู้ว่า
ควรทำอะไร
ไม่นานนี้ มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่พยาบาลคนหนึ่ง เคยอ่านเรื่องของพี่เขาจากหนังสือพิมพ์ แล้ววันหนึ่งได้เจอตัวจริง ในใจ
แอบกรี๊ดอย่างกับได้เจอดารา พี่แอ้ พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลวิชาชีพ 7 (วช.) ฝ่ายการพยาบาลวิทยาลัยแพทยศาสตร์-
กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล
พี่แอ้เป็นพยาบาลที่ดูแลคนไข้ด้วยยารักษาโรค และยารักษาใจ หลังจากได้ผ่านฝันร้ายครั้งใหญ่ ในชีวิต สามีป่วยด้วยโรค
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หมอบอกว่า ทางรักษามีอยู่ไม่กี่ทาง หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นการคีโม ต้องให้ยาทั้งหมด 8 เข็ม ค่อย ๆ ต่อสู้กันไป
ถ้าโชคดี มะเร็งร้ายอาจจะตายด้วยฤทธิ์ยา พี่แอ้และสามีตัดสินใจในทันที ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ผลข้างเคียงของคีโมมันทรมานแค่ไหน
จากเข็มแรกสู่เข็มที่สอง และเข็มที่สาม
วันหนึ่ง พี่แอ้เปิดประตูเข้าไปในห้องสามี แปลกใจที่เตียงว่างเปล่า มองออกไปที่ระเบียง เห็นสามีกำลังปีนขึ้นไป เพื่อตัดสินใจ
ฆ่าตัวตาย พี่แอ้วิ่งเข้าไปหา น้ำตาไหล และตัดสินใจในวินาทีนั้นว่า ‘หยุด’ พอแล้วเราจะไม่คีโมกันอีกแล้ว กลับบ้านกัน
“พี่ไม่ยอมให้สามีตายอย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ สู้ให้เขากลับไปตายในอ้อมกอดคนที่เขารักและรักเขาที่สุดดีกว่า หมอบอกว่า
ถ้าหยุดไว้แค่นี้ อย่างดีสามีพี่แอ้คงอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ไม่เป็นไรแค่ไหนแค่นั้น พอกลับบ้าน สิ่งที่พี่แอ้ทำทุกวันคือ กอด กอดกัน
วันละสิบ ๆ ครั้ง เดินสวนกันหน้าห้องน้ำก็กอด และบอกกันว่า ‘เรารักกันมากแค่ไหน’
“พี่อย่าทิ้งแอ้ไปนะ เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ” นอกจากภรรยาที่ดูแลสามีด้วยหัวใจ ลูกทุกคน คือพลังที่สำคัญที่สุด
ในการฉุดรั้งชีวิตพ่อ
วันที่ลูกทำตามความฝันสอบชิงทุนได้ไปเรียนต่างประเทศในโครงการแลกเปลี่ยนฯ 11 เดือน เป็นช่วงเวลาที่พี่แอ้ทรมานหัวใจ
อีกครั้ง รู้ว่าลูกเพียรพยายามสอบมาถึง 3 ปี แม่ยินดีให้ลูกไปถึงฝันเสมอ แต่สามีบอกกับพี่แอ้ว่า
“ฉันเกลียดเธอ เธอก็รู้ว่าฉันกำลังจะตาย เธอให้ลูกไปทำไม ส่งลูกขึ้นเครื่องไป เราก็ไม่ต้องเห็นกันอีกแล้วใช่ไหม” พี่แอ้หนีไป
ร้องไห้ แล้วกลับมาด้วยยิ้มใส ๆ เหมือนเดิม
“พี่ ให้ลูกไปเถอะนะ ลูกตั้งใจมากแค่ไหนพี่ก็รู้ 11 เดือน พี่ก็อยู่รอลูกสิ รอให้ไหว รอเห็นเขาสำเร็จกลับมาไง” แล้วก็กอดกัน
สองคนร้องไห้ ลูกเองก็กังวลใจไม่แพ้กัน วันหนึ่งเดินมาบอกกับแม่ว่า
“ไม่ไปแล้วดีกว่าแม่ อยู่กับพ่อดีกว่า ช่างมันเถอะ ไม่ไปเรียนก็เป็นไร” พี่แอ้กอดลูกแน่น
“ไปเถอะลูก แม่สัญญา วันที่ลูกกลับมา ลูกต้องเห็นพ่ออยู่ตรงนี้ แม่สัญญา”
จะด้วยความรัก ด้วยหัวใจ ปาฏิหาริย์ หรือด้วยกอด วันนี้สามีพี่แอ้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ 8ปีแล้วค่ะของขวัญแห่งชีวิต ทำให้
พี่แอ้คิดเยียวยาคนป่วยด้วยกอดเช่นเดียวกัน เจอกันทุกเช้าให้กอด บอกรักกันทุกวัน คุณตา คุณยาย ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่พี่แอ้ดูแล
เจอหน้าทีไรต้องกอดกัน
มีคุณป้าคนหนึ่ง ป่วยเป็นมะเร็ง นอนรักษาตัวอยู่ที่รพ. วันหนึ่งคุณป้าบอกพี่แอ้ว่า
“หนูอย่าให้ป้าตายก่อนมกราคมนะ” พี่แอ้ยิ้มแล้วบอกว่า “ป้าจ๋า ไม่มีใครกำหนดวันตายของเราได้หรอก หนูเองกลับบ้านวันนี้
อาจถูกรถชนแล้วตายใครจะไปรู้ ทำไมล่ะคะ มกราคมมีอะไร”
“ลูกป้ารับปริญญาเดือนนั้น ป้าอยากเห็นเขาสำเร็จ นะหนูนะ อย่าให้ป้าตายก่อน” พอรู้แบบนี้สิ่งที่พี่แอ้รีบทำคือ ติดต่อกับลูกสาว
ของป้า ให้ขอใบปริญญาล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัย
ปรากฏว่า ‘ทำไม่ได้’ ต้องรับพร้อมกันในวันงาน พี่แอ้ตัดสินใจโทรไปที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง เล่าถึงความจำเป็นทั้งหมด
จนในที่สุด ใบปริญญาได้มาอยู่ในมือลูกสาวป้าก่อนมกราคม ขั้นต่อไปคือเช่าชุดครุย แล้วงานรับปริญญาเล็ก ๆ ในรพ. ก็เริ่มขึ้น
แม่กอดลูกสาวที่ถือใบปริญญา ถ่ายรูปเป็นสิบ ๆ ใบ แม้ภาพถ่ายจะมีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ข้างหลัง แต่จะสนใจทำไม
คุณป้ายิ้มแย้มแจ่มใสถ่ายรูปกับลูกสาวไม่รู้เหนื่อย ได้รูปแล้ว พี่แอ้ขอให้ลูกสาวป้าไปขยายรูปใส่กรอบอย่างดีแล้วเอามาไว้ที่รพ.
คุณป้านอนกอดรูปอย่างมีความสุขทุกวัน วันหนึ่งป้าบอกกับพี่แอ้ว่า
“หนูรู้ไหม ป้าเลี้ยงลูกมาคนเดียวเลยนะ เหนื่อยมาก แต่วันนี้ชื่นใจที่สุด ป้าทำสำเร็จแล้วใช่ไหมหนู”
พี่แอ้น้ำตาซึม ได้แต่กอดแล้วบอกว่า “ป้าจ๋า ป้าเก่งที่สุด ป้าส่งเขาถึงฝั่งแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้วนะ” เช้าวันรุ่งขึ้น คุณป้า
ก็สิ้นลมอย่างสงบ ท่ามกลางรูปที่ถ่ายกับลูกสาว ใบปริญญาของลูก กลายเป็นรางวัลยิ่งใหญ่สำหรับแม่ที่บอกว่า ‘แม่ทำสำเร็จแล้ว’
วันหมดลมหายใจ ไม่มีใครบอกได้ แต่สิ่งที่เรารู้ได้คือ เราจะทำอะไรก่อนที่จะถึงวันนั้น คนป่วยอาจจะโชคดีกว่าเล็กน้อยที่
พอจะรู้ว่า เวลาของเขามีอีกไม่มาก อยากทำอะไรให้รีบทำ แต่คนที่สบายดี บางทีก็เศร้า พร่ำเพรื่อ ใช้ชีวิตแบบที่คิดว่า ฉันคงไม่ตาย
แล้ววันหนึ่งจะมาเสียดายที่มีอะไรอีกมากมาย ซึ่งยังไม่ได้ทำ และหนึ่งในนั้นคือ กอดคนที่เรารักได้แน่นที่สุดหรือยัง
|