เสียดายคนตายไม่ได้รู้ : ดังตฤณ
นำศีลมาล้อเล่น

คำถาม – คติพจน์ของพวกขี้เหล้าประเภทท่องกันสนุกปากว่า ‘ศีลข้อหนึ่ง ห้ามฆ่าสัตว์ ถ้ายุงกัด เราต้องตบ’
อย่างนี้ฟังแล้วติดหูจริง ๆ พอยุงกัดทีไรนึกถึงคติพจน์ขำ ๆแต่มีพลังเหนี่ยวนำให้ทำตามเทือกนี้ทุกที คำถามคือ
อยากทราบว่าคนคิดคติพจน์ขึ้นมาจัดว่าก่อกรรมประเภทไหน และจะได้รับผลอย่างไร ?
ดังตฤณ -การพูดเล่น ๆ แต่มีผลทางลบจริง ๆ นั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าคำพูดหยาบ ๆ หรือคำแช่งดุ ๆ เสียอีกครับ
เพราะอาจมีอำนาจเหนี่ยวนำให้คนหลงเขว อยากประพฤติปฏิบัติตาม เนื่องจากฉากหน้าฟังดูเป็นเรื่องเล่น
เลยพลอยทำให้นึกว่าบาปบุญเป็นเรื่องเล่น ๆ หรือปักใจว่าผลของกรรมไม่มี อยากทำอะไรก็ทำแบบไม่ต้องยับยั้งชั่งใจ
เราอาจต้องใช้คติธรรมคำสอนดี ๆ ที่ถูกที่ตรงนับสิบ จึงจะชนะหนึ่งคำคมคารมเด็ดประเภทส่งเสริมความหลงผิดได้
นี่คงเป็นอีกตัวอย่างว่าบาปทำง่าย บุญทำยาก คนได้ดีจึงมีน้อยไงครับ บางทีนึกว่าบาปนิดบาปหน่อย แท้จริงอาจเป็น
อะไรที่ใหญ่หลวงเกินใครจะคาด
เจตนาตั้งต้นของคนคิดคำส่งเสริมมิจฉาทิฏฐินี้มักเป็นความอยากตลกคะนอง หรือบางทีก็เกิดจากความน้อยเนื้อ
ต่ำใจ เช่น ‘ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป’ พอหลายคนฟังแล้วอดคล้อยตามไม่ได้ เพราะเหมือนเป็น
ความจริงที่ยากจะปฏิเสธ มันยากกว่ากันมากที่จะหาคำคมคารมเด็ดในทางตรงข้าม เหนี่ยวนำให้ยอมลงใจศรัทธา
ว่าวิบากกรรมแอบเข้าแถวรอให้ผลกันอย่างมีเหตุผล มีระบบระเบียบ ตราบใดแรงส่งให้เกิดวิบากปัจจุบันยังไม่หมด
ตราบนั้นคนชั่วก็ยังจะเสวยบุญเก่าเสมือนทำชั่วแล้วได้ดี

(โปรดติดตามต่อในเล่ม)