Search
  
04
ลมใต้ปีกกวี.......คิดเรื่องกล้วย ๆ

ลมใต้ปีกกวี : วัฒน์ วรรลยางกูร

                      คิดเรื่องกล้วย ๆ
      บ้านฉันอยู่ซอย                     ชื่อซอยต้นกล้วย
 ข้างบ้านมีลิง                              ลิงชอบกินกล้วย
 ลิงอยู่ในสวน                              สวนไม่มีกล้วย
 ก่อนนอนทุกวัน                           ฉันชอบกินกล้วย
     ฉันมีเงินใช้                              ฉันใช้ซื้อกล้วย
 ซื้อมาหวีใหญ่                             แขวนไว้กินกล้วย
 เช้าออกทำงาน                          ทำงานแลกกล้วย
 กลับมาตอนเย็น                          ไม่เห็นมีกล้วย
     ตาลายท้องหิว                       ฉันหิวหากล้วย
 ค้นหาเห็นลิง                               ลิงถือหวีกล้วย
 ฉันโมโหลิง                                 เตะลิงแย่งกล้วย
 โมโหเสียแย่                                มีแต่เปลือกกล้วย
       ฉันรู้ความจริง                        ลิงเปล่ากินกล้วย
 เพื่อนบ้านหลายคน                       เห็นคนลักกล้วย
 เป็นคนขุดดิน                               ไม่ชอบกินกล้วย
 ลูกเล็กของเขา                              กินข้าวบดกล้วย
       เขาเป็นคนจน                         จนไม่มีกล้วย
 ลูกเล็กหิวนัก                                 เขาจึงลักกล้วย

เรื่องกล้วย ๆ
 
          บทกวี ‘กล้วยหาย’  พ.ศ. 2517  ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นสพ.ประชาชาติรายวัน
          เป็นบทกลอนเก่า ๆ ที่ผมเขียนเอาไว้ในวัยเยาว์  เหตุที่หยิบยกขึ้นมาก็เพราะช่วงก่อนปีใหม่ 
ผมได้รับหนังสือ รวมบทกวีวรรคทองร่วมสมัย ‘กาญจนกานท์’  เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระก
ารเรียนรู้ภาษาไทย จัดพิมพ์โดยสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พิมพ์ 35,000 เล่ม 
สำหรับครูภาษาไทยทุกระดับ 
          บทกวี ‘กล้วยหาย’ ถูกนำมารวมเล่มกับบทกวีอีกนับร้อยบทของหลากหลายผู้เขียน ขอบคุณที่
เห็นคุณค่าและนำไปเผยแพร่ แต่มีตกหล่นไปหนึ่งบรรทัดตรง ‘กลับมาตอนเย็น ไม่เห็นมีกล้วย’ หาก
คุณครูภาษาไทยจะนำไปเผยแพร่กับเด็ก ๆ ก็ช่วยเพิ่มเติมให้ครบถ้วนด้วย
           นับเวลาที่เขียนกลอนกล้วยหาย ก็ปาเข้าไป 37 ปีแล้ว หวนกลับมาพลิกอ่านและคิดเพลิน ๆ 
ไปในเรื่องกล้วย ๆ
            กล้วยเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ โดยเฉพาะช่วยระบายการขับถ่าย  คนไทยเลี้ยงทารกด้วย
ข้าวบดกล้วย ตักข้าวสุกร้อน ๆ ใส่ถ้วยหรือชามกระเบื้อง ใส่เกลือหน่อยหนึ่ง ขูดเนื้อกล้วยสุกหนึ่งผล
ใส่ลงไป เอาเฉพาะเนื้อกล้วยนุ่ม ๆ ไม่เอาแกนกล้วย แล้วบดด้วยช้อน หรือด้วยไม้บดที่ตัดเฉียง ในวัย
เด็กผมเคยบดกล้วยช่วยแม่เลี้ยงน้อง ต่อมาก็บดกล้วยเลี้ยงลูกสามคน ซึ่งทุกคนก็เติบโตเป็นหนุ่มสาว
ปกติดี แสดงว่าข้าวบดกล้วยน้ำว้าเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงทารก
              เมืองไทยที่ (เคย) อุดมสมบูรณ์ มีกล้วยให้รับประทานมากมายก่ายกอง บางแห่งบางที่ปลูก
กล้วยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ต้นกล้วยก็งอกงามแตกกอมากต้นขึ้นเรื่อย ๆ พอกล้วยสุกประดังพร้อมกัน ปล่อยทิ้ง
เป็นอาหารนก กระรอก กระแตนั่นคือภาพไร่สวนในชนบทสมัยก่อน หรือบางส่วนในสมัยนี้  เมื่อชนบท
กลายเป็นชุมชนเมืองเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร พื้นที่ว่างน้อยลง กล้วยหายากขึ้น ต้องซื้อหาในราคา
สูงขึ้น คนจนในชุมชนเมืองก็อาจเจอปัญหาต้องลักกล้วยไปบดข้าวเลี้ยงลูก  
             นี่คือเหตุและผลที่ กล้วยหาย

เครือกล้วย

 

 

(โปรดติดตามต่อในเล่ม)

 


                             


Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);