ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

สกู๊ป...นายกหญิง
:: 488 Views :: 0 Comments :: เรื่องเด่นประจำฉบับ

สกู๊ปพิเศษ

นายกหญิง

นายกหญิง

         ในโอกาสที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก นวนิยายที่เหมาะจะนำมาวิจารณ์มากที่สุดในครั้งนี้
คือ นายกหญิง ผลงานประพันธ์ของ ‘ทมยันตี’ นักเขียนยอดนิยมตลอดกาลของไทย นวนิยายไทยที่นำเสนอ
บทบาทของผู้หญิงในทางการเมืองและการบริหารประเทศมีอยู่ ๓ เล่ม คือ สตรีหมายเลขหนึ่ง นายกหญิง และ
รัฐมนตรีหญิง สองเล่มแรกเป็นผลงานของ ‘ทมยันตี’ ส่วนเล่มหลังเป็นผลงานของ ‘ดวงใจ’หรือ รศ. ประทุมพร
วัชระเสถียร
ผู้ล่วงลับไปแล้ว ดวงใจเขียนเรื่องรัฐมนตรีหญิง ลงเป็นตอน ๆ ในนิตยสาร ‘สตรีสาร’ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘
        ทมยันตีเขียนเรื่องนายกหญิง ลงในนิตยสาร ‘ขวัญเรือน’ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ และก่อนหน้านั้น ๒๐ ปี ได้เขียน
เรื่องสตรีหมายเลขหนึ่ง ลงในนิตยสาร ‘สกุลไทย’ ซึ่งเป็นเรื่องราวของประเทศสมมุติที่อยู่ในแถบเอเชีย นวนิยาย
เปิดเรื่องโดยให้สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งหรือภรรยาประธานาธิบดีแห่งประเทศกราเซียลี้ภัยมาประเทศไทย
หลังเกิดการปฏิวัติ ต่อมามีข่าวสิ้นชีวิตของประธานาธิบดีเพราะเครื่องบินประสบอุบัติเหตุจากนั้นเรื่องเล่าจึงย้อนไป
สู่อดีต  แม้ว่าจะเป็นเรื่องของสตรีหมายเลขหนึ่ง แต่เธอก็ยังเป็นเพียงคู่ชีวิตของประธานาธิบดี ไม่มีบทบาททาง
การเมืองโดยตรง หากรับบทบาทของคนรัก เมีย และแม่
 
        นายกหญิงจึงนับเป็นนวนิยายแสดงวิสัยทัศน์ของทมยันตีในการจินตนาการถึงศักยภาพของผู้หญิงไทยว่า
หากได้รับโอกาส ผู้หญิงสามารถครองตำแหน่งทุกอย่างที่ผู้ชายครอง และอาจสามารถทำงานในตำแหน่งหน้าที่นั้น
ได้ ‘ดี’ และมีประสิทธิภาพกว่าผู้บริหารเพศชายบางคน เวลาผ่านมา ๑๙ ปี วิสัยทัศน์ของทมยันตีเป็นจริง
ประเทศไทยมีนายกหญิง แต่นายกหญิงตัวจริงของเราจะบริหารบ้านเมืองได้สมกับที่ทมยันตีวาดภาพไว้หรือไม่
ทั้งทมยันตีและเรา - คนไทยต้องรอดูกันต่อไป

สิริมาโว บันดาราไนยาเก  อินทิรา คานธี โกลดา แมร์

      ในระดับโลก ในหลายประเทศ ผู้หญิงมีโอกาสก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอันเป็นตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง
มาแล้ว โลกมีนายกรัฐมนตรีหญิงมาแล้ว ๕๑ คน นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของโลก คือนางสิริมาโว บันดาราไนยาเก
(Sirimavo Bandaranaike)
แห่งศรีลังกา คนที่สองและคนที่สามก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีเช่นกัน นั่นคือ
 นางอินทิรา คานธี (Indira Gandhi) แห่งประเทศอินเดีย และนางโกลดา แมร์ (Golda Meir) แห่งประเทศอิสราเอล
น่าภาคภูมิใจที่เริ่มมีนายกรัฐมนตรีหญิงในประเทศทางเอเชีย และในประเทศที่อาจกล่าวได้ว่าผู้หญิงมีสถานภาพ
ทางสังคมเป็นรองเพศชายอย่างมาก  หลังจากนายกรัฐมนตรีหญิงทั้ง ๓ คนที่กล่าวไปแล้ว โลกมีนายกรัฐมนตรีหญิง
อีก ๔๘ คน กระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา บางคนทำงาน
จนครบวาระ บางคนทำงานหลายวาระ บางคนต้องหลุดจากตำแหน่งก่อนวาระ และบางคนสิ้นชีวิตเพราะถูกลอบ
สังหาร  ปัจจุบันมีนายกรัฐมนตรีหญิง ๗ คนใน ๗ ประเทศ คือ เยอรมนี ออสเตรเลีย เปรู มาลี สโลวาเกีย และตรินิแดด
แอนด์โตแบคโก กว่าบทความนี้จะเผยแพร่ ประเทศไทยคงได้รับการบันทึกว่าเป็นประเทศที่ ๘ ที่มีนายกรัฐมนตรีหญิง
อันดับที่ ๕๓ ของโลก  เมื่อคิดอย่างนักสตรีนิยม นี่คือชัยชนะของสตรีไทยบนเวทีการเมืองที่บุรุษครองพื้นที่มายาวนาน
         เนื่องจากการเมืองไทยเมื่อเกือบ ๒๐ ปีมาแล้ว ไม่มีช่องว่างให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีได้  นวนิยายเรื่อง
นายกหญิง ของ ทมยันตี จึงใช้ฉากสมมุติของประเทศไทวัคซึ่งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำนองเดียวกับประเทศ
กราเซียในเรื่องสตรีหมายเลขหนึ่ง  เข้าใจได้ไม่ยากว่าการใช้ฉากและเหตุการณ์เป็นอุปมาสมมุติเช่นนี้ น่าจะทำให้
ทมยันตีแสดงความคิดวิพากษ์วิจารณ์ “การเมือง” ไทยได้ถนัดปาก และปล่อยให้ผู้อ่านได้เติมเติมช่องว่างระหว่าง
พรมแดนของนวนิยายและความจริงเอาเอง สนุกทั้งคนเขียน สนุกทั้งคนอ่าน
         ในเรื่องนายกหญิง มาดามโกลัญญ์ คริมา ภรรยาของคีน คริมา ต้องรับบทหัวหน้าพรรคหลังจากสามีและลูกชาย
เสียชีวิตจากการวางระเบิดสังหารของพรรคการเมืองคู่แข่ง  ความฉ้อฉลทางการเมืองพาให้เธอซึ่งมี ส.ส. ของพรรค
เพียง ๑๓ คน ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี  แต่ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายค้าน
กองทัพ พ่อค้ามาเฟีย และประชาชนธรรมดา ต่างเห็นว่าเธอเป็นเพียง ‘นายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ’ หรือ ‘ละครสลับ
ฉากสั้น ๆ ไล่เมื่อไรก็ต้องเลิกเมื่อนั้น’ และให้เวลาไม่เกิน ๖ เดือน  โกลัญญ์ คริมา มีเวลาดำรงตำแหน่งมาดามนายก
รัฐมนตรีไม่ถึง ๖ เดือนอย่างที่ใคร ๆ คาดการณ์เอาไว้ แต่ไม่ใช่เพราะว่าเธอโง่เง่าอ่อนหัด บริหารงานไม่เป็น ถูกครอบงำ
โดยกลุ่ม ‘อำนาจเก่า’ หรือว่าอ่อนแอเป็นผู้หญิงเกินไป ตรงกันข้ามเธอครองตำแหน่งได้ไม่ครบวาระเพราะเธอฉลาด
เกินไป  รู้ทันคน รู้ทันเกมการเมืองเกินไป แกร่งเกินไป และที่สำคัญยึดมั่นในความดีความถูกต้องเกินไป จนได้รับ
ฉายาว่า หญิงเหล็ก หรือนางสิงห์แห่งไทวัค ‘ไออ้อน หรือไลอ้อนแห่งไทวัค’  โกลัญญ์ไม่เสพติดสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่ว่าเก้าอี้
ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ ทรัพย์สิน หรืออำนาจ และแม้กระทั่งชีวิต เธอก็ปล่อยวางถือเป็นเรื่องของวัฏสงสาร 
เธอมีความมุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน แต่ความมุ่งมั่นของเธอสร้างความหวาดหวั่นแก่บรรดา
‘ปลวกที่กัดแทะไทวัค’ เมื่อเธอเปิดโปงรายชื่อคนชั่วฝ่าย ‘อำนาจ’ ก็เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ละครฉากสั้นนี้ต้องเลิกเล่น
 แต่เธอกลับสามารถบัญชาการจนพลิกสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองได้  ชีวิตของเธอจึงต้องสังเวยให้แก่ ‘อำนาจ’ และ
‘พลังเงินตรา’ เช่นเดียวกับสามีและลูก
            ปัญหาที่ทำให้ขาดเสถียรภาพทางการเมือง และฉุดรั้งไม่ให้ประเทศชาติก้าวหน้าตามที่ทมยันตีเสนอไว้ในนวนิยาย
เรื่องนายกหญิงไม่ต่างไปจากปัญหาการเมืองของจริง นั่นคือ การคอร์รัปชั่นที่เกิดจากความร่วมมือของนักการเมืองและ
นักธุรกิจ นอกจากนี้การที่คุณหญิงนักประพันธ์เขียนถึงการเมืองของประเทศไทวัคที่ขับเคลื่อนไปด้วยพลังอำนาจ ๕ ฝ่าย
 คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน กองทัพ นักธุรกิจ และ ‘กลุ่มกวนเมือง’ ที่เป็นกลุ่มจัดตั้งด้วยพลังเงินชั่วร้าย ก็ช่างเป็น ‘กระจกเงา’
สะท้อนภาพการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยปัจจุบันยิ่งนัก คนอ่านนวนิยายเรื่องนายกหญิงจึงไม่รู้สึกว่าอ่านเรื่อง
ไกลตัวเลย
             อย่างไรก็ตาม ความที่ผู้เขียนคงจะมี ‘อารมณ์’ กับความเลวร้ายของนักการเมืองอยู่ไม่น้อย
           “เสียงเล่า” ของผู้เขียนซึ่งเล่าเรื่องในฐานะผู้รู้รอบ (omniscient narrator) จึงมีสำเนียงของความหงุดหงิดแฝงการ
เยาะหยัน เสียดสี เมื่อถ่ายทอดผ่านอารมณ์และความคิดของตัวละครฝ่ายร้ายไม่ว่าตัวใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคต้น
ของนวนิยายเรื่องนี้ ทำให้บุคลิกของตัวละครฝ่ายฉ้อฉลทั้งหลายคล้ายคลึงกันจนแยกไม่ออก อย่างเช่น บทแสดงความคิด
ในใจของตัวละครที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้าน
            “นังเหนียงยานที่ทำเนียบมันพูดอย่างงี้แหละ แล้วไง..มันเก๊าะได้เสียงจากคนพื้นฐานท่วมท้น คราวหน้ากูคงจะต้อง
พูดอย่างงี้กับภารโรง..ใครจะว่าจำขี้ปากผู้หญิงมาก็ช่างมัน พอกูได้เป็นนายกฯ มันก็สังกะเสิญเจริญพรกู ลืมคนอื่น ๆ หมด
คุณสมบัติของนักการเมืองน่ะหรือ..ต้องอดทนและทนอด ต้องด้านหน้าและหน้าด้าน ต้องใจแข็งและแข็งใจ  ประการสุดท้าย
..ต้องพร้อมจะฆ่าเพื่อนและถูกเพื่อนฆ่า !”
             บทแสดงความในใจของนายพลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มี ‘เสียง’ ไม่ต่างกัน
             “พอเป็นแล้วเสือกคิดได้ วงศ์ตระกูลจะพินาศเพราะกูแหละ! ท่ามกลางพายุเงิน ท่ามกลางความหิวกระหายของคน
กูมารับตำแหน่งทำไมวะ ? กองทัพจะดันให้กูเดินอกแอ่นเข้าหารัฐบาล แล้ว
            ‘ยายนั่น’ ก็จะทิ่มกูกลับมา กูถูกอัดก็อปปี้แหง ๆ แล้วจะมาเป็นรัฐมนตรีหาพระแสงด้ามไหน ?”
             เช่นเดียวกับบทรำพึงของประธานหอการค้า
            “เป็นคำตอบ ‘ทั่วไป’ ซึ่งคาดไว้แล้ว ผู้หญิงรู้แค่รับจ่ายในบ้าน จะเข้าใจการเงินทั้งระบบได้อย่างไร อยู่นานเท่าไรก็
เจ๊งเท่านั้น
            คราวหน้าใครจะเป็นนายกฯ วะเนี่ย ?”
           และบทบรรยายความคิดของอธิบดีเมื่อถูกรัฐมนตรีพาณิชย์ ‘จวก’ ฐานให้ข้อมูลตัวเลขที่ทำให้ขายขี้หน้ามาดาม
นายกรัฐมนตรี
            “ไอ้พวกเลขาฯ กะที่ปรึกษาของท่านละแสบ มันกล้าเอาตัวเลขจริงจากเราเสียเมื่อไหร่ มันตบตานายไปวัน ๆ พ่อค้า
วิ่งหาให้คึ่ก ตอนเช้ากะว่าจะเข้าพบสักหน่อย มันก็บอกว่าไม่ว่าง เข้าพบไม่ได้ เลยเปิดไปสัมมนาเสียให้สบายใจ แล้วเป็น
ยังไงบ้าง...อย่างนี้กูก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ‘เป็น’ น่ะไม่ยาก แต่ตอน ‘จะเป็น’ ซิวะยาก !”
           ‘เสียง’ ของผู้เขียนที่กำกับตัวละครหลายตัวในอารมณ์เดียวกันเช่นนี้ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านอยู่บ้าง แต่ฝีมือ
ของ ‘ทมยันตี’ เสียอย่าง ถ้ามองข้ามตรงนี้ไป นายกหญิงก็มีรสของนวนิยายครบถ้วน ทั้งสาระที่ชวนสะท้านใจและอารมณ์
ที่สะเทือนไหว ทั้งรัก เหงา เศร้า
           ที่บางครั้งถึงกับรื้นน้ำตา ถึงจะเขียนไว้ ๒๐ ปีแล้วมาอ่านใหม่ตอนนี้ก็ไม่เชย

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine