ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน...ลำแสงที่สาดย้อนกับละครคนบนสะพาน
:: 208 Views :: 0 Comments :: กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน

กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน  : ประชาคม ลุนาชัย

ลำแสงที่สาดย้อนกับละครคนบนสะพาน

ลำแสงที่สาดย้อน

       ช่วงเย็น ๆ ใกล้ค่ำมักเป็นห้วงเวลาที่สวยงามสำหรับใครหลายคน   คอเหล้านักนิยมสุรามักถือเอาฤกษ์งามยามนี้นัดหมายสมาชิก
ร่วมกลุ่ม   แดดร่มลมตกบรรยากาศดีเหมาะแก่การร่ำสุราเป็นอาจิณ  หรือแม้แต่นักทอดหุ่ยขาประจำแม่น้ำลำคลอง   มักเลือกสรร
เวลานี้นั่งดื่มด่ำร่ำบรรยากาศ
 
       เย็นย่ำที่เคลื่อนตัวมันเองเข้าหาค่ำคืน   เป็นเวลาที่หลายคนรอคอย   พนักงานประจำบริษัทเอกชนต่าง ๆ ดีใจที่จะได้กลับบ้าน  
ชีวิตในเมืองอาจไม่สะดวกนักกับการเดินทาง   กว่าจะถึงเรือนชานก็ต้องฝ่าด่านจราจรทุลักทุเลพอสมควร   แต่การที่ได้กลับถึงบ้าน
อีกครั้งก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งในแต่ละวัน   คล้ายกับว่าตื่นนอนตอนเช้า   เดินทางออกจากบ้านเพื่อจะได้หวนกลับมา   บ้านจึงเป็น
บทสรุปของการต่อสู้ชีวิตในแต่ละวัน
       ห้วงยามย่ำค่ำในชนบท   ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนจะเห็นชาวนาขี่หลังควายกลับจากท้องทุ่ง  ภาพย้อนแสงตะวันเป็นเงาดำเคลื่อน
ไปข้างหน้า  ไม่เพียงงามด้วยความเป็นชีวิต   หากฉายให้เห็นถึงวิถีของคนบ้านนอกที่ผูกพันกับการเพาะปลูกและท้องทุ่งไร่นา
       ในวัยเด็กผมเคยยืนอยู่บนคันนาสูงมองข้ามเวิ้งต้นข้าวสีเขียวกลางฤดูฝน   ตะวันคล้อยต่ำลงใกล้จะลับขอบฟ้า  พ่อแม่และพี่สาว
สองคนของผมกำลังกลับจากท้องทุ่ง   พี่สาวคนรองเดินนำหน้า   พี่สาวคนโตกับหาบบนบ่ารั้งอันดับสอง  คนที่สามเป็นแม่ที่หิ้วของ
บางอย่างเอาไว้ในมือ   พ่อจูงควายรั้งท้ายและถูกทัพหน้าทิ้งห่างไปพอสมควร
        เงาดำของคนทั้งสี่เคลื่อนไปข้างหน้าตัดทางแสงตะวัน   ยิ่งลำแสงด้านหลังเจิดจ้ามากเท่าใด  เงาร่างที่เห็นยิ่งมืดดำเท่านั้น
        เป็นภาพที่ผมเห็นเจนตามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ไม่ได้มองว่าสวยงามหรือเป็นศิลปะ   ตอนนั้นผมรับรู้เพียงว่า  เมื่อพ่อแม่กลับมาถึง
เรือนชานอีกไม่นานผมก็จะได้กินข้าวเย็น
         หลายปีหลังจากนั้น   ในยามที่คิดถึงบ้านและคนในครอบครัว   ผมชอบยืนดูตะวันยามพลบค่ำ  ไม่ได้รอคอยการกลับมาของใคร  
เพียงแค่หวนนึกถึงความงามของชีวิตหลังตะวันตกดิน

กางอ้อมแขนกอดแผ่นดิน

         แม่กลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน   กลิ่นข้าวเหนียวนึ่งก็หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน   เคล้ากลิ่นปลาย่างและน้ำพริกผักที่โชยมาจากในครัว 
ความมืดห่มคลุมลงมาอย่างเงียบเชียบ   แสงตะเกียงถูกกจุดขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณตอบรับค่ำคืนใหม่ที่เดินทางมาถึง  สมาชิกใน
ครอบครัวก็อยู่กันพร้อมหน้าในวงข้าว   พูดคุย  ปรับทุกข์   และแย้มยิ้มต่อกัน  เป็นความสุขความอบอุ่นของครอบครัวเล็ก ๆ ที่เกิด
ขึ้นซ้ำ ๆ
         อิ่มหนำสำราญดีแล้ว   แม่จะเป็นคนนำหยูกยาออกมาจากที่เก็บ  หลังจากสำรวจตรวจตราร่างกายของลูก ๆ และพ่อบ้าน  
ในแต่ละวันผ่านไป   มือที่กรำงานหนักมักจะมีบาดแผล  หรืออย่างน้อยถ้าโชคดีก็แค่ฟกช้ำดำเขียว   แม่จะจัดการทายาให้ลูก ๆ 
บางครั้งก็นวดคลึงในส่วนที่เคล็ดขัดยอก   ทั้งที่บางครั้งตัวแม่เองก็เจ็บเนื้อปวดตัวไม่ต่างกัน
        หลังตะวันตกดินจึงมีทั้งเรื่องราวแห่งความรัก   ความอบอุ่นในครัวเรือน   และการพักผ่อนอันเป็นสุขตลอดค่ำคืน
        ไม่เพียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ผมอาศัยซุกหัวนอน  บ้านหลังอื่น   ครอบครัวอื่นๆ ก็ไม่แตกต่างกัน

        ในที่ทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลางท้องทุ่งนา   ริมแม่น้ำ   เชิงเขา   และตามริมป่าหญ้าชานเมือง   ผมไม่อาจนับได้ถ้วนว่าเคย
ยืนมองแสงสียามเย็นมาแล้วกี่ครั้ง
        ขณะนั่งอยู่ริมท่าน้ำมองไปที่สะพาน  ไม่เพียงหวนนึกถึงวัยเด็กที่เคยยืนคอยพ่อแม่กลับบ้าน   ลำแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ที่
สาดแสงเป็นมุมเฉียงลงมา   ภาพยวดยานที่แล่นสวนกันไปมาบนสะพานทำให้ผมนึกถึงตัวละครในหนังตะลุง
        เงาที่โลดแล่นกับแสงไฟ   เสียงลอดลำโพงออกมาจากปากนายหนัง   ตัวพระตัวนางร่ายรำพอเป็นพิธีแล้วก็ปักฉึกนิ่งลง   รู้ทั้งรู้
ว่าข้างล่างเป็นต้นกล้วย   และเงาร่างที่เห็นทำขึ้นจากหนังวัวหนังควาย   ไม่ได้มีชีวิตที่แท้จริง   แต่ยามนั่งดูอยู่หน้าเวทีไม่วายตื่นเต้น
ไปกับเรื่องราวที่ถูกเล่าขาน
         เงาดำบนสะพานที่เดินเหินได้   ส่วนหนึ่งอัดแน่นอยู่ในรถประจำทางและยวดยานอื่น ๆ  ไม่ได้ถูกเชิดเหมือนตัวหนังแห้ง ๆ  
แต่ด้วยอำนาจของโชคชะตาและเส้นทางชีวิต   สีหน้าท่าทางของแต่ละคนต่างกันออกไป   บางคนก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่อมั่นใจจุดหมาย  
หลายเดินเดินเอื่อยช้าเหมือนหวาดกลัวอนาคตที่ยากจะคาดเดา
        บางคนถีบจักรยานลิ่วไปข้างหน้าด้วยแข้งขาที่เปี่ยมพลัง   แต่กับอีกคนลากจูงไปช้า ๆ  บางคนเดินตัวเปล่าแต่ด้วยท่าทาง
ทอดอาลัย  แขนห้อย  คอตก   และก้มหน้าต่ำ
         ละครย้อนแสงสำแดงชีวิตจริงของคนอยู่เบื้องหน้าผม  จากฝั่งหนึ่งผ่านหายไปยังอีกฝั่ง   ผมนั่งอยู่ที่เดิมจนกระทั่งความมืด
โรยห่มคลุมลงมาทุกด้าน
        ระหว่างทางกลับบ้านผมยังนึกถึงภาพชีวิตบนสะพาน   ป่านนี้ทุกคนคงถึงจุดหมายปลายทาง   ไม่ว่าคนที่มีบ้านรอคอยการกลับ  
และคนไม่มีบ้านจะกลับ   ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายใด   ค่ำคืนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะช่วยพักฟื้นร่างกายและจิตใจ   เพื่อจะลุกขึ้นและ
ก้าวเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
         คนที่กลับถึงบ้าน  นอกจากอาหารมื้อค่ำ  และการพูดคุยกับคนในครอบครัว   หากตลอดวันอันยาวนานใครได้รับบาดแผลหรือ
ร่างกายเคล็ดขัดยอกเขียวช้ำ   พี่น้องในครอบครัวคงได้ช่วยเยียวยา
         หรือแม้แต่บาดแผลทางใจ   ไม่มีหยูกยาที่สามารถซื้อหาได้ในร้านหมอตี๋หรือโรงพยาบาล  แค่แววตาอาทรของคนที่ห่วงใย
ด้วยใจจริง   บางครั้งก็มากเกินพอที่จะช่วยให้คนผูหนึ่งใครบางคนเข้มแข็งได้อีกครั้ง
         ตลอดค่ำคืนที่ได้หลับพักผ่อน   บางคนอาจฝันถึงชีวิตด้านสวยสดงดงามที่ปรารถนาจะมี   ครั้นตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้า   ชีวิตจริง
กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง   แต่ทว่า...ไม่ว่าสิ่งที่เผชิญอยู่จะยากลำบากหรือหนักหาสาหัสแค่ไหน   ชีวิตของทุกคนยังจะต้องดำเนิน
ต่อไป
         เผชิญหน้ากับความเป็นจริงด้วยจิตใจอันกล้าหาญและแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine