เรื่องจากปก : เบญจภรณ์ ลิ้มเจริญเงิน
วิถีแห่งการดำเนินชีวิตอย่างมีศิลปะ
ของ วิว - วรรณรท สนธิไชย

เวลาที่เรานั่งดูละครสักเรื่องบนหน้าจอโทรทัศน์ เราเคยนึกกันเล่น ๆ บ้างไหมคะ ว่าตัวตนสมมุติของตัวละคร
ที่กำลังโลดแล่นอยู่เบื้องหน้า กับตัวตนที่แท้จริงเบื้องหลังของนักแสดงที่กำลังสวมบทบาทอยู่ในละครเรื่องนั้น
มันจะเหมือนหรือแตกต่างกันสักกี่มากน้อย
สำหรับนักแสดงสาววัย 22 ปีอย่าง ‘วิว – วรรณรท สนธิไชย’ ผู้รับบทเป็นสมัน ในเรื่อง ‘คนเถื่อน’ ละครแอ็คชั่น
ฟอร์มยักษ์แห่งค่ายเอ็กแซ็กท์ที่กำลังลงจออย่างดุเดือดเผ็ดมันอยู่ในขณะนี้ เธอบอกกับเราว่า นิสัยใจคอของตัวละคร
คนนี้กับตัวจริงของเธอมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว
“ยอมรับเลยว่าตัวละครที่ชื่อสมันในละครเรื่องคนเถื่อนนี้มีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างจากตัวตนของวิวมาก ๆ เพราะ
ในเรื่องจะรับบทเป็นสาวบ้านไร่แก่นแก้วไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใครง่าย ๆ เรียกได้ว่าเป็นสาวบู๊เต็มตัวเลยค่ะ ทั้งยิงปืน
ขี่ม้า แสดงบทผาดโผน ฯลฯ ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งตัวจริงวิวจะออกแนวเรียบร้อยมันเป็นอะไรที่คนละขั้วกันเลย” เธอเริ่ม
ตอบคำถามของเราด้วยรอยยิ้ม
อย่างที่เราทราบกันดีว่าการแสดงถือเป็นศิลปะที่นักแสดงทุกคนต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกสะท้อนออกมาให้
ผู้ชมได้เห็นอย่างชัดเจน และการเป็นนักแสดงที่ดีนั้นย่อมสามารถสื่อความรู้สึกออกมาจากเบื้องลึกได้ ไม่ใช่เพียงท่อง
บทพูดแต่ไร้ความเข้าใจ ซึ่งวิวบอกกับเราว่าเธอโชคดีที่มีต้นแบบทางการแสดงคอยชี้แนะแนวทางทำให้เข้าใจศาสตร์
แห่งศิลปะนี้อย่างแท้จริง
“เมื่อ 3 ปีก่อน พี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ชวนวิวมาแสดงละครเรื่อง ‘แก้วล้อมเพชร’ กับค่ายเอ็กแซ็กท์
เป็นครั้งแรก ทำให้วิวมีโอกาสได้เรียนการแสดงกับหม่อมน้อย (ม.ล. เทวกุล) ท่านไม่ได้สอนเรื่องของแอ็คติ้งเพียง
อย่างเดียว แต่ยังสอนในคือเรื่องของการนั่งสมาธิ ปล่อยวางจิตให้นิ่งและว่างที่สุด ท่านจะให้เดินจงกรมเพื่อให้ร่างกาย
กับจิตใจผูกพันเป็นหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะสวมบทบาทเป็นตัวละครไหนก็จะเป็นธรรมชาติ จนสามารถทำให้คนดู
เชื่อได้ว่าเราคือตัวละครตัวนั้นจริง ๆ
“ไม่ใช่เพียงนำไปใช้กับการแสดงเท่านั้น การกำหนดสมาธิ ตั้งมั่นให้อยู่กับตัวเอง จะทำให้กิจวัตรประจำวันที่เคยทำ
ของเรานั้นช้าลง จากคนที่เคยเปิดน้ำทิ้งไว้ ลืมปิดไฟ ไม่ใส่ใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เอาแต่ใจลอยคิดถึงเรื่องอื่นเพียงอย่างเดียว
ถ้าหากได้ฝึกฝนตรงนี้จะทำให้รู้ทันความคิดของตัวเอง ชีวิตจะดำเนินอย่างเป็นระบบและมีแบบแผนมากยิ่งขึ้นค่ะ”
นอกเหนือจากความสามารถในด้านการแสดง และบุคลิกเรียบร้อยแต่ร่าเริงของเธอแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าค้นหาในตัวตน
ของเธอนั่น ก็คือความสามารถในเชิงศิลป์ที่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การร้อง เล่น เต้น ที่จัดว่าเป็นงานอดิเรกสุดโปรดปราน
ของนักแสดงน้องใหม่คนนี้
“ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ชีวิตส่วนใหญ่ของวิวผูกพันกับศาสตร์แห่งศิลป์มาโดยตลอด จำได้ครั้งแรกที่ขอคุณแม่เล่น
เปียโน ตอนนั้นยังเรียนอยู่ชั้นประถม ด้วยความที่เห็นลูกพี่ลูกน้องนั่งเรียนกันเลยขอให้คุณแม่พาไปเรียนที่โรงเรียน
สอนดนตรีสยามกลการ จากความสนุกสนานพัฒนากลายมาเป็นความชอบ ซึ่งแรงจูงใจหลัก ๆ ที่ทำให้เรียนมาจนถึง
ทุกวันนี้เพราะวิวรู้สึกว่า การเล่นดนตรีช่วยเพิ่มสมาธิในการเรียนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจของเรา
ให้อ่อนโยนได้อีกด้วย
“...พอโตขึ้นมาอีกนิดด้วยความที่วิวเป็นนักกิจกรรมตัวยง ชนิดที่ว่าโรงเรียนมีงานเมื่อไหร่วิวจะออกไปรำไทยหรือ
เต้นรำทุกครั้ง จนกระทั่งเกิดความสนใจอยากเรียนเป็นเรื่องเป็นราว จนได้เรียนเต้นกับครูเป็ด (วาเนสซ่า กัณโสภณ)
ที่โรงเรียนสอนเต้นลาด๊องส์ (La Danse) แต่สำหรับตอนนี้เริ่มหันมาเต้นบีแด๊นซ์ที่ตึกแกรมมี่แล้วค่ะ
“และอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของวิวนั่นก็คือการร้องเพลง เพราะเวลาที่ไปร้องคาราโอเกะกับญาติ หรือตามงาน
แต่งงานไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนจะต้องมีวรรณรทอยู่บนนั้นเสมอ ๆ ส่วนตัวเป็นคนชอบฟังเพลงหลายแนวไม่ว่าจะเป็นป๊อป
ร็อค แจ๊ส ฯลฯ แต่สไตล์ที่ชื่นชอบจริง ๆ คงเป็นแนวเพลงอะคูสติก และโมซาร์ท ที่ไม่หนักมาก ฟังง่าย ๆ สบาย ๆ แต่บางที
ที่อยู่ในอารมณ์เบื่อ ๆ อาจจะเปลี่ยนไปฟังป๊อปบ้าง หรืออาจจะมีร็อคหน่อย ๆ ทำให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง สำหรับ
ศิลปินนักร้องในดวงใจของวิวต้องคนนี้เลยค่ะ ปาล์มมี่, วิทนีย์ ฮูสตัน และอูทาดะ ฮิคารุ พวกเขาเป็นนักร้องที่เสียงดี
มาก ๆ ค่ะ”
ในระหว่างบทสนทนา วิวยอมรับกับเราว่าการได้ทำในสิ่งที่รักเป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้สดชื่นผ่องใสอยู่เสมอ
เหมือนที่เธอตกหลุมรักศาสตร์แห่งศิลป์ จนมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน แต่ถึงแม้จะไม่ได้สมดั่งใจ
หวัง อุปสรรคนั้นก็ไม่ทำให้วิวทิ้งความฝันของเธอลงกลางทาง
“ตอนแรกวิวตั้งใจสอบเข้าคณะมัณฑนศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เพราะได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากคุณแม่
ตั้งแต่เด็ก ๆ วิวมักจะเห็นท่านวาดภาพเหมือนลงสมุดเป็นเล่มๆ ทั้งภาพการ์ตูน คน สิ่งของ ฯลฯ จนซึมซับสั่งสมกลายเป็น
คนรักศิลปะอย่างไม่รู้ตัว จำได้ว่าครั้งแรกที่วาดรูปเป็นเพราะวิวดูการ์ตูนเรื่องเซเลอร์มูนแล้วเกิดจินตนาการเลยวาดลงบน
ไดอารี่พร้อมกับเขียนบรรยายเรื่องราวความรักเป็นฉาก ๆ หลังจากนั้นเริ่มพัฒนาเป็นรับออกแบบลายเซ็น วาดรูปประกอบ
รายงานให้กับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน จากจุดนี้เองเลยตัดสินใจไปเรียนวาดรูป (Drawing) เพื่อเตรียมตัวเอนทรานซ์ค่ะ แต่
ปรากฏว่าติดคณะโบราณคดี ทีแรกรู้สึกถอดใจเพราะเป็นคนไม่ชอบเรียนวิชาสังคมเอามาก ๆ แต่พอได้เรียนรู้ทำให้เปลี่ยน
ทัศนคติไปจากเดิม การเรียนคณะโบราณคดีเกี่ยวข้องกับการเรียนภาษาล้วน ๆ ซึ่งส่วนตัวแล้ววิวชอบเรียนภาษาเพราะ
คิดว่าถ้าพูดได้หลายภาษาก็ถือเป็นใบเบิกทางที่ดีในการทำงานค่ะ คณะนี้มีความคล้ายกับการเรียนคณะมนุษยศาสตร์
แต่จะเจาะลึกด้านประวัติศาสตร์ของมนุษย์มากกว่าค่ะ
“สาขาวิชานี้สอนให้วิวมองโลกแบบเข้าใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น สอนให้มนุษย์ติดดิน เราต้องออกไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านที่
ต่างจังหวัดซึ่งไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เป็นสิบ ๆ วัน เพื่อไปสร้างโรงเรียน คือไปช่วยสร้างโรงเรียน เรียนวัฒนธรรม ไปเรียนรู้การ
อยู่กับตัวเองและธรรมชาติ ทิ้งทุกอย่างไม่ต้องแสวงหาอีกต่อไป ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง แค่พออยู่พอกินก็เพียงพอ
แล้วค่ะ
“อีกอย่างที่วิวรู้สึกภูมิใจที่ได้เรียนคณะนี้เพราะว่าเด็กโบราณฯ ทุกคนจะต้องวาดรูปเป็น ที่หน้าคณะของทุกคณะจะมี
กำแพงตั้งอยู่ นิสิตจะต้องช่วยกันเพ้นท์กำแพงจนเต็ม อย่างเช่นธีมรับน้อง บาย’เนียร์ หรือแม้แต่วันเกิดอาจารย์ เราจะช่วย
กันวาดจนเต็ม พอครบอาทิตย์จะมีเจ้าหน้าที่มาทาสีขาวทับเพื่อให้นักศึกษาวาดใหม่ เป็นการร่วมมือร่วมใจของนักศึกษา
ตั้งแต่ชั้นปี 1 - 4 ที่ถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่นค่ะ”
ถึงแม้ตอนนี้เธอจะมีงานในวงการบันเทิงเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลบเลือนไปจากใจของเธอก็คือความรัก
ความฝัน และความตั้งใจ ที่จะสร้างธุรกิจจิวเวลรี่เป็นของตัวเอง
“ตอนนี้วิวกำลังจะเปิดร้านจิวเวลรี่ ถือเป็นธุรกิจที่วิวตั้งใจจะทำร่วมกับครอบครัว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความชอบ
ส่วนตัว เวลาที่วิวเห็นคนสวมแหวน หรือใส่กำไล วิวจะชอบมอง แล้วถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่จะต้องเสียเงินซื้อทุกทีค่ะ ซึ่งวิว
วางแผนกับคุณแม่ว่าถ้าเรียนจบปริญญาตรีจะขอเรียนต่อปริญญาโทด้านศิลปะ เพื่อนำความรู้มาใช้ในการออกแบบเครื่อง
ประดับ ธุรกิจของครอบครัวที่พวกเราตั้งใจทำค่ะ” เธอฉีกยิ้มกว้าง
(โปรดติดตามต่อในเล่ม)