เพราะอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก : โชติช่วง นาดอน
หลุมหลบภัย

ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองไทยอย่างนี้ ผู้คนยิ่งเกิดความเครียดเป็นธรรมดา เมื่อเครียด.....ความทุกข์ ความเศร้าใจ
ก็ตามมา
หนังสือตำราพัฒนาตนเองทุกเล่ม มักจะสอนให้คน ‘คิดบวก’ คือ มองโลกในแง่ดี เพราะมันจะทำให้มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป
ถ้าทุกคนทำได้อย่างนั้น ก็คงดี............
ข้าพเจ้าคนหนึ่งละ ที่ทำไม่ได้
ข้าพเจ้ามักมองโลกในแง่ร้าย คือเป็นคน ‘คิดลบ’ ไว้ก่อน
ตอนที่ยังหนุ่มแน่น รู้สึกว่าความคิดแบบ Pessimism มองโลกในแง่ร้ายจะกัดกร่อนจิตใจอยู่พอสมควร แต่ด้านดีก็คือ ก่อให้เกิด
อารมณ์อ่อนไหวรุนแรง แบบคนที่ป่วยด้วย ‘โรคกวี’ เขาเป็นกัน ข้าพเจ้าจึงพอจะมีบทกวีได้ตีพิมพ์อยู่บ้าง
ตกมาถึงมัชฌิมวัย ข้าพเจ้ากลับรู้สึกว่า การรู้จักมองโลกในแง่ร้ายไว้บ้างนั้นมีผลดี ทำให้ชีวิตไม่ค่อยมีมรสุมระดับ
คอขาดบาดตาย เพราะ ‘กริ่งเกรง - กังวล’ อะไร ๆ เอาไว้ล่วงหน้ามากมาย ก้าวย่างชีวิตอย่างรอบคอบเหมือนคนที่ต้องเสี่ยง
เดินผ่านบึงน้ำแข็งต้นฤดูวสันต์ ซึ่งน้ำแข็งเปราะบางอาจแตกหัก ทำให้เราตกลงไปตายอยู่ในบึงได้เสมอ
รอบคอบหรือ ‘ไม่ประมาท’ นั้น เป็นปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า !
อันที่จริง การ ‘คิดบวก’ และ ‘คิดลบ’ ล้วนมีจุดอ่อน จุดพลาดได้ทั้งนั้น ที่เหมาะสมที่สุดคือ ‘คิดได้ถูกต้องตรงกับ
ภาววิสัย’ ภาววิสัยคือ ความเป็นจริงในโลกวัตถุ อัตวิสัยคือ ความคิด ความรู้ ความเข้าใจของเรา ถ้าเราเข้าใจโลกภายนอก
คือ ภาววิสัยผิดไปจากความเป็นจริง ต่อให้เรา ‘คิดบวก’ มากเพียงใด ก็ต้องเผชิญปัญหา ทำการงานไม่สำเร็จ
‘คิดบวก’ นั้นอาจสนุก เพราะเห็นโลกสดใส มีอนาคตที่สวยงามรออยู่
‘คิดลบ’ นั้นอาจเศร้าซึม เพราะอาจทำให้สูญสิ้นความหวัง คนเราหากสิ้นหวัง ชีวิตก็จะเข้าขั้นตกยาก
แต่การคิดได้ถูกต้องตรงกับภาววิสัย จะทำให้ความใฝ่ฝันส่วนตัวสัมฤทธิผลได้เป็นจริง ตามเงื่อนไขของภาววิสัยในกาละเทศะ
นั้น ๆ ซึ่งนี่คือ ‘การสนุกคิด’ แท้จริงคือ คิดทั้งด้านสุขและทุกข์ คิดทั้งด้านดีและด้านร้ายอย่างรอบคอบ รอบด้าน คิดวางแผน
ไว้อย่างดี...
เมื่อทำสิ่งนั้น ๆ ไปแล้ว จึงจะได้ผลที่ ‘สนุก’ คือ สำเร็จตามหวัง
ในบางกาลเทศะ เราต้องยอมรับว่า ความฝัน ความหวังของเราไม่อาจบรรลุผลสำเร็จได้ บางกาละเทศะ เราไม่อาจหลีกพ้น
เรื่องทุกข์ เรื่องผิดหวัง เรื่องร้าย ๆ เรื่องที่เราไม่สบอารมณ์
เราจะหลบลี้หนีหายจากเรื่องก่อความเครียดให้เรา ก็ไม่ได้.........
เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น เราจำต้องทนอยู่ในที่ทำงานเดิม ทั้ง ๆ ที่มีทุกข์มาก เพราะยังหางานใหม่ทำไม่ได้ ขืนลาออก
ไปก็ต้องอดอยากปากแห้ง
เราจึงจำเป็นต้องมี ‘หลุมหลบภัย’ !
ไว้เป็นแหล่งที่ปลอบประโลม สร้างพลังใจ
โลกนี้จึงต้องมีกิจกรรมบันเทิง สันทนาการ กีฬา ฯลฯ คุณเมฆ มณีวาจา (ไมเคิล ไรท์ ฝรั่งที่เป็นปราชญ์สยามคนหนึ่ง) กล่าว
ติดตลกกับข้าพเจ้าว่า กีฬาฟุตบอลดิวิชั่นในอังกฤษ ทำให้กรรมกรผู้ใช้แรงงานในอังกฤษไม่ก่อการปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพ !
‘หลุมหลบภัย’ ของแต่ละปัจเจกย่อมแตกต่างกันไป ข้าพเจ้าจะไม่ก้าวล่วงในประเด็นนี้
นำพาจิตของเราเข้าไปหลบในอาณาขอบเขตที่เป็นแหล่งสุขของเรา อะไรก็ได้ที่สิ่งนั้นไม่ก่อทุกข์ ก่อความเดือดร้อนต่อคนอื่น
‘หลุมหลบภัย’ ของข้าพเจ้าคือ บทกวี !
อ่านวรรณคดีโบราณแล้วมีสุข แต่งกวีก็มีสุข
ยามทุกข์วิ่งเข้ามาชนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะลง ‘หลุมหลบภัยกวี’ แล้วให้เวลาแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ผิดถูกอย่างไรข้าพเจ้าไม่อาจ
รับประกันใครได้ เพียงแต่มันได้ผลดีสำหรับตัวข้าพเจ้า
 |