ผัก ป่า ปลา ทุ่ง : วัฒน์ วรรลยางกูร
หม้อแกงมหัศจรรย์

เขียนถึงแกงส้มฝักกระเจี๊ยบแล้ว พาให้นึกเชื่อมโยงถึง มะตาด ที่มีเมือกคล้ายๆกัน
ที่ไหนมีแกงส้มกระเจี๊ยบ มีแกงส้มมะตาดให้กิน บ่งหมายถึงว่า เป็นชุมชนคนมอญ บังเอิญ “ตา” หรือบิดา
ของแม่ผมมีเชื้อสายมอญ ในวัยเด็กผมจึงได้กินทั้งแกงส้มมะตาดและกระเจี๊ยบ
ทุกวันนี้ผมมาอยู่ทางชายแดนตะวันตก แถบไทรโยค กาญจนบุรี รอบตัวมีชุมชนมอญอพยพเยอะแยะ ไปตลาดนัด
มีคนมอญปลูกกระเจี๊ยบมาวางขาย ฝักสดๆ ราคาถูก แต่มะตาดไม่มีกิน เพราะเป็นชายเขาบ้านดอน มะตาดต้องไป
หากินทางที่ลุ่มริมน้ำ

มะตาด เป็นไม้ยืนต้นอยู่ริมน้ำริมคลอง ออกผลกลมขนาดเกือบเท่าส้มโอ แต่เนื้อมะตาดนั้นจะเกาะก่ายกันอยู่
เหมือนใบเลี้ยงลูกตาล มะตาดที่นำมาแกงส้มได้ย่อมเป็นมะตาดไม่แก่เกินแกง เช่นเดียวกับผักพืชทั้งหลายที่นำ
มาทำอาหารก็ต้องไม่ “แก่เกินแกง”
แก่ ไม่ได้แปลว่า ชรา อย่างเดียว เพราะยังมีสำนวนเช่น แก่แดด แก่วัด และ แก่เกินแกง
สำนวนไทย ของ ขุนวิจิตรมาตรา อธิบายสำนวน แก่แดดไว้ว่า
“ผลไม้ตามธรรมดาย่อมแก่หรือสุกตามกำหนดเวลาของมัน เมื่อแก่ได้ที่ก็สุก ส่วนมากสังเกตได้จากผิว
ถ้ายังอ่อนหรือดิบก็เป็นสีเขียว นานวันเข้าสีเขียวก็ค่อยๆคลายกลายเป็นเหลืองอ่อนหรือแก่ (หรือสีอื่น) นี้นับว่า
แก่หรือสุก ผลไม้ที่สุกแล้วย่อมมีรสดี แต่ถ้าผลไม้นั้นถูกแดดเผามาก หรือสุกเร็วกว่ากำหนด เช่นจะมีสีเหลือง
เร็วเข้า ทำให้เห็นว่าสุก แต่ที่แท้ยังไม่สุกดี หรือบางทีผลไม้ยังไม่สุกดีแต่รีบเก็บมา แล้วผึ่งแดดไว้ ก็สุกได้เหมือนกัน
คนย่อมมีสติปัญญาความคิดรู้ผิดชอบไปตามอายุที่เจริญขึ้นเหมือนกัน คนที่มีอายุน้อย เช่นเด็ก พูดจาหรือทำ
อะไรไปเกินกว่าวัยของตน คือยังมีอายุไม่มาก หรือแก่พอจะพูดจะทำเช่นนั้นได้ จึงเอาผลไม้ที่ไม่ได้สุกตามธรรมดา
แต่สุกแดดมาเปรียบเป็นสำนวนพูดว่า แก่แดด ซึ่งหมายความว่าไม่ได้แก่จริง เมื่อมาเปรียบเทียบกับรสชาติก็
หมายความว่า ยังใช้ไม่ได้”

(โปรดติดตามต่อในเล่ม)