ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

นัดพบนักเขียน....(เรื่องเก่าเล่าสนุก-แทน)....จ้ำบ๊ะ
:: 594 Views :: 0 Comments :: นัดพบนักเขียน

เรื่องเก่าเล่าสนุก : โรม บุนนาค

จ้ำบ๊ะ

 เรื่องเก่าเล่าสนุก-จ้ำบ๊ะ

        ในสมัยเมื่อ ๖๐ - ๗๐ ปีก่อน จะมีการแสดงอย่างหนึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เรียกกันว่า จ้ำบ๊ะ งานวัดทั้งหลาย
จะขาดการแสดงประเภทนี้ไม่ได้ แม้แต่งานภูเขาทองและงานวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นงานใหญ่ของปี ก็ยังมีจ้ำบ๊ะอยู่หลายโรง
         การแสดงระบำแบบจ้ำบ๊ะ ไม่ต้องใช้ศิลปะใด ๆ เพียงแต่หาผู้หญิงก็ดูจะหาหน้าตาสวยยาก นุ่งผ้าสั้น  ๆ ไม่ต้องใส่
ชั้นใน ออกมาเต้นหน้าเวทีให้คนดูที่นั่งต่ำกว่าเห็นวับ ๆ แวม ๆ พอได้จังหวะก็เปิดให้เห็นอย่างอล่างฉ่าง ทำให้คนที่อยาก
เห็นของที่มีอยู่ทั่วไปแต่หาดูยาก พากันเฮลั่น แต่ที่เห็นกันอย่างเต็มตานั้น ก็ไม่ได้เห็นของจริงอย่างจะแจ้ง ส่วนมากจะพอก
แป้งหรือดินสอพองไว้จนขาวโพลน แต่ก็พออาศัยทำให้ตื่นเต้นได้

จ้ำบ๊ะ

        โรงระบำจ้ำบ๊ะจึงมีแต่ผู้ชายเป็นคนดู และมี ๒ เวที เวทีหนึ่งเป็นเวทีการแสดงอยู่ในโรง ที่ต้องเสียเงินเข้าไปดู มีเก้าอี้
สำหรับคนดูตั้งเป็นแถว ๆ บางโรงก็ไม่มีเก้าอี้ ให้ยืนดูกันก็ยังไม่มีใครรังเกียจ อีกเวทีหนึ่งอยู่หน้าโรง สำหรับโฆษกออกไป
ประกาศเชิญชวนคนดู และพูดเหมือนนักเลือกตั้งสมัยนี้ไม่มีผิด โฆษณาว่าผู้หญิงที่จะมาเปิดให้ดูนั้นล้วนแต่สาว ขาว สวย
อวบอั๋น ซึ่งเป็นรสนิยมของยุคนั้น แต่กลับหาความจริงไม่ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นแม่ลูกอ่อนหรือเด็ก ๆ
        คนที่ชอบดูจ้ำบ๊ะจะมีอาแป๊ะแก่ ๆ เป็นแฟนอยู่ไม่น้อย โฆษกจึงมักโฆษณาเป็นภาษาจีนด้วย ยังจำได้อยู่ประโยคหนึ่ง
ที่ว่า “ชีชีแปะแป๊ะ เจ้กนั้งเจ้กพวด” และก่อนการแสดงแต่ละรอบ จะมีคนออกไปเต้นเป็นหนังตัวอย่างบนเวทีหน้าโรง
ทิ้งท้ายด้วยการ ‘เปิดหวอ’ ล่อคนดู พอการโชว์ช่วงนี้จบ คนดูก็จะตามเป็นขบวนเข้าไปในโรง การแสดงรอบนั้นจึง
เริ่มขึ้น
        ค่าดูจ้ำบ๊ะคนละ ๑ - ๒ บาท แม้ผู้หญิงที่แสดงจะหาสวยยาก แต่ก็มีคนนิยมดูกันไม่น้อย จ้ำบ๊ะจึงระบาดไปทั่วทั้ง
งานเล็กงานใหญ่ ตั้งแต่งานฉลองรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบปี จนถึงงานวัดทั่วไปก็ต้องมีจ้ำบ๊ะ
       ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นคนริเริ่มจัดแสดงจ้ำบ๊ะขึ้นก่อน แต่ก็คาดว่าคงไม่พ้นไปจาก ๒ คนนี้ คือ นายหรั่ง เรืองนาม
ซึ่งเป็นเจ้าของคณะ ‘ระบำมหาเสน่ห์’ ที่โด่งดังของยุคนั้น เปิดแสดงที่ชั้น ๙ ของตึกย่านเยาวราช ตอนสงครามโลก
ครั้งที่ ๒ จึงย้ายมาเปิดวิกที่ตลาดบำเพ็ญบุญ ตรงข้ามศาลาเฉลิมกรุง ส่วนอีกคนก็คือ นายเปรื่อง เรืองเดช ซึ่งเป็นราชา
ระบำโป๊ยุคนั้นเช่นกัน นสพ.สยามนิกร ฉบับวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๙๕ รายงานว่า ในงานฉลองรัฐธรรมนูญปีนั้นซึ่งจัด
อย่างยิ่งใหญ่ที่สนามหลวง มีจ้ำบ๊ะถึง ๔ - ๕ โรง ส่วนใหญ่เป็นของนายเปรื่อง เรืองเดช เหมาเป็นราชาจ้ำบ๊ะ

โชว์ตามงานวัด

        ก่อนหน้านั้น งานประจำปีต่าง ๆ จะมีละครลิงเป็นดาราเด่นของงาน แสดงกันทั้งกลางวันกลางคืนจนลิงง่วงตกเวทีก็มี
แต่พอมีจ้ำบ๊ะเกิดขึ้นมาละครลิงเลยเฉา นอกจากนี้ งานประเภทนี้ยังสรรหาของแปลกพิสดารมาแสดงกัน อย่าง เมียงู
คนสองหัว เงือกสาว กระสือสาว
และอีกหลายอย่างที่ไม่มีทางเป็นของจริงไปได้ แต่ก็ยังมีคนเสียเงินเข้าไปดูให้หายสงสัย
 แม้แต่คนหรือสัตว์พิการต่าง ๆ ก็ยังเอามาแสดงเก็บเงินในงานวัดได้ทั้งนั้น
        การแสดงของแปลก ๆ แบบนี้ บางอย่างที่เป็นหญิงสาวก็มีจุดขายที่ล่อให้ผู้ชายสนใจยิ่งขึ้นไปอีก คือให้คนดูจับต้อง
ลูบคลำได้ อย่างเมียงู โฆษกจะมีลูกเล่นประกาศให้น่าสนใจว่า
        “สองเท้าก้าวเข้ามา บาทเดียวดูเพลินไม่มีอะไรเกินเมียงู ลูบได้คลำได้ แต่อย่าเอาไม้แหย่รู...”
ส่วนเวทีมวยก็มักไปตั้งอยู่ใกล้โรงจ้ำบ๊ะ อาจจะถือเป็นย่านท่องเที่ยวของผู้ชาย โฆษกเวทีมวยเลยได้ลูกเล่น หันไปบอกทาง
เวทีจ้ำบ๊ะว่า
         “จ้ำบ๊ะหยุดแสดงเดี๋ยว มวยจะเริ่มชกแล้ว นักมวยใส่กระจับไม่ได้...” 
        จ้ำบ๊ะได้รับความนิยมมากในยุคนั้น แม้แต่โรงงิ้วเยาวราชก็หันมาเปิดแสดงจ้ำบ๊ะ งานวัดทั้งหลายก็ไม่ยอมขาดจ้ำบ๊ะ
พระเณรพลอยได้เห็นหนังตัวอย่างที่เต้นล่อคนอยู่หน้าโรงไปด้วย ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นทุกที สภาวัฒนธรรม
ได้ขอร้องให้สถานีวิทยุต่าง ๆ นำเพลงที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยมาเปิด เพื่อรณรงค์ต่อต้านจ้ำบ๊ะ ในที่สุดจ้ำบ๊ะก็เป็นของ
ต้องห้าม ถูกสั่งให้เลิกโดยเด็ดขาด
        จ้ำบ๊ะหายจากสังคมไทยไปนาน จนคนรุ่นใหม่ไม่รู้จักจ้ำบ๊ะ แต่ในยุคปัจจุบันมีการแสดงในลีลาแปลก ๆ จากต่าง
ประเทศเข้ามา เช่นในชื่ออะโกโก้ โคโยตี้ เต้นประกอบเพลงเร้าใจในลีลายั่วยวน โดยนุ่งน้อยห่มน้อย หรือไม่นุ่งไม่ห่ม
เลยก็มี หลายรายยั่วกามารมณ์ยิ่งกว่าจ้ำบ๊ะเสียอีก จนเข้าขั้นลามกอนาจาร ทั้งยังไม่เลือกกาลเทศะและสถานที่ ไม่ใช่แค่
เข้าไปแสดงในงานวัดอย่างจ้ำบ๊ะ แต่เข้าร่วมในงานบวชนาคและเต้นโชว์ที่หน้าเมรุในงานศพก็ยังมี ไม่รู้ว่าจะเอาไปยั่วให้
คนตายลุกขึ้นมาหรืออย่างไร

จ้ำบ๊ะสมัยใหม่

        หนักหนาสาหัสไปกว่านั้น นสพ.ไทยนิวส์ของเชียงใหม่รายงานว่า การแสดงลามกอนาจารได้ลามขึ้นไปถึงงาน
ปอยหลวงของวัดต่าง ๆ มีสาวแต่งตัววาบหวิวขึ้นบนเวที ร้องเพลงสองแง่สองง่ามยักย้ายส่ายสะโพกโดยมีหนุ่ม ๆ ออกัน
หน้าเวทีชูมือสลอน รอจังหวะที่สาวบนเวทีเชื้อเชิญให้คนดูลูบคลำได้ โดยสอดเงิน ๒๐ บาทเข้าไปในร่องอกและกางเกงใน
เป็นที่สนุกสนานครื้นเครง แต่หลายคนก็สลดใจที่เห็นภาพนี้ในงานประเพณีและในวัด จนเกิดกระแสต่อต้านขึ้น
        คำว่า ‘จ้ำบ๊ะ’ เลยถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีก เปรียบเปรยว่าการแสดงเหล่านี้ก็ลามกอนาจารไม่ต่างไปจากจ้ำบ๊ะในอดีต

จ้ำบ๊ะ-ของหวาน

        ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ยังรู้จัก ‘จ้ำบ๊ะ’ ในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ระบำลามกอย่างในสมัยก่อน แต่เป็นขนมหวาน
ดับร้อนชื่นใจ ทำด้วยน้ำแข็งไส โปะไปบนขนมปังหรือปาท่องโก๋ที่หั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วราดด้วยน้ำหวาน ซึ่งส่วนมาก
จะใช้สีแดง โรยด้วยนมข้นหวานแต่งหน้า แต่ก่อนนี้ก็เรียกกันว่า ‘ขนมปังน้ำแดง’ แต่ตอนนี้กลับเรียกว่า ‘จ้ำบ๊ะ’
ซึ่งต่างกับ ‘จ้ำบ๊ะ’ ในสมัยก่อนไปคนละเรื่อง คนละแคว ไม่รู้ว่าแปรเปลี่ยนไปได้ยังไง

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine