คนละดาวเดียวกัน : ฐนธัช กองทอง
สงครามเพศวิถีบนจอทีวี

รายการ “คนละดาวเดียวกัน” เป็นเกมโชว์แนวแปลก เพราะไม่ได้เน้นความตื่นเต้นของการแข่งขัน ไม่ได้เน้น
มุกตลกแบบจำอวดแข่งขันประชันมุกตลกเพื่อเรียกร้องความขบขันจากคนดูและผู้ร่วมรายการ หากแต่เป็นเกมโชว์ที่
เน้นการวัดทัศนคติของผู้แข่งขัน เพื่อการทายใจอีกฝ่ายว่าหญิงกับชายคิดตรงหรือคิดต่างกันอย่างไร
มีบ้างบางสัปดาห์ที่แขกรับเชิญเป็นคนสนุกสนาน การปล่อยทีเด็ดให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ขันจึงมีบ้าง แต่ก็ไม่ทุกครั้งไป
ทว่าภายใต้การเผชิญหน้าของทัศนคติระหว่างเพศกลับสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้ชมได้ไม่น้อย เพราะตลอดรายการทำให้
ผู้ชมที่เป็นชาย เข้าใจผู้หญิงอย่างลึกซึ้ง และทำให้ผู้หญิงเข้าใจผู้ชายด้วยเช่นกัน
หญิงกับชายเป็นมนุษย์อยู่ในดาวเดียวกัน แต่ความแตกต่างทางเพศ ทำให้ขาดความเข้าใจกัน จนดูเหมือนว่าอยู่คน
ละดาว แม้ความชิดใกล้ของทั้งสองเพศแบบสามีภรรยา แต่บางคราก็มีช่องว่างเพราะขาดการสื่อสารกันและกัน ทำให้ไม่เข้าใจ
ซึ่งกันและกันได้
ทัศนคติที่ไม่ตรงกัน จึงเกิดขึ้นได้ทุกเวลา...

รายการคนละดาวเดียวกันมีแนวคิดในแต่ละสัปดาห์ที่ชัดเจน โดยจัดจำลองสถานการณ์ผ่านละครสั้นเพื่อแสดงให้
เห็นถึงเรื่องราวและสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดเป็นช่องว่างระหว่างชายกับหญิง เหตุการณ์เหล่านั้นอาจดูเหมือนไม่ได้
สลักสำคัญเท่าไรนักด้วยซ้ำ แต่อาจเป็นปัญหาใหญ่ลุกลามตามมาได้ เช่น มารยาทบนโต๊ะอาหาร การพูดจา การแต่งตัว
การเลือกของขวัญ จนถึงเรืองใหญ่ๆ อย่างการแอบซ่อนความเป็นเพศที่สามไว้จนก่อให้เกิดปัญหาหย่าร้างขึ้นภายหลัง
เหล่านี้ล้วนเป็นช่องว่างที่เหมือนจะรับรู้ซึ่งกันและกันแต่ไม่เคยเปิดเผยกันอย่างจริงจัง จึงมักจะทึกทักเอาเอง และ
ไม่ได้สื่อสารกัน จนเกิดเป็นปัญหาขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา
จะว่าไปแล้วความแตกต่างระหว่างเพศ เป็นสิ่งที่สังคมกำหนดขึ้นหรือว่าเป็นธรรมชาติที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นประเด็น
ถกเถียงกันมาเป็นเวลานาน บ้างก็ว่าสังคมทำให้หญิงกลายเป็นหญิง และชายกลายเป็นชาย ความเป็นชายและความเป็นหญิง
จึงถูกสร้างขึ้นจากคนในสังคม โดยกำหนดว่าผู้หญิงต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้ เช่น รักนวลสงวนตัว แต่งกายที่แสดงออก
ถึงความเป็นหญิง มีนิสัยแสนงอน หรือมีความละเอียดอ่อนมากว่าผู้ชาย ขณะที่ผู้ชายเองก็ถูกสร้างให้มีคุณลักษณะแสดงออก
ถึงความเป็นชาย เช่น แข็งแกร่ง กล้าตัดสินใจ กล้าเผชิญหน้า และท้าทายมากกว่าผู้หญิง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว อาจมี
ผู้หญิงหรือผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีคุณลักษณะอย่างที่สังคมสร้างขึ้นก็ได้
การมีพฤติกรรมไม่สมเพศ ไม่สมวัย จึงก่อให้เกิดเพศที่สามขึ้นมา และถ้าไม่กลายเป็นเพศที่สามก็อาจถูกติฉินนินทาได้
โดยง่าย เช่น ถ้าผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัว มีความสัมพันธ์กับผู้ชายไม่เลือกหน้า ทั้งที่พฤติกรรมดังกล่าว ถือเป็นเรื่องปกติ
ในชีวิตของผู้ชาย เมื่อผู้หญิงไม่ดำเนินชีวิตตามคุณลักษณะที่สังคมสร้างขึ้น ผู้หญิงจึงถูกตำหนิจนอาจไม่มีคนกล้าคบหาด้วย
รายการคนละดาวเดียวกันได้นำประเด็นดังกล่าวมาสร้างเป็นเกมโชว์ ให้ผู้ชายทายนิสัยใจคอของผู้หญิง ในขณะเดียวกัน
ผู้หญิงก็ทายนิสัยใจคอของผู้ชาย ใครทายถูกมากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะ แต่ทว่าแพ้หรือชนะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความสำคัญอยู่
ตรงที่ว่าเกิดความเข้าใจเรื่องราวระหว่างเพศหญิงกับเพศชาย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนและมีความสุข ประการสำคัญคือ
การอธิบายถึงเหตุผลในการตัดสินใจทาย ทำให้เห็นชัดเจนว่าหญิงและชายคิดแตกต่างกันอย่างไร และความแตกต่างกันนี้อาจ
นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆมากมาย

เท่าที่ได้ติดตามดูรายการคนละดาวเดียวกัน ผู้หญิงซึ่งมักเป็นเพศที่ถูกทำให้ด้อยกว่าชาย กลับแสดงความชัดเจนใน
ท่าทีและเจตนาแสดงออกถึงความเป็นเพศของตน ผู้ร่วมรายการฝ่ายหญิงจะแสดงเหตุผลของตนเพื่อสร้างความเข้าใจต่อ
คนดูให้มากที่สุด แม้ว่าจะมีผู้ร่วมรายการหญิงที่มีความเห็นแตกต่างกันไปบ้าง แต่ถึงที่สุดแล้วก็แสดงออกถึงท่าทีของตนให้
เข้าใจได้ในที่สุด
ผู้หญิงในรายการคนละดาวเดียวกัน จึงเป็นผู้หญิงที่มิได้แอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของความแตกต่างทางเพศอีกต่อไป
หากแต่ดาหน้ากันออกมาอธิบายถึง “ตัวตน” ของเพศหญิงให้ผู้ชมได้ทราบ เช่นเดียวกับผู้ชาย ซึ่งมีถูกมองว่าตรงข้ามฝ่ายหญิง
ก็มีเหตุผลเป็นของตนเองด้วยเช่นกัน
สงครามเพศวิถีบนจอทีวีซึ่งนำเสนอผ่านรายการคนละดาวเดียวกันจึงเป็นสงครามเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างกัน
และกัน น่าสังเกตว่าความเป็นหญิงและความเป็นชายได้พัฒนาไปตามสภาพสังคม ทั่งสองเพศต่างปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลง
และพร้อมจะทำความเข้าใจซึ่งกันและกันมากที่สุด หญิงและชายในรายการนี้จึงมีลักษณะที่ไม่ได้ถูก “ตีตรา” และไม่ได้ถูก
“กักขังอัตลักษณ์” ไว้ด้วยมายาคติที่สร้างขึ้นและแพร่ไปในวงสังคม
คำว่า “ตีตรา” หมายความว่าความหมายของความเป็นเพศชายและหญิง ถูกสร้างขึ้นและกะเกณฑ์ให้ยอมรับในความหมาย
นั้นอย่างที่ผู้ถูกตีตราไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาตอบโต้ทำความเข้าใจ ส่วนคำว่า “กักขังอัตลักษณ์” หมายความว่าเมื่อถูกตีตราแล้ว
ก็ทำให้หญิงและชายต้องกระทำตามอย่างที่สังคมตีตรา จึงกลายเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของเพศตนขึ้นมา และมักจะประพฤติตน
ให้อยู่ในกรอบตามที่สังคมคาดหมาย
ดังนั้นรายการคนละดาวเดียวกัน จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำความเข้าใจระหว่างเพศชายกับเพศหญิงขึ้นมาในจอทีวี
เป็นสงครามที่ดูเหมือนจะห้ำหั่นกันให้ตายไปข้างในรายการเกมโชว์ ทว่ารายการนี้กลับสร้างมิติใหม่ให้แก่วงการสื่อสารมวลชน
เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างชายกับหญิง
น่าเสียดายว่าผู้ร่วมรายการมักเป็นบุคคลในวงการบันเทิงและเป็นคนดัง มีสถานภาพทางสังคมและบทบาทที่ไม่แตกต่างกัน
มากนัก ทัศนคติของชายกับหญิงจึงมิได้แตกต่างกันมากนัก หากว่าได้มีการนำคนต่างชนชั้น ต่างอาชีพ ต่างวัย ต่างยุคสมัย
มาแข่งกันบ้าง ก็อาจทำให้เห็นความหลากหลายระหว่างชายกับหญิงมากยิ่งขึ้นกว่านี้
ฤาว่าชายกับหญิงซึ่งต่ำต้อย ยังมีพื้นที่ในจอทีวีน้อยเกินไป...ฝากรายการคนละดาวเดียวกันนำไปขบคิดด้วย