กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน : ประชาคม ลุนาชัย
ลำแสงที่สาดย้อนกับละครคนบนสะพาน

ช่วงเย็น ๆ ใกล้ค่ำมักเป็นห้วงเวลาที่สวยงามสำหรับใครหลายคน คอเหล้านักนิยมสุรามักถือเอาฤกษ์งามยามนี้นัดหมายสมาชิก
ร่วมกลุ่ม แดดร่มลมตกบรรยากาศดีเหมาะแก่การร่ำสุราเป็นอาจิณ หรือแม้แต่นักทอดหุ่ยขาประจำแม่น้ำลำคลอง มักเลือกสรร
เวลานี้นั่งดื่มด่ำร่ำบรรยากาศ
เย็นย่ำที่เคลื่อนตัวมันเองเข้าหาค่ำคืน เป็นเวลาที่หลายคนรอคอย พนักงานประจำบริษัทเอกชนต่าง ๆ ดีใจที่จะได้กลับบ้าน
ชีวิตในเมืองอาจไม่สะดวกนักกับการเดินทาง กว่าจะถึงเรือนชานก็ต้องฝ่าด่านจราจรทุลักทุเลพอสมควร แต่การที่ได้กลับถึงบ้าน
อีกครั้งก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งในแต่ละวัน คล้ายกับว่าตื่นนอนตอนเช้า เดินทางออกจากบ้านเพื่อจะได้หวนกลับมา บ้านจึงเป็น
บทสรุปของการต่อสู้ชีวิตในแต่ละวัน
ห้วงยามย่ำค่ำในชนบท ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนจะเห็นชาวนาขี่หลังควายกลับจากท้องทุ่ง ภาพย้อนแสงตะวันเป็นเงาดำเคลื่อน
ไปข้างหน้า ไม่เพียงงามด้วยความเป็นชีวิต หากฉายให้เห็นถึงวิถีของคนบ้านนอกที่ผูกพันกับการเพาะปลูกและท้องทุ่งไร่นา
ในวัยเด็กผมเคยยืนอยู่บนคันนาสูงมองข้ามเวิ้งต้นข้าวสีเขียวกลางฤดูฝน ตะวันคล้อยต่ำลงใกล้จะลับขอบฟ้า พ่อแม่และพี่สาว
สองคนของผมกำลังกลับจากท้องทุ่ง พี่สาวคนรองเดินนำหน้า พี่สาวคนโตกับหาบบนบ่ารั้งอันดับสอง คนที่สามเป็นแม่ที่หิ้วของ
บางอย่างเอาไว้ในมือ พ่อจูงควายรั้งท้ายและถูกทัพหน้าทิ้งห่างไปพอสมควร
เงาดำของคนทั้งสี่เคลื่อนไปข้างหน้าตัดทางแสงตะวัน ยิ่งลำแสงด้านหลังเจิดจ้ามากเท่าใด เงาร่างที่เห็นยิ่งมืดดำเท่านั้น
เป็นภาพที่ผมเห็นเจนตามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้มองว่าสวยงามหรือเป็นศิลปะ ตอนนั้นผมรับรู้เพียงว่า เมื่อพ่อแม่กลับมาถึง
เรือนชานอีกไม่นานผมก็จะได้กินข้าวเย็น
หลายปีหลังจากนั้น ในยามที่คิดถึงบ้านและคนในครอบครัว ผมชอบยืนดูตะวันยามพลบค่ำ ไม่ได้รอคอยการกลับมาของใคร
เพียงแค่หวนนึกถึงความงามของชีวิตหลังตะวันตกดิน

แม่กลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน กลิ่นข้าวเหนียวนึ่งก็หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เคล้ากลิ่นปลาย่างและน้ำพริกผักที่โชยมาจากในครัว
ความมืดห่มคลุมลงมาอย่างเงียบเชียบ แสงตะเกียงถูกกจุดขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณตอบรับค่ำคืนใหม่ที่เดินทางมาถึง สมาชิกใน
ครอบครัวก็อยู่กันพร้อมหน้าในวงข้าว พูดคุย ปรับทุกข์ และแย้มยิ้มต่อกัน เป็นความสุขความอบอุ่นของครอบครัวเล็ก ๆ ที่เกิด
ขึ้นซ้ำ ๆ
อิ่มหนำสำราญดีแล้ว แม่จะเป็นคนนำหยูกยาออกมาจากที่เก็บ หลังจากสำรวจตรวจตราร่างกายของลูก ๆ และพ่อบ้าน
ในแต่ละวันผ่านไป มือที่กรำงานหนักมักจะมีบาดแผล หรืออย่างน้อยถ้าโชคดีก็แค่ฟกช้ำดำเขียว แม่จะจัดการทายาให้ลูก ๆ
บางครั้งก็นวดคลึงในส่วนที่เคล็ดขัดยอก ทั้งที่บางครั้งตัวแม่เองก็เจ็บเนื้อปวดตัวไม่ต่างกัน
หลังตะวันตกดินจึงมีทั้งเรื่องราวแห่งความรัก ความอบอุ่นในครัวเรือน และการพักผ่อนอันเป็นสุขตลอดค่ำคืน
ไม่เพียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ผมอาศัยซุกหัวนอน บ้านหลังอื่น ครอบครัวอื่นๆ ก็ไม่แตกต่างกัน
ในที่ทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลางท้องทุ่งนา ริมแม่น้ำ เชิงเขา และตามริมป่าหญ้าชานเมือง ผมไม่อาจนับได้ถ้วนว่าเคย
ยืนมองแสงสียามเย็นมาแล้วกี่ครั้ง
ขณะนั่งอยู่ริมท่าน้ำมองไปที่สะพาน ไม่เพียงหวนนึกถึงวัยเด็กที่เคยยืนคอยพ่อแม่กลับบ้าน ลำแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ที่
สาดแสงเป็นมุมเฉียงลงมา ภาพยวดยานที่แล่นสวนกันไปมาบนสะพานทำให้ผมนึกถึงตัวละครในหนังตะลุง
เงาที่โลดแล่นกับแสงไฟ เสียงลอดลำโพงออกมาจากปากนายหนัง ตัวพระตัวนางร่ายรำพอเป็นพิธีแล้วก็ปักฉึกนิ่งลง รู้ทั้งรู้
ว่าข้างล่างเป็นต้นกล้วย และเงาร่างที่เห็นทำขึ้นจากหนังวัวหนังควาย ไม่ได้มีชีวิตที่แท้จริง แต่ยามนั่งดูอยู่หน้าเวทีไม่วายตื่นเต้น
ไปกับเรื่องราวที่ถูกเล่าขาน
เงาดำบนสะพานที่เดินเหินได้ ส่วนหนึ่งอัดแน่นอยู่ในรถประจำทางและยวดยานอื่น ๆ ไม่ได้ถูกเชิดเหมือนตัวหนังแห้ง ๆ
แต่ด้วยอำนาจของโชคชะตาและเส้นทางชีวิต สีหน้าท่าทางของแต่ละคนต่างกันออกไป บางคนก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่อมั่นใจจุดหมาย
หลายเดินเดินเอื่อยช้าเหมือนหวาดกลัวอนาคตที่ยากจะคาดเดา
บางคนถีบจักรยานลิ่วไปข้างหน้าด้วยแข้งขาที่เปี่ยมพลัง แต่กับอีกคนลากจูงไปช้า ๆ บางคนเดินตัวเปล่าแต่ด้วยท่าทาง
ทอดอาลัย แขนห้อย คอตก และก้มหน้าต่ำ
ละครย้อนแสงสำแดงชีวิตจริงของคนอยู่เบื้องหน้าผม จากฝั่งหนึ่งผ่านหายไปยังอีกฝั่ง ผมนั่งอยู่ที่เดิมจนกระทั่งความมืด
โรยห่มคลุมลงมาทุกด้าน
ระหว่างทางกลับบ้านผมยังนึกถึงภาพชีวิตบนสะพาน ป่านนี้ทุกคนคงถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าคนที่มีบ้านรอคอยการกลับ
และคนไม่มีบ้านจะกลับ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายใด ค่ำคืนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะช่วยพักฟื้นร่างกายและจิตใจ เพื่อจะลุกขึ้นและ
ก้าวเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
คนที่กลับถึงบ้าน นอกจากอาหารมื้อค่ำ และการพูดคุยกับคนในครอบครัว หากตลอดวันอันยาวนานใครได้รับบาดแผลหรือ
ร่างกายเคล็ดขัดยอกเขียวช้ำ พี่น้องในครอบครัวคงได้ช่วยเยียวยา
หรือแม้แต่บาดแผลทางใจ ไม่มีหยูกยาที่สามารถซื้อหาได้ในร้านหมอตี๋หรือโรงพยาบาล แค่แววตาอาทรของคนที่ห่วงใย
ด้วยใจจริง บางครั้งก็มากเกินพอที่จะช่วยให้คนผูหนึ่งใครบางคนเข้มแข็งได้อีกครั้ง
ตลอดค่ำคืนที่ได้หลับพักผ่อน บางคนอาจฝันถึงชีวิตด้านสวยสดงดงามที่ปรารถนาจะมี ครั้นตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้า ชีวิตจริง
กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ทว่า...ไม่ว่าสิ่งที่เผชิญอยู่จะยากลำบากหรือหนักหาสาหัสแค่ไหน ชีวิตของทุกคนยังจะต้องดำเนิน
ต่อไป
เผชิญหน้ากับความเป็นจริงด้วยจิตใจอันกล้าหาญและแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด