เสียดายคนตายไม่ได้รู้ : ดังตฤณ
วิธีแก้คำหยาบที่ติดอยู่ในความคิด

ถาม – วันก่อนอ่านเจอคำด่ากันในอินเทอร์เน็ตแล้วคำด่านั้นติดมาในหัว แกะอย่างไรก็ไม่ออก พอดีเป็นจังหวะที่เอื้อให้คำนั้น
เข้ามาประทับแน่นในใจด้วยน่ะค่ะ และเดือดร้อนที่สุดก็ตอนมองใครต่อใครหรือแม้แต่ครูบาอาจารย์ในรูปภาพ ก็เหมือนพลอย
คิดอกุศลเพราะคำนั้นไปด้วย ปกติไม่ใช่คนพูดหยาบคาย อยากทราบวิธีแก้จริง ๆ เป็นทุกข์จนมึนหัวทุกที แม้สวดมนต์ไหว้พระ
ขนาดขอขมาพระรัตนตรัยวันละหลายรอบก็ไม่หายขาด
ตอบ - โลกเรากำลังเต็มไปด้วยเชื้อร้ายครับ ทั้งโรคระบาดทางกายและโรคระบาดทางวิญญาณ และนับวันวิธีการแพร่เชื้อก็ยิ่งง่าย
ขึ้นทุกที
อินเทอร์เน็ตจัดเป็นแหล่งแพร่เชื้อร้ายทางวิญญาณชั้นดี ขอเพียงได้เหลี่ยมได้มุมเหมาะ ก็เหมือนจะมีเชื้อระบาดเข้ามาสู่ใจเรา
รวดเร็วในพริบตา แต่กว่าจะบำบัดรักษาหายได้ก็อาจต้องใช้เวลายืดเยื้อยาวนานนัก แถมก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่มิติโกลาหลบนอินเทอร์เน็ต
ไม่มีป้ายบอกเตือนเสียด้วยว่าให้ ‘ระวังเชื้อร้าย !!’
กรณีนี้ทางที่จะแก้นั้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าที่คำหยาบไม่หายไปจากหัวเรา รวมทั้งที่มันมาปรากฏบ่อย ๆ ไม่ใช่เพราะ
จิตใจฝักใฝ่ถ้อยคำอันเป็นของต่ำ แต่เพราะความทรมานใจกลัวบาปเล่นงานต่างหาก สรุปคือความกังวลตัวเดียวนั่นเองครับเป็นเหตุ
ความกังวลนั่นแหละอาหารชั้นดีที่เลี้ยงดูคำพูดหยาบ ๆ ไว้ไม่ให้ตายไปจากหัวเรา เพราะฉะนั้นถ้ากำจัดความกังวลได้ ทำใจไม่ให้
รู้สึกผิดเสียได้ ในที่สุดมันก็ล่องหนหายตัวอย่างเด็ดขาดไปเอง จะนานช้าแค่ไหนก็ช่างเถอะ
ผมมีอุบายวิธีแก้ให้สองข้อ
๑) คุณต้องบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความจงใจด่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเรา เมื่อไม่ได้จงใจ ไม่ได้เจตนา ก็เท่ากับขาดประธานในการก่อบาป
เพราะพระพุทธเจ้าตรัสว่าเจตนาคือกรรม กรรมคือเจตนา เมื่อไม่ได้เริ่มต้นที่เจตนา แม้เป็นกรรมก็มีกำลังอ่อน และจะไม่ก่อให้
เกิดการติดนิสัยในทางชั่วร้ายกับเราแต่อย่างใด ขอให้สบายใจได้
๒) คราวหลังคิดทีก็ไหว้ที แล้วนึกเงียบ ๆ หรือเปล่งวาจาออกเสียงชัดถ้อยชัดคำยิ่งดี ว่า ใจจริงของเราคือไหว้อย่างนี้ ไม่ได้ยินดี
ตามเสียงด่าในหัวเลย แต่ละครั้งคุณจะรู้สึกแน่ใจ มั่นใจในตัวเองว่าเป็นฝ่ายดี ไม่ใช่ฝ่ายร้าย เมื่อนั้นก็จะสบายใจยิ่ง ๆ ขึ้น
พอสบายใจร้อยครั้ง พันครั้ง ในที่สุดก็จะค่อย ๆ ลบความกังวลไปเอง พอความกังวลหายไปอย่างเด็ดขาด ในที่สุดคำหยาบก็จะ
หายไปจากหัวด้วย หรือถึงแม้จะมีแวบ ๆ เข้ามาบ้าง ก็จะไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกผิดอีกต่อไปแล้วครับ
