ebooks. Watch thriller movies online. Hundreds to choose from. Movies available to download for rent or buy, and to watch online..
all Magazine  เพื่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
นิตยสารส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสาระน่ารู้ที่หลากหลาย และวาไรตี้บันเทิงที่คุณชื่นชอบ ราคาเล่มละ 25 บาท คุ้มค่าคุ้มราคา วางจำหน่ายแล้ววันนี้เฉพาะในร้าน7eleven และ Book Smile ทุกสาขา

 

| Login 
 
 ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เดือนนี้มีอะไร > all Magazine เดือนนี้

คอลัมน์หลัก
 

เดือนนี้มีอะไร
Gallery จากปก

7eleven
Book Smile
Counter Service
7 Catalog
Retailink
CPram
ThaiGojournal
Hug Magazine

 

เดือนนี้มีอะไร
 

เนื้อหาทั้งหมด | คอลัมน์อื่นๆ | ค้นหา | กระจายข่าว

สกู๊ป....หา ‘ทางรอด’ ด้วย ‘พลังงานทางเลือก’
:: 563 Views :: 0 Comments :: เรื่องเด่นประจำฉบับ

สกู๊ปจากปก  :  ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล

หา ‘ทางรอด’
ด้วย ‘พลังงานทางเลือก’

พลังงานทางเลือก

           หลังเหตุการณ์ความรุนแรง สึนามิ แผ่นดินไหว และอุบัติภัยนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมา ไดอิจิ
ประเทศญี่ปุ่น ทำให้คนทั่วโลกตระหนักและตื่นตัวเรื่องพลังงานและความสำคัญของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กันมากขึ้น
ประเทศไทยก็เช่นกัน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีแผนเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อนำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็น
พลังงานทางเลือกมาผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต ก็ยังต้องชะลอโครงการไว้ก่อน

ทำไมต้องใช้ ‘พลังงานทางเลือก’
          ที่เราต้องหันไปใช้พลังงานทางเลือก ก็เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นทุกขณะ และแม้ว่าประเทศ
ไทยจะมีแหล่งพลังงานน้ำมันดิบ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันจาก
ต่างประเทศทุกปี ที่สำคัญคือ ประเทศไทยมีปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากเมื่อปี 2552
มีปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลโดยเฉลี่ย 50.582 ล้านลิตรต่อวัน ปี 2553 มีปริมาณการใช้โดยเฉลี่ย
50.812 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการใช้น้ำมันดีเซลแล้วมากกว่า 52
ล้านลิตรต่อวัน ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พลังงานไฟฟ้าจะขาดแคลน ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
จึงเห็นความสำคัญในการค้นหาแหล่งพลังงานใหม่มากขึ้น หรือที่เรียกว่า พลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียน
(Renewable Energy) ใช้แล้วไม่หมดไป และเป็นพลังงานสะอาด ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
 ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานจากคลื่นน้ำทะเล พลังงานความร้อนใต้พิภพ 
พลังงาน ชีวมวลและชีวภาพ พลังงานขยะ พลังงานถ่านหินสะอาด ก๊าซโซฮอล์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว 
ไบโอดีเซล และพลังงานไฮโดรเจน 

พลังงานทางเลือก
http://www.freedigitalphotos.net/images/view_photog.
php?photogid=851    :image creator (Danilo Rizzuti) 

พลังงานไฟฟ้า
ไทยทำ ไทยใช้ ไทยซื้อ...
            ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้ากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตทั้งหมด รองลงมาคือ
ถ่านหินภายในประเทศ 12 เปอร์เซ็นต์ นำเข้าอีก 8 เปอร์เซ็นต์ พลังงานน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ อีกไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์
 และที่เหลือยังต้องนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาวและมาเลเซีย การใช้พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป
หรือที่เรียกว่าพลังงานฟอสซิล อย่างเช่นถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ หินน้ำมัน และทรายน้ำมัน เป็นพลังงานใช้แล้วหมดไป
ซึ่งคาดการณ์กันว่าในอนาคตจะไม่มีแหล่งพลังงานดังกล่าวให้มนุษย์ใช้อีกต่อไป หลายประเทศจึงวางนโยบายให้ใช้
พลังงานทางเลือก และในประเทศไทย พลังงานที่กำลังได้รับความสนใจอย่างสูงเพื่อนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าในปัจจุบัน
และอนาคต ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล

กังหันลม
http://www.freedigitalphotos.net/images/view_photog.php
?photogid=1974    :image creator (Exsodus)

‘พลังงานแสงอาทิตย์’ กู้วิกฤตไฟฟ้า
           ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตร แน่นอนว่า พลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซล่าเซลล์
(Solar Cell)  เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำรงชีพอย่างมากและจะมากยิ่งขึ้น   ซึ่งประโยชน์ของพลังงาน
แสงอาทิตย์คือ สามารถผลิตพลังงานความร้อนและกระแสไฟฟ้าได้ ข้อดีของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์คือ
ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงในการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่พบว่าผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทีละน้อย ต้องใช้เนื้อที่มาก
และอาจได้พลังงานไม่สม่ำเสมอเนื่องจากต้องรอดินฟ้าอากาศ และที่สำคัญคือต้นทุนการผลิตสูง จึงทำให้ไม่เป็นที่
นิยมเท่าที่ควร 

โซล่าเซลล์
http://www.freedigitalphotos.net/images/view_photog.php?
photogid=905     :image creator (Pixomar)

           จากการสำรวจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ พบว่ามีพื้นที่ในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ
ภาคกลางที่มีศักยภาพในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อาทิ นครราชสีมา อุบลราชธานี สุพรรณบุรี อยุธยา ตัวอย่างที่
เห็นผลเป็นรูปธรรมซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐ ได้แก่ ‘โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์เขื่อนสิรินธร’ อ.สิรินธร
จ.อุบลราชธานี ขนาด 1 เมกะวัตต์ ใช้เนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ ทุนก่อสร้างทั้งสิ้น 208 ล้านบาท และได้เชื่อมโยง
เข้ากับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เมื่อปี 2552 คาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้า
ได้ปีละ 1.45 ล้านหน่วย ซึ่งหลังจากเปิดดำเนินการได้หนึ่งปี (ม.ค. – ธ.ค. 2553) สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 
1.72 ล้านหน่วย และพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวได้ใช้จริงทั่วทั้ง อ.สิรินธร รวมถึงอำเภอใกล้เคียงในหลายจังหวัด 
นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ ผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน


(โปรดติดตามต่อในเล่ม)

 

Rating
Comments
Currently, there are no comments. Be the first to post one!
Click here to post a comment


                       


Copyright © 2007 by All Magazine