ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

จับนิยายใส่จอ....ดอกแก้ว : ผู้ดีและปริศนาทายาท
:: 542 Views :: 0 Comments :: จับนิยายใส่จอ

จับนิยายใส่จอ : ลำเพา เพ่งวรรณ

ดอกแก้ว : ผู้ดีและปริศนาทายาท

ดอกแก้ว

      ดอกแก้ว บทประพันธ์ของ ‘ส.อาสนจินดา’ นักแสดงยิ่งใหญ่ซึ่งล่วงลับไปหลายปีแล้ว บทประพันธ์ของท่านได้รับการสร้าง
เป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์อยู่หลายครั้ง  จนชวนสงสัยว่ามีแนวคิดบางอย่างที่สื่อนัยต่อคนไทยและสังคมไทยบางประการ
 จึงทำให้กระบวนการสร้างและเสพวรรณกรรมเรื่องดอกแก้วคงอยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน
      ‘ดอกแก้ว’ เรื่องราวของสาวบ้านป่าที่ตามล้างแค้นให้พ่อ ซึ่งมีบรรดาศักดิ์สูงส่งระดับเจ้าพระยา แม่ของเธอเป็นหญิงบ้านป่า
บ้านดอย เธอเติบโตอยู่ในชุมโจร ซึ่งขุนโจรนั้นได้ละวางความเหี้ยมโหดหันมาทำงานสุจริต  ดอกแก้วได้เข้ามากรุงเทพฯ กับ ‘ไม้’
ลูกชายของหัวหน้าชุมโจร ซึ่งหลงรักและภักดีต่อดอกแก้วยิ่งชีวิต  โดยมีปืนด้ามทอง สมบัติของพ่อติดตัวมาด้วย  ชะตากรรมนำพา
ให้ได้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของศัตรู ผู้ซึ่งเป็นคนฆ่าพ่อของเธอตาย และภายหลังเธอได้ใช้ปืนด้ามทองสังหารศัตรูคู่อาฆาตซึ่งเธอ
ต้องการแก้แค้นมาตลอด  การณ์กลับกลายเป็นว่ากระสุนที่มีอยู่เพียงนัดเดียวนั้น ได้บรรจุกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ซึ่งก็คือพินัยกรรมที่
พ่อของเธอยกสมบัติทั้งหมดให้นั่นเอง
      แม้ดอกแก้วจะมีเนื้อหาไม่ต่างจากนวนิยายหลีกหนีทั่วไป  อันมีเหตุการณ์สำคัญคล้ายคลึงกับเรื่องอื่น ๆ เช่น  ชนชั้น  การซ่อนตัว
ของตัวละครเอก  การแย่งชิงพินัยกรรม ความแค้นและความรัก การพบแล้วพลัดพราก และความดีที่ชนะความชั่วในท้ายที่สุด  แต่
ดอกแก้วก็ได้สร้างกลวิธีที่แยบยลในการสร้างปริศนาของพินัยกรรม  ซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีการหนึ่งที่นักประพันธ์ในช่วงทศวรรษ 2510 
ได้พยายามสรรหามาเสนอต่อผู้อ่านให้ดูแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ  เช่น ซ่อนไว้ในหลังกรอบรูป  ซ่อนไว้ในล็อกเก็ต ซ่อนไว้ในความดูแล
ของคนเสียสติ ฯลฯ เป็นต้น
       ‘ปืนด้ามทอง’ ซึ่งซ่อนพินัยกรรมไว้นั้น เป็นนัยที่สำคัญมาก ปืนเป็นอาวุธสำคัญในการสังหารผู้อื่น ขณะเดียวกันปืนด้ามทอง
ก็เป็นเครื่องแสดงยศของผู้มีบรรดาศักดิ์  ดังจะเห็นว่าปืนกระบอกนี้เป็นสมบัติที่บิดาของดอกแก้วหวงแหนมาก การมีปืนด้ามทอง
เป็นสมบัติประจำตระกูล จึงแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีเกียรติ มีอำนาจ และมีศักดิ์ศรีเหนือกว่าคนสามัญทั่วไป  ที่น่าสนใจก็คือ
บทประพันธ์เรื่องดอกแก้วเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบราชการในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  สังคมไทยยามนั้นประสบกับความ
ผันผวนต่าง ๆ นานา  อำนาจรัฐมิอาจควบคุมได้ทั่วทุกหัวระแหง จึงเกิดชุมโจรขึ้นมากมายในท้องที่ต่าง ๆ เรื่องดอกแก้วจึงเป็นการ
นำเสนอคู่ขัดแย้งที่สำคัญคือ ‘ชาวบ้านผู้ยากไร้’ กับ ‘ข้าราชการผู้เป็นตัวแทนของรัฐ’ ไปพร้อม ๆ กันด้วย
  
      นวนิยายเรื่องดอกแก้วจึงสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างสังคมที่มี ‘เจ้านายเชื้อพระวงศ์’ มีบทบาทสำคัญในสังคมไทย
 มาเป็น ‘ข้าราชการ’ มีบทบาทแทนที่เจ้านายเชื้อพระวงศ์ มีเครื่องแสดงยศเพื่อแสดงลำดับชั้นของราชทินนามและสายพระโลหิต
ประจำราชตระกูล ข้าราชการในเรื่องนี้จึงมีปืนด้ามทองเป็นเครื่องแสดงเกียรติยศแทน 
      จุดที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคู่ขัดแย้งดังกล่าว มิใช่อะไรอื่น นอกจากความรักระหว่างบุคคล  ดังเช่นที่ท่านเจ้าพระยารัก ‘กิ่ง’
แม่ของดอกแก้ว จนกระทั่งมีดอกแก้วสืบสกุลต่อมา ดอกแก้วจึงเป็นทายาทของตระกูลผู้ดีไปโดยปริยาย แต่ด้วยความที่ดอกแก้วมาจาก
บ้านป่า เธอจึงถูกเบียดขับออกไปจากสังคมของผู้ดี ซึ่งเธอจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเธอเป็นผู้ดีโดยสายเลือด และมีสิทธิ์อันชอบธรรม
ในมรดกของตระกูล

      ส.อาสนจินดา ได้เสนอให้ว่า ‘ช้อย’ เมียอีกคนหนึ่งของท่านเจ้าพระยาซึ่งคบชู้กับทนายความเจ้าเล่ห์ประจำตระกูล ทั้งสองมี
ทายาทสืบสกุลคือ ‘ชไมพร’ แต่ทั้งสองก็ลวงคนในสังคมว่าชไมพรคือทายาทอันชอบธรรมของท่านเจ้าพระยา

ดอกแก้ว

      ตัวละครที่ ส.อาสนจินดาสร้างขึ้นจึงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างความเป็น ‘ผู้ดีโดยสายเลือด’ และ ‘ผู้ดีโดยการ
อุปโลกน์’ ดอกแก้วเป็นผู้ดีโดยสายเลือด ถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะเป็นเพียงชาวบ้านป่าบ้านดง มิได้มีเกียรติยศเงินทองอย่างคนในตระกูล
ผู้ดีอื่น ๆ แต่นิสัยใจคอและพฤติกรรมล้วนเป็นคุณสมบัติของผู้ดีทั้งสิ้น ยิ่งนับเนื่องทางฝ่ายบิดาด้วยแล้ว บิดาของดอกแก้วก็คือท่านเจ้า
พระยา 
      ดอกแก้วจึงเป็นผู้ดีทั้งในด้านอุปนิสัยและสายตระกูล  ขณะที่ผู้ดีโดยการอุปโลกน์อย่างชไมพร เป็นลูกที่เกิดจากช้อย สาวใช้ที่ตก
เป็นเมียของท่านเจ้าพระยา แต่ช้อยท้องกับทนายความเจ้าเล่ห์  ชไมพรจึงสายเลือดของ ‘ไพร่’ ต่ำต้อยทั้งฝ่ายพ่อและแม่ ซ้ำร้ายยัง
ขาดคุณสมบัติของผู้ดีทุกประการอีกด้วย
      แนวคิดเรื่องผู้ดี สืบเนื่องและมีอิทธิพลมาจากหลังยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  เมื่อสามัญชนได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทใน
สังคม สามัญชนเหล่านี้พยายามสืบขนบความเป็นผู้ดีจากชนชั้นเจ้านาย ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องขวนขวายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
รูปแบบต่าง ๆ เพื่อพยุงฐานะความเป็นผู้ดีของตนให้ยาวนานที่สุด เฉกเช่นที่ครอบครัวของชไมพรต้องทำทุกวิถีทางเพื่อคงความเป็นผู้ดี
ไว้นั่นเอง
      น่าสนใจว่าเครื่องมือที่จะชี้วัดความเป็นผู้ดีในนวนิยายเรื่องนี้  นอกจากเรื่องสายเลือด เงิน และจรรยามารยาทแล้ว  พรหมจรรย์ก็
กลายเป็นเครื่องชี้วัดความเป็นผู้ดีด้วย  ดอกแก้วเอง แม้จะพยายามรักษาความเป็นผู้ดีไว้มากเท่าไร แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติของ
ความเป็นมนุษย์  เธอรักกับราชันย์ และตกเป็นของเขา  การชิงสุกก่อนห่ามนี้เองที่ทำให้ประวัติศาสตร์ชีวิตของเธอซ้ำรอยกับแม่  เธอถูก
ขับไสไล่ส่งและถูกตราหน้าว่าไม่ใช่ผู้ดีทันที  

ดอกแก้ว

      ในทำนองเดียวกัน ชไมพรตกเป็นเมียของไม้ และต่อมาเธอก็รู้ความจริงว่าพ่อที่แท้จริงของเธอก็คือทนายความต่ำต้อยที่เธอดูถูก
คิดว่าเขาเป็นเพียงคนงานของแม่เท่านั้น  ชไมพรเสียใจที่หมดคุณสมบัติของความเป็นผู้ดีทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอที่เอาแต่ใจ
ตัวเอง  การเกิดมาจากสายเลือดต่ำต้อย  การที่มิได้เป็นเจ้าของพินัยกรรมตัวจริง ซึ่งทำให้เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง
พินัยกรรม อันจะทำให้เธอประคองฐานะของความเป็นผู้ดีไว้ได้ยาวนาน ซึ่งได้เฉลยเรื่องราวตอนท้ายในที่สุดว่า ชไมพรเกิดมาต่ำต้อย
และเกิดมาเพื่อแพ้ดอกแก้วทุกประการ
      ความเป็นผู้ดีในนวนิยายเรื่องนี้จึงปฏิเสธสายพระโลหิตของชนชั้นเจ้านาย แต่นำเสนอสายเลือดอันเข้มข้นของข้าราชการ ซึ่งซ่อน
ปริศนาความเป็นทายาทของความเป็นผู้ดีไว้ในปืนด้ามทอง อันเป็นเครื่องแสดงเกียรติยศในยุคที่สังคมไทยตกอยู่ใต้อำนาจของข้าราชการ
 มิใช่อำนาจของเชื้อพระวงศ์อย่างแต่ก่อน ดอกแก้วจึงเป็นนวนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งแสดงการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยที่น่าสนใจยิ่ง
       แม้ว่าคนไทยในปัจจุบันจะใช้ชีวิตท่ามกลางสังคมบริโภคนิยม แสวงหาความทันสมัยทุกรูปแบบ แต่ลึก ๆ แล้วจิตใต้สำนึกก็ยัง
ผูกติดกับระบบราชการและเจ้านาย ซึ่งเกียรติยศและความเป็นผู้ดีมิอาจแยกออกจากกันได้ การกลับมาของดอกแก้วจึงเป็นการหวน
รำลึกและอาลัยใน ‘เกียรติยศ’ และ ‘ความเป็นผู้ดี’ ซึ่งหาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบันนั่นเอง

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine